พัฒนาการทารก

เมื่อจุ๊กจู๋ของทารกชี้โด่เด่ ผิดปกติหรือไม่?


แต่ใจเย็นไว้ ไม่ต้องกังวลอะไรมันเป็นเรื่องปกติธรรมดามากสำหรับเด็กแรกเกิด (แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กผู้ชายวัยอื่นๆ)ในความเป็นจริง หมอบางท่านเชื่อว่าอาการจุŠกจู๋ตั้งชันสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว


วอร์เรน ซิลเบอร์สตีน แพทย์ทางด้านกุมารเวชที่ลีนบรูค นิวยอร์ก กล่าวว่าอาการดังกล่าวของทารกไม่ได้เกี่ยวโยงกับเรื่องของความต้องการทางเพศ แต่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อทารกสัมผัสกับจุ๊กจู๋ของตัวเอง(ซึ่งเป็นเรื่องปกติ) หรือเมื่อคุณไปโดนเวลาที่อาบน้ำให้ ทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล นอกจากนี้ อาการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อลูกรู้สึกปวดปัสสาวะมากๆ หรือบางครั้งอาจเป็นเพียงปฏิกิริยาบางอย่างโดยไม่มีเหตุผลก็ได้ค่ะ


เมื่อลูกโตพอที่จะเข้าใจว่าการสัมผัสอวัยวะเพศของตัวเองเป็นสิ่งที่ต้องทำในห้องหับที่มิดชิดเป็นส่วนตัว คุณก็สามารถอธิบายให้ลูกเข้าใจได้ว่าอาการดังกล่าวนี้เป็นเพียงปฏิกิริยาตามปกติของร่างกายเท่านั้นเอง

เนื้อหาโดย: จากบทความเรื่อง “เมื่อเจ้าตัวน้อยของลูกยืนตรง” นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับที่ 1 เดือน มีนาคม ปี 2548
ภาพโดย: 

Tags

พัฒนาการทารก

ลูกทารกอยากคุยกับแม่


เคยสังเกตไหมว่าส่วนใหญ่จะพูดแบบเด็กๆ คือเลียนเสียงที่ลูกทำบ้าง เลียนเสียงสัตว์บ้าง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันคือพูดไม่ชัด และไม่ว่าจะมีลูกกี่คน แม่มักพูดกับลูกแบบนี้เป็นอัตโนมัติทุกทีไป


ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การที่แม่ทำอย่างนั้นเพราะเป็นสัญชาตญาณถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและดีที่แม่ได้พูดกับลูกแบบนั้น เพราะเด็กเล็กๆ จะตอบรับได้ดีมากๆ กับเสียงสูง เสียงร้องเพลง และเสียงอืออาอ้อแอ้แบบที่ฝรั่งเรียกว่า Y-voiceŽ


การดึงความสนใจลูกด้วยการพูดสำเนียงแบบเด็กๆ ถือเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้สอนลูกให้เรียนรู้เรื่องเสียงต่างๆ ลักษณะของเสียงสูง เสียงต่ำ และได้กระชับความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นของแถมอันประเมินค่ามิได้อีกด้วย


แม่บางคนกังวลว่า การพูดสำเนียงแบบเด็กจะทำให้ลูกติดการพูดที่ไม่เหมาะไปหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่เกี่ยวกันเลย เพราะเด็กจะเริ่มพูดได้อย่างน้อยก็ต้องอายุ 1 ขวบขึ้นไป ถึงตอนนั้นจึงได้เวลาที่คุณจะเลิกทำเสียงแบบเด็กๆ และเริ่มพูดด้วยเสียงและสำเนียงตามธรรมชาติของคุณเองเพื่อเป็นต้นแบบให้ลูกละ


แต่ถ้าคุณทำเสียงแบบเด็กๆ ไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน เพราะสำคัญที่สุดคือการที่แม่ได้พูดคุยกับลูก ได้บอกเล่าให้ลูกรู้เรื่องราวต่างๆ ของคุณ ว่าวันนี้คุณจะทำอะไรบ้าง กิจวัตรต่างๆ ที่คุณจะทำร่วมกับลูกในแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร หรือเรื่องอะไรก็ได้ที่พูดคุยแล้วทำให้ลูกสบายใจ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

เนื้อหาโดย: จากเรื่อง “แม่จ๋า…คุยกับหนูหน่อย” นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับที่ 3 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2548
ภาพโดย: www.thaihealth.or.th

พัฒนาการทารก

เห็นเป็นยิ้มทารกแบบนี้ก็มีความหมายนะ


ผู้ใหญ่เห็นเข้าอาจคิดว่า เป็นยิ้มที่ไม่มีความหมายพิเศษอะไร ว่าแต่คุณคิดอย่างนั้นด้วยหรือเปล่า


อันว่ายิ้มของลูกน้อยวัยทารกนั้นเกี่ยวกับวัยด้วย คือหากอายุยังไม่ถึง 2 เดือน เขาจะยังไม่ยิ้มแบบตอบสนองต่อเรื่องต่างๆ เพราะเด็กทารกยังต้องการเวลาพอสมควรกว่าระบบประสาทและการมองเห็นจะพัฒนาได้ดีพอจนสามารถยิ้มเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้ (ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าลูกไม่เห็นใคร ฉะนั้นทารกจึงต้องการให้แม่อยู่ใกล้ๆให้เขาได้เห็นหน้าอยู่เสมอ)


อย่างไรก็ตาม ยิ้มของลูกในช่วงสัปดาห์แรกๆ ก็ใช่ว่าจะไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง เพราะถึงลูกจะเป็นทารก แต่เขาก็มีอารมณ์ความรู้สึก ยิ้มของเขาจึงเป็นยิ้มเพราะความยินดีหรือพอใจได้เหมือนกัน หมายความว่าถ้าหมั่นสังเกตใกล้ชิดและจดจำ คุณจะแยกแยะได้ว่า เมื่อไรที่คุณพูดแล้วลูกยิ้ม แสดงว่าเขายิ้มกับคุณจริงๆ นะ

เนื้อหาโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง
ภาพโดย: www.babyfancy.com

คุณหมอถาม-ตอบสุขภาพทารก

โยกเยกเอยลูกชอบโยกตัวไปมาบ่อยๆ อยากรู้ว่าเขาเป็นอะไร


เอเดรียน แซนเลอร์ กุมารแพทย์ และผู้อำนวยการศูนย์โอลสัน ฮูฟ ในโรงพยาบาลเด็ก เมืองแอชวิลล์ มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา ตอบว่า เวลาเด็กวัยเตาะแตะโยกตัวไปมา ส่วนมากเป็นสัญญาณบอกว่าเขากำลังรู้สึกกังวล ง่วง หรืออยากพักผ่อนสักหน่อย บางครั้งอาจหมายถึงว่าเขากำลังรู้สึกดี แต่ทั้งหมดนี้เป็นการเลียนแบบวิธีหาความสุขในช่วงเป็นทารกนั่นเอง


