อาหารและภาชนะที่ห้ามนำเข้าไมโครเวฟ!

เชื่อว่าคงมีคุณพ่อคุณแม่หลายคนที่ใช้ไมโครเวฟในการอุ่นอาหารให้ลูกน้อยหรืออาหารที่ตนเองทานแทบจะทุกชนิด สาเหตุก็เพราะว่ามันสะดวกกว่าการที่จะนำไปอุ่นบนเตาแก๊ส แถมยังใช้เวลาน้อย แค่เพียงเอาออกมาจากตู้เย็นหรือแกะจากถุงใส่ภาชนะเอาเข้าไมโครเวฟ ไม่กี่นาทีก็ได้อาหารร้อน ๆ มารับประทาน

แต่รู้หรือไม่ว่าการนำของเข้าไมโครเวฟสุ่มสี่สุ่มห้าก็สามารถทำให้อาหารที่เรานำเข้าไปอุ่นนั้นกลายเป็นยาพิษทำร้ายสุขภาพเราได้ … ดังเช่นหลายคนที่อาจเคยสงสัย หรือได้ยินเกี่ยวกับการใช้ไมโครเวฟ ว่าปลอดภัย 100% หรือไม่ ใช้ภาชนะอะไรเข้าไปอุ่นได้บ้าง หรือเมื่ออุ่นอาหารต่างๆแล้วคุณค่าอาหารจะลดลงหรือไม่ อาหารจะระเบิดได้จริงหรือไม่ Amarin Baby & Kids มีข้อควรระวังและคำแนะนำมาฝากค่ะ ตามไปดูกันเลยว่าจะมีอาหารหรือภาชนะใดบ้างที่ห้ามนำเข้าไมโครเวฟ

อาหารที่ไม่ควรเอาเข้าไมโครเวฟ

ผักต่างๆ และบล็อกโคลี่

การใช้ความร้อนในการทำอาหารประเภทผัก ไม่ว่าจะเป็น นึ่ง หุง ต้ม ผัด หรือทอด ต่างก็ทำให้สูญเสียสารอาหารในผักทั้งสิ้น ทั้งนี้อัตราการสูญเสียก็แล้วแต่วิธีการที่แตกต่างกันไป และจากผลการวิจัย การนำผักบล็อคโคลี่ไปใช้กับไมโครเวฟ ทำให้สูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในผักถึง 97% เลยทีเดียว

ไข่ 

อย่าเชื่อว่าการต้มไข่ในไมโครเวฟนั้นสามารถทำได้ การต้มไข่ในไมโครเวฟไม่มีทางสำเร็จ แถมยังจะเป็นการสร้างงานให้กับตัวเองอีกด้วย เพราะเมื่อน้ำไข่ไปต้มในไมโครเวฟ ไข่จะเกิดการระเบิดและก็จะเปื้อนไปทั้งตู้ไมโครเวฟ นอกจากจะไม่ได้กินไข่แล้วยังต้องเสียเวลามาทำความสะอาดอีกนะ

ผลไม้/ผลไม้แช่แข็ง

การนำผลไม้เข้าไมโครเวฟนั้น ก็เหมือนการทำลายไมโครเวฟวิธีหนึ่งเลยล่ะ เพราะผลไม้บางชนิดไม่ทนทานต่อความร้อนของไมโครเวฟ ยกตัวอย่างเช่น องุ่น หากนำองุ่นเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟละก็ องุ่นก็จะระเบิด และแห้งลงกลายเป็นลูกเกด แต่นั่นไม่ใช่เรื่องดี เพราะถ้าหากมันแห้งลงแล้วมันจะเริ่มปล่อยพลาสมาออกมาจำนวนมากและทำให้ไมโครเวฟของคุณไหม้ ! หรือผลไม้ที่แช่แข็ง เพราะมีผลการวิจัยเมื่อนำเอาผลไม้แช่แข็งไปใช้กับไมโครเวฟ จะทำให้น้ำตาลที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในผลไม้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นสารก่อมะเร็งค่ะ

ซอสสีแดงที่ไม่มีฝาปิด

สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ แต่ถ้าหากจะอุ่นก็ควรมีฝาปิดและเปิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะถ้าหากคุณไม่ปิดฝา เวลาที่มันเดือด ซอสเหล่านี้ก็จะระเบิดและเปื้อนไปทั่วตู้ไมโครเวฟให้คุณต้องได้ทำความสะอาดอีกแน่นอน

