สุขภาพเด็ก

หนาวนี้ระวัง! โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อโตปิก เดอร์มาไททิส (ATOPIC DERMATITIS)

สุขภาพเด็ก
สุขภาพเด็ก

วันนี้เรียลพาเรนติ้งจะแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับโรค “ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เมื่อถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ จะเกิดอาการแพ้แสดงออกทางผิวหนัง โดยบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นผื่นคันธรรมดาและหัวเสียกับการรักษาว่าทำไมทายา กินยาแล้วไม่หายสักที
อาการของโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ลักษณะจะมีผื่นแดงคัน เป็นขุย ไม่มีตุ่มน้ำ และถ้าเกาแล้วจะติดเชื้อกลายเป็นตุ่มหนองง่ายๆ มีน้ำเหลืองไหล
ตำแหน่งที่พบ คือ 1. ใต้ตาหรือรอบดวงตา 2.คอ 3.ข้อมือ 4.ข้อพับแขน 5.ขาหนีบ 6.ข้อเท้า โดยที่ถ้าขึ้นข้างซ้ายแล้วจะขึ้นข้างขวาด้วยพร้อมๆ กัน เป็นๆ หายๆ
อาการร่วมด้วย 1.ขอบตาดำ 2.หน้าซีด 3. ผิวแห้ง 4.กลากน้ำนม (ในเด็ก) 5. ผิวหนังติดเชื้อได้ง่าย 6.ตุ่มคันที่ผิวหนัง 7.ผิวแดง 8.แพ้อาหาร

 

 

 

การกระจายตัวของผื่น Atopic dermatitis ในเด็กเล็ก

การรักษา
1. เมื่อเริ่มมีตุ่มคัน ใช้ยาทาสเตรอยด์ช่วยลดการอักเสบได้เร็ว และป้องกันการกำเริบของผื่น แต่ข้อเสียคือหากใช้ไปนานๆจะทำให้ผิวบาง เส้นเลือดฝอยแตกและติดเชื้อได้ง่าย โดยใช้สเตรอยด์อ่อนๆ เช่น เบต้าเมทาโซน (betamethasone) 0.02 %ทาวันละ 3 ครั้งห้ามใช้ยาสเตรอยด์ ที่แรงๆ หลีกเลี่ยงยากลุ่มเพนนิซิลิน (Penicillin) ซัลโฟนามายด์ (Sulfonamides)
2. หลีกเลี่ยงการทำให้ผิวแพ้ และอักเสบ อาบน้ำเพียงวันละครั้ง และระวังสารแต่งกลิ่นในโลชั่นหรือครีม ให้เลือกสูตรที่บอบบางที่สุดหรือเป็นเวชสำอางค์
3. ถ้าอาการคันหนักและติดเชื้อ ควรไปพบแพทย์

 
สำหรับคนที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ควรป้องกันดังนี้
1. หลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง เช่น ผ้าขนสัตว์ ไรฝุ่น อาหารที่เกิดการแพ้ (นม ขนมปัง อาหารทะเล นมวัว ไข่ขาว)
2. อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
3. หลังอาบน้ำ ใช้ผ้าแห้งค่อยๆ ซับ ห้ามถูผิวหนังแรงๆ จนถลอก
4. ตัดเล็บให้สั้น
5. หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนทางอารมณ์ เพราะจะทำให้เกิดความเครียด (ความเครียดก็เป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้ในร่างกายเช่นกัน)
อาการผื่นแพ้ มีตั้งแต่ผื่นแพ้สัมผัส ผื่นแพ้เกสรดอกไม้ และอื่นๆ เพื่อการรักษาที่ตรงกับโรค ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง แม้จะเป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่ก็ไม่ใช่โรคที่น่ากลัว เพียง แค่เรารู้และเข้าใจร่างกายของเรา เราก็จะป้องกันตัวเองได้ และช่วยดูแลคนในครอบครัวได้

 

 

ข้อมูลจาก www.siamhealth.net

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up