มีข้อสังเกตว่า ถ้าเด็กโยกตัวไปพร้อมกับโบก หรือสะบัดมือ หรือถ้าเขาไม่สบตา ไม่ตอบรับเมื่อเรียกชื่อเขา ขอให้คุณแม่ปรึกษากุมารแพทย์ เพราะการโยกตัวดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณบอกอาการออทิสติก ซึ่งมีโอกาสพบได้ 1 ใน 1,000 คน และโดยปกติการวินิจฉัยว่าเด็กมีอาการออทิสติกหรือไม่ จะบอกได้ชัดเจนเมื่อเด็กอายุประมาณ 2 ขวบขึ้นไป

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง
ภาพโดย: 

การดูแลเด็กแรกเกิด

ห้องของเจ้าตัวเล็ก


ถ้าสร้างบรรยากาศในห้องให้ดี และตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้ให้เหมาะเจาะครบถ้วน หยิบใช้สะดวกสบาย ห้องเจ้าตัวเล็กก็กลายเป็นห้องแสนสุขทั้งสำหรับคุณและลูกได้ไม่ยาก


– มีแสงไฟพอประมาณ ไม่สว่างจ้าจนปลุกลูกตื่น จะดึกดื่นแค่ไหนลูกวัยทารกมีธุระกับคุณได้เสมอ ไหนจะเปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นม ขยับเสื้อ ห่มผ้า ฯลฯ ระหว่างที่ลูกหลับ หากไม่อยากให้ตื่นกลางคันในห้องไม่ควรมีแสงสว่างจ้าเกินไป ให้สว่างพอทำธุระให้ลูกได้ก็พอควรใช้โคมไฟแสงนวลแทนไฟห้อง และจัดหาไว้หลายๆ อันวางไว้ในจุดที่คุณจะใช้งานก็ดี


– คู่มือเลี้ยงลูกควรมีไว้ใกล้ตัว หนังสือ หรือนิตยสารเกี่ยวกับการดูแลลูกที่อ่านเข้าใจง่าย ควรมีไว้ใกล้มือ สงสัยอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็หยิบฉวยได้ทัน เหมือนมีเพื่อนช่วยเขี่ยเส้นผมที่บังภูเขาออก


– น้ำสะอาดเพิ่มความสดชื่น เตรียมน้ำ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ แช่เย็นไว้สำหรับตัวเองบ้างและไม่ลืมหถ้วย / แก้วทรงเตี้ยมาไว้ใช้จะเหมาะกว่าแก้วทรงสูง ป้องกันพลาดไปปัดตกได้ พอลูกหลับ แม่ก็เติมพลังให้ตัวเองได้ทันใจ


– เสียงเพลงระรื่นชื่นใจ เลือกได้ตามชอบ แต่ขอให้มีจังหวะสม่ำเสมอ ฟังสบายๆ จะเป็นเทปเสียงธรรมชาติ หรือเพลงบรรเลงเพราะๆ เย็นๆ ได้ทั้งช่วยผ่อนคลายให้คุณแม่คุณลูก และช่วยกันเสียงรบกวนจากข้างนอกด้วย


– สารพันเครื่องล่อ ตัวช่วยสำคัญยามเปลี่ยนผ้าอ้อม ไม่ว่าจะแขวนโมบายล์ไว้ หรือวางหุ่นมือ ตุ๊กตาคู่หูใกล้ๆ ที่เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือแม้แต่จัดที่เปลี่ยนผ้าอ้อมไว้ใกล้กระจกให้เขาดูตัวเอง กว่าจะหายงง คุณแม่ก็เสร็จธุระไปนานแล้ว


– เก็บน้ำยาขจัดรอยเปื้อนไว้ในห้องลูกสักขวด คราบหรือรอยเปื้อนบนเสื้อผ้าอาจเกิดได้ทุกเวลา โดยเฉพาะบนเสื้อผ้าของลูก มีน้ำยาขจัดคราบไว้ใกล้มือ พอเสื้อเปื้อนปุ๊บ ป้ายน้ำยาปั๊บ แล้วค่อยหย่อนลงตะกร้า เสื้อผ้าไม่เสีย แถมทุ่นเวลาซักด้วย


– เก้าอี้พักเท้า วางไว้ได้พักพิง เพราะต้องง่วนกับลูกไม่ได้ห่างจึงควรหาเก้าอี้เตี้ยๆ สักตัวไว้พักเท้าเวลานั่ง ช่วยคลายเมื่อยล้า หย่อนอารมณ์ดีไม่น้อย

บทความโดย: จากบทความเรื่อง “ความสุขลงตัวในห้องตัวเล็ก” นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับที่ 2 เดือน เมษายน ปี 2549
ภาพโดย: 

สายใยรัก

5 วิธีสร้าง สายใยรัก กับทารกแรกคลอด

การสร้าง สายใยรัก สายสัมพันธ์แม่ลูกตั้งแต่แรกเกิดเป็นเรื่องสำคัญ กุมารแพทย์จึงแนะนำ 5 วิธีนี้!

 

 

สำหรับคุณแม่มือใหม่ สิ่งที่ยากที่สุดก็คือ การปรับตัวเพื่อให้เข้ากับลูกที่เพิ่งลืมตามองดูโลก และเพื่อให้สายใยรักระหว่างแม่กับลูกแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น กุมารแพทย์จึงมี 5 วิธีมาแนะนำคุณแม่ทุกคนให้ปฏิบัติตาม บอกเลยว่าแต่ละวิธีที่ว่านี้เป็นวิธีตามธรรมชาติ ง่าย และสามารถใช้ได้กับเด็กแรกเกิดทุกคน ไม่ว่าจะคลอดตามกำหนด หรือก่อนกำหนดก็ตามค่ะ

แน่นอนว่า ทารกแรกเกิดย่อมมี สายใยรัก อันดีกับคุณแม่ตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์แล้ว แต่ครั้นเมื่อลูกก้าวสู่โลกกว้าง โลกใบใหญ่นี้ถือเป็นโลกใบใหม่ที่ลูกยังไม่เข้าใจ และอาจจะอยู่ด้วยความหวาดกลัวและความหวาดระแวง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของคนเป็นแม่ ที่จะคอยปกป้องลูกน้อยให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยด้วยการกระชับ สายใยรัก บาง ๆ ให้แข็งแรงและมั่นคงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

