แพ็คเกจวัคซีน โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ปี 2560
5.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค
เว็บไซต์: www.kasemrad.co.th/Bangkae
6.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
เว็บไซต์: www.kasemrad.co.th/Prachachuen
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
5.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค
เว็บไซต์: www.kasemrad.co.th/Bangkae
6.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น
เว็บไซต์: www.kasemrad.co.th/Prachachuen
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
เด็กแรกเกิด - 1 เดือน มีพัฒนาการทางด้านต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มาดูกันว่า พัฒนาการทารก 1 เดือน มีอะไรบ้าง? และมีวิธีการกระตุ้นพัฒนาการได้อย่างไร? กันค่ะ
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ชาวอังกฤษ ชื่อว่า แคลร์ เฮนเดอร์สัน ได้โพสต์ข้อความและรูปภาพผ่านเฟสบุ๊กเตือนบรรดาคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย อย่าให้ใครมาหอมหรือจูบแก้มลูกน้อยพร่ำเพรื่อ เพราะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของลูกน้อยได้ เฮนเดอร์สันเล่าว่า บรู๊ค ลูกสาวของเธอลืมตัวดูโลกเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางญาติพี่น้องและเพื่อนๆ แวะเวียนมาเยี่ยมและแสดงความยินดีไม่ขาดสาย ในจำนวนแขกที่มาเยี่ยมนั้น ตนก็ไม่ทันระวังเพื่อนคนหนึ่งที่มีเชื้อไวรัส HSV-1 ต้นเหตุของโรคเริม สามารถติดต่อได้จากการจูบปาก หรือแม้แต่จูจุ๊บเบาๆ และหากเด็กทารกติดเชื้อไวรัสตัวนี้เข้าไปแล้วอาจทำอันตรายกับปอด รวมถึงตับและสมองจนถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งนี้ อาการติดเชื้อไม่ได้แสดงออกทันที แต่อยู่มาคืนหนึ่งระหว่างป้อนนมลูก ตนสังเกตเห็นความผิดปกติ บรู๊คมีอาการบวมแดงที่ริมฝีปาก จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แพทย์ระบุว่า โชคดีที่นำตัวหนูน้อยมาโรงพยาบาลทันเวลาเพราะอาการน่าเป็นห่วง โดยบรู๊คต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลถึง 5 วัน เฮนเดอร์สันจึงโพสต์ข้อความเตือนบรรดาคุณแม่คนอื่นๆให้ระมัดระหว่างอย่าใครจูบหรือหอมทารกแรกเกิด เพราะไม่อาจทราบได้เลยว่า ใครที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้ และหากพบเพื่อนหรือญาติคนใดมีแผลที่ปากให้รู้ไว้เลยว่าเป็นอันตรายต่อลูกน้อย ด้านผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคติดต่อ กล่าวถึงกรณีของหนูน้อยบรู๊คว่า เป็นเคสที่พบได้ยากแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย อย่างไรก็ตาม ทารกส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเสี่ยงเพราะมีภูมิคุ้มกันจากแม่ ที่มา BuzzFeed ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก : www.khaosod.co.th
วิทยาการสมัยใหม่ทำให้มีวิธีวินิจฉัยอาการแพ้หลายวิธี คุณหมอนริศราแนะนำวิธีตรวจโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญไว้ดังนี้ SkinTest:เป็นการทดสอบด้วยการหยดนมลงบนผิวหนัง ใช้ปลายเข็มเล็กๆ เกลี่ยนมให้ซึม แล้วรอดูปฏิกิริยาจากอาการแพ้ ข้อเสียของการทดสอบแบบนี้ คือ หากต้องการตรวจหาอาการแพ้หลายอย่างก็ต้องทำหลายจุด ใช้เวลาทดสอบและแปลผลประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ค่าใช้จ่ายไม่แพงและตรวจได้หลายอย่างต่อการจ่ายเพื่อทำทดสอบหนึ่งครั้ง แต่การทำ Skin Test จะแปลผลไม่ได้หากเด็กกินยาแก้แพ้ค่ะ เจาะเลือด : การเจาะเลือดตรวจภูมิแพ้วิธีนี้สะดวกรวดเร็ว ข้อเสียคือมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เพราะคิดค่าใช้จ่ายแยกในการตรวจหาอาการแพ้แต่ละอย่าง ยิ่งตรวจหลายอย่างก็ยิ่งจ่ายแพง แต่ให้ผลแม่นยำใกล้เคียงกับการทำ Skin Test ทดลองดื่มนม : ให้เด็กค่อยๆ ดื่มนมโดยมีคุณหมอคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด อาจใช้เวลามากหน่อยแต่วิธีนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเด็กที่ใกล้หายแพ้นม เด็กที่แพ้ไม่รุนแรง และเด็กที่สงสัยว่ามีอาการแพ้นมวัวแต่ตรวจด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ปรากฏผลค่ะ จากคอลัมน์ Kid Health นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนสิงหาคม 2558 เรื่องโดย อ.พญ.นริศรา สุรทานต์นนท์ผู้เชี่ยวชาญด้านแพ้อาหารในเด็ก หน่วยภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ ภาพโดย Shutterstock