[Blogger พ่อเอก-16] พ่อตีหนู หนูเจ็บไม่เท่า พ่อเจ็บหรอก - Amarin Baby & Kids
blog ครอบครัว

[Blogger พ่อเอก-16] พ่อตีหนู หนูเจ็บไม่เท่า พ่อเจ็บหรอก

Alternative Textaccount_circle
event
blog ครอบครัว
blog ครอบครัว

                ผมกับภรรยาเราสองคนคิดตรงกันว่า เราจะพยายามไม่ใช้การตีลูกในการทำโทษ (ในที่นี้หมายถึงการใช้ไม้ หรือ วัตถุอะไรก็ตามตี) เพราะเราเชื่อว่า การพยายามอธิบายให้เข้าใจด้วยเหตุและผลน่าจะทำให้เขาเรียนรู้ได้ดีกว่าว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรควรทำและไม่ควรทำ หรือ แม้กระทั่งอะไรที่เราชอบและไม่ชอบ

                อีกสาเหตุหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยกับการตี  เพราะสิ่งที่ผมจำได้อย่างเดียวเวลาโดนตีตอนเด็กๆ คือ ความกลัว’ มันแค่นั้นเองจริงๆ ฮะ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือที่บ้าน   ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยโดนคุณพ่อใช้ไม้ตีแต่จำไม่ได้เลยว่าโดนตีเรื่องอะไร

                ส่วนที่โรงเรียนตอนประถมผมจำได้ว่ามีกฏห้ามเดินไปด้านหลังโรงเรียนในช่วงเวลาพัก  (ซึ่งจริงๆ ตรงนั้นเป็นสถานที่เรียนวิชาดนตรีไทย) ถ้าฝ่าฝืนจะถูกคุณครูตี ซึ่งมันเลยกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์  แต่ไม่รู้ว่าทำไมต้องห้ามเข้าไป  ไม่รู้เหตุผลจนปัจจุบัน

                สำหรับเจ้าปูนปั้น ผมเองเคยใช้มือตีเขาครั้งหนึ่ง แล้วเขาก็ร้องไห้ออกมา มันเป็นความรู้สึกเหมือนที่ผมเคยได้ยินมาแต่เด็กว่า “พ่อ แม่ ตีเรา เราเจ็บไม่เท่าท่านหรอก”  ผมเพิ่งเข้าใจจริงๆฮะ วันนั้นผมเล่นกับเจ้าปูนปั้นอยู่สนุกสนานดี ส่วนหม่ามี๊ไปอาบน้ำ  เจ้าปูนปั้นเดินไปมาก็ไปดึงเอาสายไฟพัดลมเข้า ผมก็ส่งเสียง เจ้าปูนปั้นก็หยุด เพราะเสียงขู่ ‘อ้ะ อ้ะ อ้ะ’

                เป็นสัญญาณที่รู้กันระหว่า ปูนปั้น กับ ปะป๊า หม่ามี๊ว่า ‘ห้ามเล่น’

                แล้วเราก็จะบอกเหตุผลว่าทำไมไม่ควรเล่น แม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าใจ แต่เราเชื่อว่า เขาจะเรียนรู้เหตุและผลกับเรื่องต่างๆ ที่เกิดรอบๆ ตัว แต่หลังจากหยุดเล่นสายไฟ เจ้าปูนปั้นก็เดินต่อไปที่ปลั๊กไฟ คราวนี้ อ้ะ อ้ะ อ้ะ’ แม้จะทำให้เจ้าปูนปั้นปล่อยมือ แต่กลับไปเล่นต่อ แถมยังหันมายิ้ม

                คราวนี้ผมขู่ซ้ำอีกที ไม่เป็นผล ผมเลยเอามือผมตีมือเจ้าปูนปั้น แต่เจ้าปูนปั้นคงนึกว่าเล่นด้วย ก็หันมายิ้มให้อีกครั้ง แล้วจะหันกลับไปจับปลั๊กไฟอีก คราวนี้ผมจับมือเขาหงายขึ้นและตีแรงขึ้น คราวนี้ได้เรื่อง เจ้าปูนปั้นร้องไห้ โฮ

                ตอนนั้นผมทำอะไร ไม่ถูก ระหว่าง ควรจะโอ๋ หรือ ควรปล่อยให้ร้อง’ เพราะถ้าโอ๋ เขาก็จะหยุดร้องแต่ผมเกรงว่าเขาจะเรียนรู้ว่าทำผิดเดี๋ยวก็มีคนโอ๋ แต่ถ้าไม่โอ๋ ผมก็รู้สึกสงสารที่เราไปตีมือเค้า แม้จะไม่เจ็บแต่ ลูกน่าจะงอนหรือน้อยใจที่ปะป๊าตีมือ

                สุดท้าย ผมตัดสินใจ ไม่โอ๋ แล้วสอนแทน ผมสอนเขาว่า “ปลั๊กไฟฟ้ามันอันตราย เล่นไม่ได้” อย่างที่บอกไว้ล่ะครับว่า เขาคงจะไม่เข้าใจ แต่พอผมคุยกับเขาพูดซ้ำๆ  เขาก็หยุดร้อง พอเขาหยุดผมก็พูดกับเขาอีกที แล้วก็กอดเขา ถึงตรงนี้ ถ้าผมจะโอ๋เขาก็คงไม่มีใครว่าผมแล้วใช่มั้ยครับว่า ตามใจลูกผมไม่ได้โอ๋อะไรเขามากหรอกครับ ผมแค่ดึง เจ้าปูนปั้นมากอดแน่นๆ  แล้วตอนนั้นผมก็กระซิบข้างๆ หูเขาว่า

                “ป๊าขอโทษนะ ปะป๊ารักหนูมากนะ”

                คงไม่ต้องบอกว่า แม้เจ้าปูนปั้นจะหยุดร้องไห้ แต่ในอ้อมกอดนั้นกลับมีน้ำตาใครบางคนไหลออกมาแทน

                (ฝากคลิปฝึกกระโดดมาให้ดูครับ คลิก ดูแล้วจะเข้าใจว่าทำไมผมตีเขาไม่ลง)

 


 แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่

www.facebook.com/Poonpun.Poonpoon นะครับ

บทความโดย: บรรทัดที่สิบเอ็ด (พ่อเอก-จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์)

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up