โภชนาการเด็ก

[Review] 3 อาหารเสริมสำหรับเด็กที่กำลังฮิตกันในหมู่คุณแม่


เนสท์เล่ ซีรีแล็ค






“ปกติคุณแม่ก็ให้ลูกกินซีรีแล็คอยู่แล้วค่ะ เพราะมีสารอาหาร หลายชนิดและเตรียมให้ลูกได้ง่าย แต่พอได้มาทดลองให้ลูกชิมรสชาติใหม่ น้องต้นหลิวชอบมาก ๆ ค่ะ จนบางครั้งป้อนไม่ทันใจจะขอช้อนตักเองเลย คุณแม่รู้สึกว่ากลิ่นของอาหารหอมดีค่ะ นื้ออาหารก็ละเอียด เนียนนุ่ม ช่วยให้ลูกย่อยง่าย อ่านฉลากแล้วยังพบว่ามีส่วนผสมของโยเกิร์ตที่ช่วยในเรื่องขับถ่าย มีดีเอชเอและสารอาหารอื่น ๆ อีกหลายชนิด รวมทั้งยังเตรียมให้ลูกได้ง่าย น้องต้นหลิวหิวเมื่อไรคุณแม่ก็ทำให้ได้ทันทีค่ะ



คุณแม่กุ๊ก – ธนาภรณ์ สุขศิริ (ธุรกิจส่วนตัว)


และน้องต้นหลิว – ด.ญ.จุฑามาศ สุขศิริ วัย 9 เดือน



ต้องยอมรับว่าแม้จะมีอาหารเสริมสำหรับเด็กออกมาวางจำหน่ายตีตลาดอยู่มาก แต่เนสท์เล่ ซีรีแล็ค ยังถือเป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กยอดนิยม เพราะอาหารเสริมบางสูตร คุณแม่สามารถให้ลูกกินได้แม้ยังเป็นเด็กวัยกินนมแม่ ล่าสุด เนสท์เล่ ซีรีแล็ค สูตรใหม่สำหรับเด็กวัย 6 เดือน และ 8 เดือน เพิ่มกลิ่นผลไม้ แอ๊ปเปิ้ล เชอร์รี่ มะม่วง ส้ม ช่วยเสริมในเรื่องวิตามิน



ราคา 1 กล่อง 250 กรัม / 92 บาท


คุณค่าทางอาหาร เนสท์เล่ ซีรีแล็ค เป็นธัญพืช ผสมกลิ่นนม และผลไม้ต่างๆ







โปรตีน


คาร์โบไฮเดรต


ไขมัน


วิตามิน


เกลือแร่หรือแร่ธาตุอื่นๆ


(ขึ้นอยู่กับสูตร)


/



/


/




Peachy






“เป็นอาหารเสริมที่น้องอัยย์ยอมกินเพียงอย่างเดียวค่ะ เพราะนอกจากนมแม่แล้ว ลูกจะไม่ยอมกินอาหารเสริม อะไรเลย ครั้งแรกที่เห็นแพ็คเกจแม่ก็รู้สึกชอบมาก ๆ เพราะน่ารัก สดใส พกพาง่าย อ่านฉลากก็มีมาตรฐาน ต่าง ๆ รองรับ ไม่มีส่วนผสมของเกลือ น้ำตาล และสารปรุงแต่งต่าง ๆ จึงคิดว่าน่าจะปลอดภัย และมีรสชาติของอาหารจากธรรมชาติจริง ๆ พอคุณแม่ลองชิมก่อนก็ชอบที่รสชาติอร่อยดีค่ะ มีเนื้ออาหารที่นิ่มข้นคล้ายซอส กินง่าย จากนั้นให้น้องอัยย์ชิมแล้วเขา ยอมกินก็ดีใจมาก ตอนนี้น้องอัยย์ติดใจที่สุดเลยค่ะ”






คุณแม่แอมป์ – อาราดา ประทินอักษร

(บ.ก.นิตยสาร Wisdom Plus)

และน้องอัยย์ – ด.ช.พริษฐ์ ใยไพโรจน์

วัย 1 ปี 4
เดือน



Peachy อาหารเสริมสำหรับเด็กยอดฮิต ทั้งคุณแม่ดารา และคุณแม่เซเลปนิยมให้ลูกทาน และสีสันของบรรจุภัณฑ์ที่สดใสน่ารัก เข้ากับเนื้อผลไม้แต่ละสูตร มีรสชาติหวาน เด็กกินง่าย ช่วยเสริมในเรื่องวิตามิน และไฟเบอร์





ราคา 1 ซอง 110 กรัม / 55 บาท


คุณค่าทางอาหาร Peachy เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็ก เป็นผลไม้หรือหัวมัน







โปรตีน


คาร์โบไฮเดรต


ไขมัน


วิตามิน


เกลือแร่หรือแร่ธาตุอื่นๆ



**มีในสูตรไก่ ราคา 1 ซอง/ 68 บาท


/



/


/




Xongdur Baby (ซองเดอร์เบบี้)






“ครั้งแรกที่รู้ว่าจะให้ลูกได้ลองอาหารเสริมออร์แกนิกก็รู้สึกว่าลูกจะปลอดภัยจากสารพิษค่ะ และพอได้ชิมเองก็ยิ่งชอบมาก เพราะมีกลิ่นหอมดึงดูดใจน้องไบร์ทให้เดินมาหา แม่ชิมก็รู้ว่าอร่อย พอชวนลูกชิมบ้างก็กินได้เยอะเลยค่ะ เนื้ออาหารก็เนียนละเอียด ทำให้ลูกกลืนง่ายมาก และส่วนผสมต่าง ๆ เช่น กล้วย ฟักทอง ผักโขม ก็เป็นอาหารที่เด็ก ๆ ยอมกินได้ง่าย พออ่าน ข้อมูลรู้ว่าไม่ผสมนม ถั่ว ไข่ ก็คิดว่าจะแนะนำให้เพื่อนที่มีลูกแพ้อาหารง่ายได้ด้วยค่ะ”



คุณแม่เอ๋ – อัญพัชร์ ปิยะวิชิตศักดิ์ (ธุรกิจส่วนตัว)

และน้องไบร์ท – ด.ช.อริย์ธัช ฉันทนาวิวัฒน์ วัย 1 ปี 8 เดือน



อาหารเสริมแนวใหม่ทำมาจากข้าวกล้องงอก ผสมกล้วย กับ ฟักทอง ผักโขม เตรียมง่ายด้วยการเติมน้ำร้อน เหมาะสำหรับฝึกเด็กให้กินอาหารหยาบ ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย


ราคา 1 กล่อง 80 กรัม / 95 บาท


คุณค่าทางอาหาร ซองเดอร์เบบี้ เป็นข้าวกล้องงอก ผสมกลิ่น ผสมกล้วย กับ ฟักทอง ผักโขม