พริก

การนำพริกเข้าไมโครเวฟไม่ได้ส่งผลให้สารอาหารในพริกเสียหาย ยกเว้นแต่ว่ามันจะไหม้ และถ้าคุณเปิดฝาไมโครเวฟออก สารเคมีในพริกก็จะเข้าตาและเข้าจมูกของคุณ แน่นอนว่ามันคงไม่สนุกแน่ ๆ

ขนมปัง

การนำขนมปังเข้าไมโครเวฟจะทำให้ขนมปังนั้นกินไม่ได้ เพราะเพียงแค่นำขนมปังเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟเพียง 10 วินาที หรือมากกว่านั้น ก็จะทำให้ขนมปังเสียความชุ่มชื้นและทำให้ขนมปังแข็ง และเหม็นไปเลยล่ะ

น้ำเปล่า

เมื่อใส่น้ำลงในเครื่องไมโครเวฟจะทำให้น้ำมีความร้อนสูงขึ้นจนทำให้เกิด การเปลี่ยนเป็นไอน้ำพร้อม ๆ กันแล้วพุ่งระเบิดขึ้นจากแก้วได้ วิธีป้องกันคือการใส่ช้อนหรือตะเกียบไม้ลงไปในน้ำนั้น เพื่อให้น้ำมีจุดให้เกาะ และกลายสภาพเป็นไอโดยไม่เกิดการระเบิดพุ่ง หรือหากจะชงกาแฟหรือนม ก็ให้ผสมส่วนผสมลงไปตั้งแต่แรก ก็จะป้องกันได้เช่นกันคะ

นมแม่

สำหรับคุณแม่ การให้น้ำนมลูกนั้น นอกจากจะเพื่อให้เด็กเจริญเติบโตแล้ว ยังเป็นการเพิ่มแอนติเจน หรือภูมิคุ้มกันร่างกายนั่นเอง แต่หากนำนมเอาแม่ที่คั้นแล้วไปอุ่นในไมโครเวฟ ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ เนื่องจากอุณภูมิที่พอเหมาะของไมโครเวฟจะทำให้เชื้อแบคทีเรียอีโคไลในน้ำนมเติบโตขึ้นถึง 18 เท่า อาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กได้

ผลไม้แช่แข็ง

การแช่แข็งผลไม้หลังการเก็บเกี่ยวเป็นอีกวิธีที่จะรักษาคุณค่าทางอาหารของผลไม้นั้นๆได้ และเราคงจะเคยเห็นในห้างสรรพสินค้า ที่มีการนำเอาผลไม้แช่แข็งมาวางขายกันบ้าง แต่จากผลการวิจัย การนำเอาผลไม้แช่แข็งไปใช้กับไมโครเวฟ จะทำให้น้ำตาลที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในผลไม้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นสารก่อมะเร็งค่ะ

เนื้อสัตว์ แช่แข็ง

การนำเอาเนื้อสัตว์แช่แข็งไปละลายในไมโครเวฟ จะทำให้เชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเจริญเติบโต ดังนั้นจึงควรทำให้หมดในครั้งเดียว ไม่ควรเก็บไว้ทำอาหารในครั้งต่อไป นอกจากนี้ผลการวิจัยจากญี่ปุ่นเผยว่า การนำเอาเนื้อสัตว์ไปทำอาหารในไมโครเวฟเกิน 6 นาที จะทำให้วิตามิน B-12 ในเนื้อสัตว์ลดลงไปครึ่งหนึ่งเลยล่ะ วิธีการที่ดีที่สุดในการละลายน้ำแข็งของเนื้อสัตว์แช่แข็งก็คือการนำไปแช่น้ำหรือแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา เป็นเวลาหนึ่งคืน

เมื่อรู้แล้วว่ามีอาหารจำพวกใดบ้างที่ไม่ควรใส่ในไมโครเวฟแล้ว ก็มาดูกันต่อคะว่า ภาชนะประเภทใดที่ไม่ควรนำใส่ไมโครเวฟ

อ่านต่อ >> ภาชนะที่ห้ามนำเข้าไมโครเวฟ” คลิกหน้า 2

keyboard_arrow_up