[Blogger พ่อเอก-05] สุดขอบฟ้ากว้าง พ่อจะเดินเคียงข้างเจ้า

blog ครอบครัว
blog ครอบครัว

                  ใครต่อใครก็บอกเราว่า ‘เด็กแรกเกิดอย่าเพิ่งพาไปนอกบ้านนะ’เราไม่ได้ดื้อ เพียงแต่วิถีชีวิตของเรา ทำให้ ปูนปั้นต้องออกไปดื่มนมนอกบ้าน (ไม่ใช่ทานข้าว 555) กับปะป๊าและหม่ามี๊ครั้งแรกตั้งแต่ตอนอายุยังไม่ครบเดือน

                  ครอบครัวเราไม่ได้ต้องการจะฝืนความหวังดีเหล่านั้นแต่อย่างใด แต่ผมโตมากับความเชื่อที่ว่า ‘การอ่านหนังสือ และการเดินทางจะทำให้เรา ได้เรียนรู้และเลือกว่าจะเติบโตเป็นใคร’ ผมจึงอยากให้เขารักการเดินทาง อยากให้เขาเติบโตมากับการเดินทาง การเรียนรู้ และในอีกมุมหนึ่ง ‘เราแค่อยากให้คนที่กังวลกับการมีลูก ได้เห็นว่า ลูกไม่ใช่ภาระ เรายังใช้ชีวิตสนุกสนานเหมือนตอนที่เราเพิ่งแต่งงานได้’ ยิ่งมีเจ้าปูนปั้นร่วมเดินทาง เจ้าปูนปั้นกลับทำให้เรามีรอยยิ้มมากกว่าเดิมเสียอีก

                  ดังนั้น‘ทะเลแรก ของปูนปั้น’คือ หัวหิน (ตำแหน่งที่ปูนปั้นเลือกลงจอดบนโลกใบนี้) ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่ อายุยังไม่ครบ 2 เดือน ก่อนจิงกะเบลในปี 2555(จริงๆแล้วในตอนนั้น ถ้าเรา ไม่โดน หมอแจง (เพื่อนปะป๊าเอง) รั้งไว้ เราวางแผนว่า จะขับรถขึ้นเชียงใหม่ 3 คน ปูนปั้น หม่ามี๊ และ ปะป๊า เสียด้วยซ้ำ)และ ภูเขาแรกของปูนปั้น คือ ทริปเขาใหญ่, วังน้ำเขียวและเขาแผงม้า ในวัยไม่กี่เดือนและ เราจะไม่มีวันลืม รอยยิ้มเสียงหัวเราะ ที่เจ้าปูนปั้นได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ของเขาเลย … ผมเชื่อว่าครอบครัวคุณก็คงรู้สึกคล้ายกัน

‘นั่งเป็นตุ๊กตา บนชิงช้าที่ชะอำ’
‘โดนตู้หนีบ เล่นเอง ร้องไห้เอง และ เช็ดน้ำตาเอง ที่พัทยา’
‘ไข้ขึ้นที่กาญจนบุรี หลังจากได้เห็นโบกี้รถไฟครั้งแรก และตาโตกับน้ำตกไทรโยก’
‘เที่ยวกับย่า ยาย ที่หัวหินกินไอติมอร่อยๆที่ Eighteen Below’
‘ขึ้นเขาแผงม้าครั้งแรกของทั้ง ปูนปั้น หม่ามี๊ ปะป๊า‘
‘รอยยิ้มเจ้าตัวกลม ตอนมื้อเย็น ในวันสงบๆ บนวังน้ำเขียว’

                  …. ยังไม่หมดหรอกครับ และเมื่อเขาเติบโตขึ้น ครัวเราจะมีเรื่องราวความรัก ความผูกพันธ์ พูดคุยกัน กับรอยยิ้มเสียงหัวเราะ ที่จะไม่มีวันเงียบหาย … เรื่องเล่าจะดังกังวาลในหัวใจ และ จินตนาการจะคงอยู่ตลอดไป แม้ในวันที่เขาจะเติบโตมีครอบครัวของตนเอง

                  บางทีเราอาจจะคิดกันไปเองว่า ‘การมีเด็กทารก ทำให้ต้องงดทำโน่นทำนี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งดการไปเที่ยวจนกว่าเขาจะโต  แต่สิ่งที่ปูนปั้นสอนเราก็คือ  เขาอยู่ง่ายแค่มีนมแม่ บวกกับการช่วยกันเลี้ยงลูกของพ่อและแม่ เท่านี้เราสามคนก็เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน เพราะไม่ว่าที่ไหน  เขาก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากเกินกว่าที่เราอยู่กับเขาที่บ้านเลย

                  ดังนั้นในขวบปีแรก ปูนปั้นจึงได้ไปนอนค้างนอกบ้านทั้งหมด 9 ทริป ซึ่งรวมทั้งการบุกสิงคโปร์ตอนขวบเต็มแม้จะไปสิงคโปร์มาหลายครั้งแต่ทริปที่มีปูนปั้นเป็นทริปที่ทำให้เรามีความสุขและสนุกมากๆ

                  ทุกครั้งที่เราไปเที่ยว พอเราถึงที่พัก ปูนปั้นจะมีอาการตื่นเต้น ร่าเริง (กว่าปกติเข้าไปอีก) ซึ่งเราสัมผัสได้ว่าเวลาไปเที่ยวเขาก็มีความสุขเหมือนเรานั่นแหละครับ ซึ่งนั่นอาจจะมาจากการผ่อนคลายของปะป๊า หม่าม๊า ที่จะได้ไปพักผ่อน พอเรามีความสุขเขาก็สัมผัสได้ เขาก็มีความสุขไปด้วย ถ้าคุณกำลังกลัวโน่นนี่ ลังเลว่าจะพาลูกไปเที่ยวดีมั้ย จะวุ่นวายขนาดไหน ผมคงไม่ยุว่า พาลูกไปเถอะครับ แต่ถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ซะแล้ว ผมว่าคุณน่าจะตัดสินใจได้ว่าคุ้มมั้ยถ้าเราจะทำอะไร เพื่อให้เจ้าตัวน้อยมีรอยยิ้ม

                  อ้อ … ก่อนจะจบ … ในวัยขวบครึ่ง เราสามคนจะบุกรัสเซียครับ มันไม่ใช่แค่แผนการลอยๆครับ ตั๋วเครื่องบินอยู่ในมือเราแล้วฮะ และ ถ้าสิ่งที่ผมเล่า ทำให้คุณเก็บกระเป๋าพาเจ้าตัวน้อยออกเที่ยวได้หละก็ … มาเล่าให้เจ้าปูนปั้นชื่นใจหน่อยนะครับ

                     ติดตามเรื่องราวความน่ารักของครอบครัวน้องปูนปั้นได้ในคอลัมน์ FAMILY BLOGGER : www.real-parenting.com  ได้ทุกสัปดาห์

 แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่

www.facebook.com/Poonpun.Poonpoon นะครับ

 

 

บทความโดย: บรรทัดที่สิบเอ็ด (พ่อเอก-จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์)

keyboard_arrow_up