โปรตีน


คาร์โบไฮเดรต


ไขมัน


วิตามิน


เกลือแร่หรือแร่ธาตุอื่นๆ



/



/


/



สำหรับบ้านไหนได้ให้ลูกลองอาหารเสริมเหล่านี้ไปแล้วบ้าง ร่วมพูดคุยแบ่งปันได้ที่นี่ หรือหากลูกของคุณไม่ได้ทานอาหารเสริม แต่มีวิธีดูแลโภชนาการที่ดีและครบทั้ง 5 หมู่ อย่าเก็บเคล็ดลับไว้คนเดียวนะคะ บอกให้กับแม่แม่เรียลพาเรนติ้งได้รู้บ้างนะคะ^^

บทความโดย: Real Parenting.com
ภาพโดย: 

โภชนาการเด็ก

“แอลฟา-แล็คตัลบูมิน” สารอาหารที่พบในนมแม่ จับคู่ “ดีเอชเอ” สารอาหารเพิ่มพลังให้สมองลูกน้อย ช่วง1000 วันแรกที่สมองพัฒนาไวที่สุด!!


คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะเคยได้ยิน 2 ศัพท์ใหม่ คุ้นหู “แอลฟา-แล็คตัลบูมิน” และ “ดีเอชเอ” สองสิ่งนี้มีส่วนช่วยในความฉลาดของลูกน้อยได้อย่างไร (..แล้วพ่อแม่ขอกินด้วยได้ไหม? เผื่อจะฉลาดทันลูกบ้าง!!) วันนี้เว็บไซต์เรียลพาเรนติ้ง นำข้อมูลโภชนาการที่สำคัญต่อความฉลาดของลูก (จากเจ้า 2 ตัวนี้ ) มาแนะนำให้อ่านกันค่ะ






ความฉลาดเกิดขึ้นได้อย่างไร?1


นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้ศึกษาความฉลาดของมนุษย์ ว่าเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ







07.jpg



02.jpg


พันธุกรรม


การเลี้ยงดู


โภชนาการ


"การเลี้ยงดูลูกอย่างเอาใจใส่ ให้ความอบอุ่น และดูแลเรื่องโภชนาการ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างสมองของลูกในช่วง 1,000 วันแรก ช่วงที่สมองพัฒนาไวที่สุด"




· ใน 1000 วันแรกโครงสร้างของสมองจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สมองมีการขยายขนาดใหญ่มากขึ้นนอกจากโครงสร้างสมองที่มีความสำคัญแล้ว การทำงานของสมองก็เป็นอีกส่วนสำคัญ ซึ่งการทำงานของสมองจะสมบูรณ์ได้นั้นต้องมี สารสื่อประสาทเพราะความสามารถในการทำงานของสมองเกิดจากการสื่อสารกันอย่างเป็นระบบระหว่างเซลล์ประสาทในสมองผ่านสารสื่อประสาทเพื่อเกิดการสื่อสารแลกเปลี่ยนส่งต่อประสานงาน ทำให้เกิดการทำงานของสมองขึ้น



มาดูสารสารอาหารเสริมสร้างสมองกันค่ะ






แอลฟา-แล็คตัลบูมิน


เป็นโปรตีนสำคัญที่พบในน้ำนมแม่ ให้กรดอะมิโนจำเป็น เช่น ทริปโตเฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นใน สารสื่อประสาท


สารสื่อประสาทมีความสำคัญมากต่อการทำงานของสมองเพราะสารสื่อประสาทช่วยให้เซลล์ประสาทในสมองมีการสื่อสารข้อมูลซึ่งอาจจะทำให้เด็กมีการเรียนรู้ มีความคิดได้


แอลฟา-แล็คตัลบูมิน สารอาหารที่เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างและช่วยในการทำงานของสมองลูก


หา “แอลฟา-แล็คตัลบูมิน” ได้จากที่ไหน?


ในวัย 6 เดือนแรก ควรเลี้ยงด้วยนมแม่ และหลังจากนั้นให้รับประทานอาหารตามวัยควบคู่ไปกับการรับประทานนมแม่ให้นานที่สุด


brokenegg.jpg


ดีเอชเอ


เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ จึงต้องรับประทานจากอาหารทะเล เช่น ปลา สาหร่ายทะเล และไข่แดง


ดีเอชเอมีความสำคัญต่อการพัฒนาเส้นใยประสาท เพราะเนื้อสมองของเด็กเป็นไขมันถึง 60 เปอร์เซ็น


ดีเอชเอ เป็นหนึ่งในสารอาหาร ที่ช่วยเรื่องโครงสร้างของสมอง


ไม่ต้องห่วงว่าถ้าลูกกินไขมันเยอะแล้วจะอ้วน เพราะดีเอชเอละลายได้ในไขมัน ถ้าให้รับประทานอย่างพอดีก็ไม่มีปัญหา


หา “ดีเอชเอ” ได้จากที่ไหน?


พบได้ในอาหารทะเลสัตว์ทะเลน้ำลึก เช่น ปลาซาดีน, ปลาทูน่า, กุ้ง, ปลาแซลม่อน, ถั่วเหลือง เนื้อไก่








7 เทคนิค เลี้ยงลูกให้ฉลาดและมีไหวพริบทันโลกที่รวดเร็ว


1. ดูแลโภชนาการ : ให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าเพียงพอ หลากหลาย และครบถ้วนอยู่เสมอ


2. กระตุ้นสมองตั้งแต่ในครรภ์ : ใครว่าต้องรอลูกออกมาลืมตาก่อนจะเลี้ยงดูให้เป็นเด็กฉลาด พ่อแม่ยุคใหม่เลี้ยงลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ด้วยการร้องเพลง อ่านหนังสือ (หรือพาไปเที่ยวก็ได้นะ)


3. อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี : เมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่เครียด ครอบครัวไม่เครียด ลูกก็มีอารมณ์ที่แจ่มใส




4. นอนหลับอย่างเพียงพอ : การนอนหลับเป็นการซ่อมแซมและเปิดโอกาสให้ระบบภายในร่างกายพัฒนาได้อย่างเต็มที่ อย่าไปกวนตอนเด็กหลับล่ะ!


5. เสริมประสบการณ์ให้กับลูก : สังเกตและส่งเสริมความสามารถของลูก ทั้งสิ่งที่เขาถนัดและไม่ถนัด ให้เขาได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่จะเป็นความทรงจำของเขาเอง


6. สนับสนุนลูก : พัฒนาและสนับสนุนในสิ่งที่ลูกชอบ ชมเขา และให้ลูกได้เลือกสิ่งที่เขาชอบ


7. ให้ความอบอุ่นและผูกพัน : ให้ความรักมากที่สุดเท่าที่จะทำได้และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก


เมื่อผ่านพ้น 1,000 วันแรกไปแล้ว สมองของเด็กจะไม่พัฒนาเร็วเท่าเดิม แต่สมองจะไม่มีวันหยุดเรียนรู้ และเติบโตเป็นเด็กที่ฉลาด




อ้างอิง :


1. จากวารสาร Frontiers in Human neuroscience ฉบับเดือนมีนาคม 2556 ฉบับที่ 7 บทความที่ 97 (1-2)

บทความโดย: Real Parenting.com
ภาพโดย: 

ความทรงจำของลูกเบบี๋ในขวบปีแรกเป็นยังไงนะ?

เคยสงสัยไหมว่า ในขวบปีแรก ลูกของคุณจดจำอะไรได้บ้าง ลูกจำคุณได้หรือไม่  และขั้นตอนของพัฒนาการในแต่ละเดือนเป็นอย่างไร มาอ่านกัน!

แรกเกิด : ลูกจะจดจำเสียงของคุณได้เพราะเคยได้ยินตั้งแต่อยู่ในท้อง

1 เดือน : สามารถจำหน้าคนที่คุ้นเคยได้

2 เดือน : รู้ว่าถ้าทำพฤติกรรมแบบนี้จะได้รับการตอบสนองแบบไหน เช่น ถ้าส่งเสียงร้องไห้ คุณแม่ก็จะมาหา และที่พิเศษคือ สามารถจำเหตุการณ์สำคัญบางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ได้

5 – 6 เดือน : เริ่มที่จะจำของเล่นชิ้นโปรดได้ และจะพยายามค้นหาเมื่อมองไม่เห็น

8 – 9 เดือน : ตอนนี้ลูกจะเริ่มรู้ว่า ถ้าคุณให้เธอนั่งบนเก้าอี้สูง หมายถึงเวลาทานข้าว ถ้าคุณสวมชุดนอนให้เธอหมายถึงเวลาเข้านอน หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงบางอย่าง สิ่งเหล่านั้นจะติดอยู่ในใจเธอเป็นอาทิตย์ทีเดียว

9 เดือน : ลองแสดงวิธีการเล่นของเล่นชิ้นใหม่ให้ดู หลังจากนั้นสองสามวันคุณอาจจะเห็นลูกกำลังแสดงวิธีเดียวกันกับคุณ

1 ขวบ : เริ่มมีความทรงจำเกี่ยวกับภาษา ดังนั้นลูกจึงมีปฏิกิริยาตอบโต้กับคำง่ายๆ ได้ อย่าง ใช่ หรือไม่ใช่

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสาร Amarin Baby & Kids

แม่ปวดใจ ! ลูกชอบเอาหัวกระแทกพื้น

คุณแม่คงรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นภาพแบบนี้ใช่ไหม แต่อยากจะบอกว่าไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และมีโอกาสค่อนข้างต่ำที่พวกเขาจะทำร้ายตัวเองเด็กวัยเตาะแตะบางคนอาจจะทำแบบนี้เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นเวลาที่อารมณ์เสียหรืออยากจะนอน บางคนทำเพื่อระบายความโกรธ เพราะเด็กไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไรขณะที่เด็กบางคนทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ ให้คุณแม่หยุดทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วหันมาให้ความสนใจกับเขา

 
คุณแม่อาจจะปรึกษาคุณหมอประจำของลูกเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวดูก็ได้ แต่ถ้ายังไม่มีปัญหาอื่นๆ มากไปกว่านี้ อย่างเช่นลูกก่อกวนมาก ไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ เลย หรือพยายามทำร้ายตัวเองด้วยวิธีอื่นๆ เป็นต้น คุณก็ยังไม่ควรกังวลมากจนเกินไป

 

 

 
วิธีที่จะช่วยให้ลูกหยุดพฤติกรรมดังกล่าว

 
ลองวิธีเหล่านี้ดู

 
– สอนให้ลูกรู้จักผ่อนคลายตัวเองด้วยวิธีการอื่น เมื่อเห็นลูกอารมณ์เสีย ให้กอดลูกไว้หรือให้ของส่วนตัวที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างเช่นผ้าห่มผืนเล็กๆ ที่เขาติด หรือตุ๊กตาตัวโปรด หากลูกเอาหัวโขกพื้นก่อนนอน คุณก็ควรจะนวดหลังเขาเบาๆ หรือร้องเพลงกล่อมสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เขาสงบลงได้

 
– ช่วยลูกทำความเข้าใจกับความรู้สึกตัวเอง อย่างเช่นพูดว่า แม่รู้ว่าลูกรู้สึกโกรธŽ หรือเมื่อลูกได้รับของชิ้นเล็กกว่าหรือเก่ากว่าคนอื่นอาจจะถามว่า ลูกรู้สึกไม่พอใจหรือเปล่าŽ- มองข้ามมันไปเลย ถ้าคุณคิดว่าลูกทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจแล้วละก็คุณต้องทำเฉยไว้ อย่าไปสนใจเขา ถ้าคุณอดรนทนไม่ได้ที่จะเห็นลูกเอาหัวกระแทกกับวัสดุพื้นแข็ง ควรอุ้มลูกไปเล่นที่สนามหรือเล่นบนพื้นพรมแทน

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

วิธีแก้เมื่อลูกชอบปีนบันได

บางวันหนูน้อยอาจจะอยากปีนขึ้นไปดูว่าเคาน์เตอร์ครัวสูงๆ นี้มีอะไรน่าสนุกบ้างความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่มีขอบเขตจำกัด ทำให้คุณแม่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมระมัดระวังไว้ก่อน ด้วยการจัดพื้นที่บริเวณบ้านให้ปลอดภัยกับลูกค่ะ- เพราะไม่มีอะไรสามารถรอดพ้นมือนักปีนวัยเตาะแตะไปได้ คุณแม่จึงต้องเก็บของที่เป็นอันตรายให้พ้นมือเด็ก อย่างเช่นยา มีดหรือของมีคมอื่นๆ น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ

 
– เก็บบันไดชนิดพับหรือเคลื่อนที่ได‰ รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆที่เด็กสามารถปีนได้ออกไปให้พ้นจากสายตา

 
– ตรวจเช็คให้แน่ใจว่าชั้นวางต่างๆ ในบ้านมีความแข็งแรงมั่นคง ไม่ล้มคว่ำลงมาทับตัวเด็ก

 
– เคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ให้ออกห่างจากหน้าต่างและติดกลอนล็อกไว้ที่ระดับบนสุดของหน้าต่าง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเปิดเองได้

 
– ซื้อประตูกั้นบันไดอันใหม่ที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ติดตั้งทั้งชั้นบนสุดและล่างสุดของบันได

 
เวลาเล่นกับเด็กวัยเตาะแตะเป็นต้องได้รับน้ำใจจากเขา ไม่ว่าจะเป็นใบไม้ ก้อนหิน ตุ๊กตา ไปจนถึงลิปสติกจากกระเป๋าของคุณแม่ (ก็ไม่อาจรอดพ้นความสามารถในการรื้อค้นของหนูน้อยวัยนี้) แกจะหยิบยื่นมาให้ถึงตรงหน้ากันทีเดียว แถมทำหน้าตาจริงจังด้วยผู้ใหญ่ซึ่งยังงงๆ ก็เลยเอออวยรับไว้ก่อน ลองอยู่ด้วยกันนานขึ้นอีกสักพัก ปรากฏว่ายังมีมาให้เรื่อยๆ ไม่ยอมหยุดให้เสียที สงสัยใช่ไหมล่ะ

 
ผู้ใหญ่ใจดีย่อมไม่ปล่อยให้เด็กน้อยยื่นของมาเก้อ (แม้จะยังไม่เข้าใจเหตุผลของการให้ก็ตาม) เพราะที่จริงนี่เป็นพัฒนาการธรรมชาติของเด็กวัยนี้ที่ต้องการทำความรู้จักและหัดสื่อสารกับคนอื่นๆ เริ่มจากชี้ พอขวบครึ่งหยิบจับสิ่งของได‰ ก็หยิบยื่นให้คนอื่น จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่สิ่งของ หากอยู่ที่กระบวนการหยิบยื่น คุณควรรับของที่เขายื่นมา แล้วถือโอกาสคุยกับเขา อย่างเช่นชวนเรียกชื่อต้นไม้ที่เขาหยิบใบมาให‰ หรือบอกสีลิปสติกที่เขายื่นมา เท่านี้เขาก็ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้วละ

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ออกคำสั่งกับลูก พูดสั้นๆก็พอ

เด็กในวัยนี้ยังมีความเข้าใจในเรื่องการใช้ภาษาที่จำกัด ซึ่งอาจทำให้คุณปวดหัว เพื่อให้เขาเข้าใจในสิ่งที่คุณพูดจริงๆ ควรมีเทคนิคในการพูด ย่อตัวลงแล้วพูดกับเขา ให้ตัวคุณและลูกอยู่ในระดับเดียวกันเรียกชื่อเขาและสบตาเวลาพูด ให้เขาแน่ใจว่าคุณกำลังคุยกับเขาอยู่จริงๆให้เขาทวนคำพูด ไม่ว่าคุณพูดอะไรไป ให้ถามกลับว่าแม่ต้องการให้หนูทำอะไร ให้เขาพูดตามที่คุณพูด เช่นคุณห้ามเขาดูทีวี ทำให้เขาเข้าใจจริงๆ ว่าอีกห้‰านาทีต่อมาก็ห้ามกวนใจขอดูทีวีอีกพูดสั้นๆ ให้เขาทำทีละอย่าง

 

ถ้าต้องการให้เขาเก็บของเล่นก็บอกแค่ว่า ไปเก็บของเล่นให้เข้าที่Ž อย่าพูดยาวๆ ว่า เอาของเล่นไปเก็บบนชั้นให้เรียบร้อย เสร็จแล้วไปเอาโน่นนี่มา…Žอย่าทำให้เขางง ควรพูดสั้นๆ ง่ายๆ และกระชับอย่าใจร้อน เด็กจะใช้เวลาในการคิดนาน อย่าไปเร่งให้เขาทำเร็วๆ ถ้าเขานิ่ง ไม่ไปทำในทันที เขาไม่ได้ลืมหรอก ให้เวลาเขาหน่อย ระบุให้ชัดเจน

 

ถ้าคุณนัดลูกไปเที่ยวในตอนเช้า แต่บังเอิญติดธุระเปลี่ยนเป็นพาไปตอนบ่ายแทน อย่าพูดเพียงว่า แม่จะพาไปตอนบ่ายแทน ไปตอนเช้าไม่ได้แล้วŽ ลูกจะเข้าใจเป็นว่าคุณจะไม่พาเขาไปเที่ยวอีกเลย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมเขาร้องไห้โยเย ให้ระบุเวลาที่เขาต้องทำเป็นประจำทุกวันแทนการบอกช่วงเวลาเช้าหรือบ่าย เขายังไม่มีความเข้าใจในเรื่องเวลาดีนักถ้าบอกเขาว่า จะพาไปหลังกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วŽ จะทำให้เขาเข้าใจมากขึ้น ฟังเขาให้ดี แม่เป็นครูคนแรกของลูก

 

ถ้าอยากให้เขาฟังคุณคุณต้องรู้จักฟังลูกพูดด้วย ถ้าเขาร้องขอให้คุณหยุดเล่นจี้เอวคุณก็ควรหยุดแม้ว่าคุณจะรู้ว่าเขายังสนุกอยู่ก็ตาม ให้เขาเรียนรู้ความหมายของคำว่าหยุดหรือไม่ˆอย่างแท้จริง

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

วัยนี้ หนีไม่พ้น รื้อๆ ค้นๆ หยิบเข้า เททิ้ง

ลูกวัยเตาะแตะที่ช่างรื้อค้นข้าวของจากตู้ กล่อง กระเป๋า เที่ยวจับอะไรต่อมิอะไรโยนทิ้งจนเกลื่อน ทั้งที่มือน้อยนิดหยิบอะไรไม่ค่อยถนัด และสังเกตให้ดี ลูกไม่ได้เอาแต่โยนทิ้ง แต่ชอบหยิบของอื่นมาใส่แทนจนแน่นเอี้ยดด้วยซ้ำ อาการหยิบของใส่แล้วเททิ้ง เป็นกิจกรรมสำคัญ ช่วยพัฒนาทักษะการใช้มือ สายตา และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้ลูก แทนที่จะมัวปวดหัวจี๊ด ลองมาหาของเหลือใช้ในบ้านให้ลูกรื้อค้น และหาวิธีดีๆ ให้เขาฝึกทักษะ โดยที่คุณแม่ไม่ต้องละเหี่ยใจในความซนของเขาดีไหม

 
– หากล่องพลาสติกใส่ของ หรือกล่องรองเท้าที่ฝาปิดกล่องยังอยู่เอามาไว้เป็นหีบสมบัติ (อย่าลืมทำความสะอาดกล่องเสียก่อน) ส่วนข้าวของข้างใน พวกเศษผ้า ช้อนพลาสติกตักขนม ไอศกรีมโบ ริบบิ้นความยาวไม่เกิน 1 ฟุต ก็ใช้ได้แล้ว

 
– เลือกสิ่งของที่มีขนาดพอสมควรและมีจำนวนมาก อย่างไม้หนีบ หรือห่วงพลาสติกที่ใช้แขวนม่านในห้องน้ำ ไว้ให้เขา หยิบเข้า โยนทิ้งจากกล่อง และเพื่อไม่ให้เกิดเสียงหนวกหูตอนเขาเล่น ก็จับลูกให้นั่งเล่นบนผ้ารอง บนฟูกเนื้อบาง หรือให้นั่งเล่นบนพรมก็ได้

 

 

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

เมื่อลูกชวนแม่เล่นวิ่งไล่จับ

เช่น เข้ามาเกาะขากางเกงคุณ สักพักก็หันหลังวิ่งหนี พร้อมกับหันมามองให้แน่ใจว่าคุณกำลังไล่จับเขา สำหรับลูก เกมนี้ช่างสนุกเร้าใจ แต่เล่นเอาคุณหอบเลยทีเดียวใช่ไหม แต่ถ้าได้รู้ว่า การหมดแรงนั้นกำลังช่วยลูกพัฒนา คุณคงยอมรับว่าไม่เสียแรงเปล่า

 
ดร.เบคกี้ ไบลี่ ผู้เขียนหนังสือ I Love You Rituals อธิบายว่า การที่วัยเตาะแตะชอบเล่นวิ่งไล่จับแบบต้องหันมามองข้างหลัง ขณะวิ่งหนีด้วย เพราะเขาต้องการทดสอบว่าเวลาต้องแยกจากพ่อแม่แล้วความรู้สึกเป็น อย่างไร ถึงจะพิสูจน์ด้วยตัวเองว่าสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ แต่เด็กยังคงมีความกลัว ลูกจึงต้องการให้พ่อแม่วิ่งตามหลังเขา เพื่อย้ำความมั่นใจว่าเขาจะปลอดภัยและไม่ต้องกลัวอะไร

 
การเล่นอย่างนี้ควรเล่นในบริเวณปลอดภัย เช่น สนามหญ้า หรือสวนที่มีสนามกว้างพอให้วิ่งได้ และเมื่อคุณอยู่ในอารมณ์ที่อยากจะ ออกกำลังกายอย่างเบาะๆ ก็เริ่มวิ่งไล่ (พร้อมกับเร่งเขา จะหนีไปไหนŽ เท่านี้ก็จะได้ยินเสียงหัวเราะปนกรี๊ดอย่างมีความสุขขณะที่เขาวิ่งหนี) และพอจับตัวลูกได้ ให้เขาได้อยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของคุณเพื่อพักสักครู่

 
เวลาที่เขาจริงจังกับการหนี และแพ้ถูกคุณจับได้ ลองช่วยลูกให้มีโอกาสได้แก้ตัวอีกสักรอบ (และอีกรอบ และอีกรอบ…) หวังว่าคุณคงยังไม่เหนื่อยเกินไปนะ

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

สัญญาณบอก ลูกเป็นวัยเตาะแตะแล้ว

(ขอย้ำว่า ทุกอย่างจริงๆ) และสังเกตได้ว่าจะคาดเดาพฤติกรรม อารมณ์ของเขาได้ยากอย่างที่แอน พลีแชทท์ เมอร์ฟี ผู้เขียน The seven stages of motherhood:Making the most of your life as a momŽ ได้บอกไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า วัยเตาะแตะขึ้นชื่อว่าเฮี้ยวได้สุดๆ ไม่ว่าเรื่องไหน พ่อแม่จำเป็นต้องรับมือไป พร้อมกับสงบสติอารมณ์ตัวเองกันสุดๆŽ การเลี้ยงลูกวัยนี้จึงมีเรื่องท้าทายให้แม่ได้เรียนรู้และพัฒนาขีดความสามารถอีกขั้นเพราะเขาพร้อมทำให้คุณหงุดหงิดได้สุดๆ

 
บทลูกวัยนี้จะไม่ฟังเสียงใครขึ้นมา แม่ก็แทบจะตบะแตกทุกครั้ง ตอนเป็นทารกยังพอหาวิธีเอาเขาอยู่ได้ แต่พอมาตอนนี้รู้สึกหมดหนทางจริงๆ ก่อนที่จะลงมือทำอะไรลงไปเพราะฟิวส์ขาด ขอแนะนำให้หายใจเข้า – ออกลึกๆ 2 – 3 ครั้ง พาจอมป่วนไปอยู่ไกลหูไกลตาสักพัก (เลือกที่ปลอดภัยให้เขา) และผ่อนคลายอารมณ์โมโห จนกว่าจะเย็นลง ถ้าจะให้ดี แค่อารมณ์เย็นลงยังไม่พอ ควรต้องพักจนรู้สึกว่าตัวเองควบคุมอารมณ์และสถานการณ์ได้ด้วย คุณเมอร์ฟีบอกว่า ถ้าทำได้อย่างนี้ เท่ากับคุณได้แสดงตัวอย่างที่ดีอีกเรื่องหนึ่งให้ลูกเห็นแล้วละเพราะเขาพร้อมจะเอาเวลาทั้งหมดของคุณไป

 
วัยเตาะแตะอยู่นิ่งได้ไม่นานหรอก เพราะความอยากรู้อยากเห็นมันเรียกร้อง และวัยนี้ไม่ต้องการเวลานอนมากเท่ากับ

 
ตอนยังเป็นทารก แถมต้องการให้พ่อแม่มาเป็นเพื่อนเล่นอีกด้วย ดังนั้นถ้าจะถามหาเวลาของคุณเอง ตอบได้เลยว่า ไม่มีเวลาที่ชัดเจนแน่นอน จังหวะไหนที่คุณได้ทำอะไรให้ตัวเอง นั่นแหละเป็นเวลาของคุณ(อย่างเช่น ตอนอาบน้ำ หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว) นอกจากนี้แผนซึ่งวางไว้ว่าจะทำอะไรในแต่ละวัน จะไม่ค่อยเป็นอย่างที่หวังอีกด้วย เพราะเขาพร้อมจะทำทุกอย่างที่ขวางหน้า

 
ช่วงนี้คุณจะได้ยินเสียงลูกๆ ขอทำนั่นทำนี่ด้วยตลอดเท่าที่พลังและความสนใจของเขายังเหลือเฟือ จะตามดูกันทั้งวันก็คงไม่ไหว ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือ ต้องทำใจ และเข้าใจว่าเป็นช่วงที่เขาต้องการเรียนรู้ ปล่อยๆเขาเสียบ้าง เพราะเขาจะได้ค่อยๆ รู้จักการพึ่งพาตัวเอง และคุณจะได้มีเวลาพักไปด้วย ถือเสียว่าเป็นโชคดีที่วัยเตาะแตะจะหาความสนุกจากสิ่งรอบตัวได้มากมาย แม้ว่าเวลาที่เขาได้เจอสิ่งที่ชอบทำมากๆ เขาจะทำอย่างเมามัน จนบางทีก็เกินเลยกระทั่งทำให้คุณปวดหัวก็ตาม

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

มีลูกชาย-หญิง ควรแยกกันอาบน้ำไหม

การที่ลูกชอบอาบน้ำด้วยกันไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติอะไร ถ้าพวกเขาไม่ได้รู้สึกเขินอายซึ่งกันและกัน ก็ยังคงปล่อยให้อาบพร้อมกันได้ เด็กมักชอบเพราะรู้สึกสนุกสนานที่ได้เล่นน้ำด้วยกัน

 
แต่เมื่อลูกชายคุณอายุได้สัก 3 ขวบ เขาจะเริ่มรับรู้ความแตกต่างทางสรีระร่างกายระหว่างเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง และจะเริ่มตั้งคำถาม คุณก็ควรอธิบายความแตกต่างนั้นอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถพูดคุยกันได้ (ทั้งน้ำเสียง ท่าที และภาษา ที่ใช้)

 
เด็กวัยนี้จะเริ่มสนใจส่วนต่างๆ ของร่างกาย เวลาอาบน้ำด้วยกันก็อาจแอบจับอวัยวะเพศของตัวเองและของอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็น เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรตระหนกตกใจกับเรื่องนี้มากจนเกินไป แต่หากคุณห้ามแล้วลูกยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมแบบนี้ ก็คงถึงเวลาที่ต้องให้พวกเขาแยกกันอาบน้ำจะดีกว่า

 

 

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

สนุกกับการหมุนตัว

แต่คนที่เวียนหัวตาลายกลับเป็นตัวเราเอง ในขณะที่เด็กๆสนุกสนานกันสุดฤทธิ์

 
เหตุผลที่เด็กๆ สนุกกันก็เพราะว่า การหมุนตัวแต่ละครั้งสามารถช่วยกระตุ้นระบบโพรงกลางของหูชั้นใน ซึ่งทำหน้าที่ รักษาความสมดุลของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 
นอกจากจะไม่มีอันตรายใดๆ แล้ว การหมุนตัวยังเป็นการทดสอบขีดความสามารถของตัวเด็กเองว่าพวกเขาทำอะไรได้บ้าง จะหมุนตัวได้เร็วแค่ไหน หมุนได้มากที่สุดกี่รอบ แข่งกับเพื่อนว่าใครหมุนตัวได้นานกว่ากัน หรือใครที่สามารถยืนตัวตรงได้หลังจากหมุนมาแล้ว 10 รอบ เป็นต้น เพียงแต่คุณอย่าลืมจัดบริเวณบ้านที่ลูกชอบเล่นหมุนตัวให้กว้างขวางปลอดภัย ไร้สิ่งกีดขวางที่อาจเป็นอันตรายก็พอ

 

 

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags

คุยให้เคลียร์ เมื่อลูกแอบเถลไถล

เช่น ดอกไม้ เป็นต้องเดินเป๋เข้าไปดม ไปชมอย่างใกล้ชิด หรือบางครั้งกำลังเดินมุ่งหน้าไปที่หมายด้วยกันอยู่ดีๆ จู่ๆ เจ้าตัวเล็กหยุดเอาดื้อๆ แล้วเปลี่ยนไปเดินตามเครื่องบินบนท้องฟ้าหน้าตาเฉย คุณมีหน้าที่ต้องไปตามกลับมา ให้เขาเดินตามร่องตามรอยกันอยู่บ่อยๆ

 
ดร.เบคกี้ เลลีย์ ผู้เขียนหนังสือ Easyto Love, Difficult to DisciplineŽ บอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่วัยเตาะแตะจะมีอาการอย่างนี้ เพราะนี่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความสนใจ ชอบสำรวจทุกๆ อย่างเวลาที่เขาไปไหนๆ คุณจะเห็นว่าเขายินดีให้ความสำคัญกับเรื่องสำรวจหรือค้นหาลูกบอลตามมุมในบ้านให้เจอ ก่อนจะไปตามเสียงเรียกของแม่ที่ให้ไปแต่งตัว

 
ถึงการเถลไถลนี้จะเป็นธรรมชาติของวัยนี้แต่บางครั้งทำให้เสียเวลาได้ ลองดูว่าคุณจะปรับธรรมชาติให้เข้ากับสถานการณ์ในชีวิตจริงได้ทำให้การเดินหน้าต่อให้ถึงจุดหมายสนุกพอๆ กับการแวะเถลไถล

 
เด็กวัยนี้จะตอบสนองกับน้ำเสียงและวิธีการออกเสียงค่อนข้างมาก ครั้งต่อไปก่อนลูกจะไถลออกนอกทาง บอกจุดหมายปลายทางให้เขารู้ด้วยเสียงดังฟังชัด เอาละตอนนี้เราต้องไปไปรษณีย์กันก่อน ลองดูว่าใครจะถึงก่อนกันŽ และมีท่าทางเร่งฝีเท้าเดินประกอบ ลูกจะรู้สึกตื่นเต้น กระตือรือร้นไปกับคุณด้วยเบนความสนใจ

 
เด็กๆ จะสนใจเรื่องที่อยู่เฉพาะหน้า ถ้าคุณพูดเพียงเรียกให้เขาได้ยินเสียง บอกให้เขาเดินไปไหน เขาจะยังไม่สนใจอยู่นั่นเองถ้าหวังจะให้เขาไปกับคุณในขณะที่ยังสนใจอย่างอื่นอยู่ ต้องเบนความสนใจเขามาที่คุณ อย่างเช่น เข้าไปพูดกับเขา เวลาพูดให้สบตาลูกด้วย และชี้มือไปยังจุดหมายที่คุณกำลังจะให้เขาไป มีทางเลือกให้เขาบ้าง

 
วัยเตาะแตะชอบตัดสินใจ ถ้าคุณมีทางเลือกที่เหมาะๆ ให้เขา อย่างเช่น แม่ลูกต้องรีบไปธุระด้วยกัน แล้วเจ้าตัวเล็กไม่รู้ร้อนรู้หนาวด้วย เพราะกำลังง่วนใส่ลูกบอลในกระเป๋ากางเกง เพื่อให้เขาหันมาสนใจคุณ ลองยื่นข้อเสนอให้เขาเลือกระหว่างให้เขาถือไว้กับใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ของเขา วิธีนี้ช่วยให้เขาตัดสินใจได้เร็ว คุณจะได‰ไม่เสียเวลา

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags