พ่อแม่ห้ามพลาด! “1,000 วันแรก” ช่วงเวลาทองของชีวิต รากฐานสำคัญสู่สมองดี สุขภาพแข็งแรง และอนาคตของลูกรัก
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและพัฒนาการเด็กชี้ “1,000 วันแรกของชีวิต” ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 2 ปี คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการพัฒนาสมองและร่างกายเด็ก โดยการดูแลด้านโภชนาการและพัฒนาการอย่างเหมาะสมในช่วงเวลาดังกล่าว จะส่งผลต่อ IQ สุขภาพ ภูมิคุ้มกัน ตลอดจนศักยภาพการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตของเด็กในอนาคต
1,000 วันแรก จุดเริ่มพัฒนาสมอง-สุขภาพเด็ก
จากการเปิดเผยของ รศ. พญ.อรภา สุธีโรจน์ตระกูล กุมารแพทย์เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการสมาคมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย ในการบรรยายวิชาการในหัวข้อ Current Issues in Young Child Nutrition: How to Bridge Nutritional Gap to Ensure Proper Growth & Development โดยสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็ก ภายในงานประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 18 โภชนาการกับการกินดีมีสุข “Nutrition and Holistic Well-Being” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ระบุถึงความสำคัญของช่วง 1,000 วันแรกว่า นับตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์มารดา ร่างกายจะเริ่มมีการสร้างอวัยวะต่าง ๆ เมื่อเกิดเป็นทารกจะเป็นช่วงวัยแห่งการเติบโตและพัฒนาการของสมอง เป็นช่วงที่หน้าต่างโอกาสเปิดขึ้น (critical window of opportunity) ไม่ว่าเด็กจะมีพันธุกรรมมาอย่างไร สมองและอวัยวะสำคัญของร่างกายจะมีความสามารถในการปรับตัวในระดับหนึ่ง การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและได้รับโภชนาการเหมาะสม จะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาอวัยวะ ระบบประสาท ภูมิคุ้มกัน และสร้างสุขภาพที่ดีของเด็กในอนาคต ช่วยป้องกันภาวะแคระแกร็น การขาดสารอาหาร และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในอนาคตได้ด้วย
การพัฒนาสมอง (Neurodevelopment) ของมนุษย์ กระบวนการจะเริ่มตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ และดำเนินต่อเนื่องไปอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต มีการสร้างโครงสร้างและการทำงานของสมอง ในระยะนี้สมองมีการเปลี่ยนแปลงหลายกระบวนการสำคัญ ได้แก่
- การเพิ่มจำนวนเซลล์สมอง (neuron proliferation)
- การเจริญเติบโตของเส้นใยประสาท (axon และ dendrite) ซึ่งช่วยให้เซลล์สมองเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ
- การสร้างและปรับแต่งจุดเชื่อมต่อของสมอง (synapse formation และ pruning) ซึ่งมีบทบาทต่อการเรียนรู้และพฤติกรรม และจะดำเนินต่อไปตลอดชีวิต
- การสร้างปลอกไมอีลิน (myelination) ที่ช่วยให้การส่งสัญญาณประสาทรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
- การคัดเลือกและกำจัดเซลล์สมอง (apoptosis) ซึ่งเป็นกระบวนการปรับสมดุลของสมองตั้งแต่ในครรภ์ไปจนถึงวัยรุ่น

“ช่วงเวลา 1,000 วันแรก เป็นช่วงที่สมองมีความยืดหยุ่นและไวต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโภชนาการซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการสร้างและเชื่อมโยงโครงข่ายสมอง หากร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอในช่วงเวลานี้ อาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านสติปัญญา การเรียนรู้ และพฤติกรรมในระยะยาว และบางผลกระทบอาจไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ในภายหลัง” รศ. พญ.อรภา กล่าวและเสริมด้วยว่าการดูแลโภชนาการตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์และต่อเนื่องในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต จึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างพื้นฐานของสมองที่แข็งแรง และส่งเสริมศักยภาพของเด็กในอนาคต
โภชนาการกับปัญหาโรคอ้วน-ความสูงในเด็ก
รศ. พญ.อรภา กล่าวอีกว่า ช่วง 1,000 วันแรกยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาด้านร่างกาย โดยช่วง 1 ปีแรกเด็กจะมีพัฒนาการด้านความสูงเพิ่มขึ้น 24 ซม. ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 15% ของความสูงเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หลังจากนั้นอัตราการเพิ่มขึ้นจะลดลงเรื่อย ๆ สิ่งสำคัญที่ทำให้อัตราความสูงของเด็กดีขึ้นในช่วงอายุ 1-5 ปีแรก คือ โภชนาการ โดยเฉพาะสารอาหารประเภท โปรตีน ไอโอดีน วิตามินเอ วิตามินดี แคลเซียม สังกะสี และทองแดง ที่ต้องได้รับร่วมกัน จะได้รับเพียงสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งไม่ได้ เพราะมีการทำงานร่วมกันในการช่วยกระตุ้น IGF-1 ทำให้ Growth hormone หลั่งปกติ
โภชนาการที่ดีในช่วงวัยเด็ก ยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วนเมื่อเป็นผู้ใหญ่ รวมถึงโรคภัยต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเด็กจะเริ่มเรียนรู้วิธีการกิน เรียนรู้นิสัยการกิน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 2-3 ปีแรก หากเด็กมีวิธีการกินที่ดี มีนิสัยการกินที่ดี จะลดปัญหาการกิน ลดปัญหาเด็กเลือกกินให้น้อยลง ขณะที่ช่วงอายุประมาณ 4–6 ปี จะเป็นช่วงสำคัญที่เรียกว่า adiposity rebound หรือช่วงที่ร่างกายเริ่มกลับมาสะสมไขมันอีกครั้งตามธรรมชาติ ในช่วงนี้พฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ที่เด็กได้เรียนรู้มาก่อนจะเริ่มแสดงผลอย่างชัดเจน หากเด็กมีพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม เช่น เลือกกินอาหารไม่สมดุล การได้รับโปรตีนมากกินไป อาจทำให้เกิด early adiposity rebound หรือการสะสมไขมันเร็วเกินไป และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนในอนาคตได้ด้วย โภชนาการช่วง 1,000 วันแรก (บางการศึกษาขยายระยะเวลาถึง 2,000 วันแรก) ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็กในระยะยาว
รศ. พญ.อรภา กล่าวอีกว่า พ่อแม่จึงควรให้ความสำคัญกับโภชนาการของเด็ก ในช่วง 1,000 วันแรกที่ต้องได้รับสารอาหารครบถ้วน และมีปริมาณเพียงพอต่อการพัฒนาทางด้านร่างกาย และสมองของเด็ก เพราะผลกระทบจากโภชนาการที่ไม่ดี ไม่ได้หยุดอยู่แค่วัยเด็กเท่านั้น แต่ส่งผลระยะยาวไปจนถึงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่อีกด้วย อาทิ ภาวะขาดธาตุเหล็กอย่างรุนแรงในวัยทารก มีความสัมพันธ์โดยตรงกับระดับ IQ ที่ลดต่ำลง เด็กที่มีภาวะขาดไอโอดีน (Iodine deficiency) จะมีระดับ IQ ต่ำกว่าเด็กในกลุ่มปกติเฉลี่ยถึง 6.9-10.2 คะแนน เป็นต้น
PNMA นำนวัตกรรมอาหาร-ความรู้ ส่งเสริมโภชนาการเด็กไทย
นอกจากหน่วยงานภาครัฐ ที่ส่งเสริมโภชนาการเด็กแล้ว ด้านสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA) ซึ่งเป็นตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมอาหารทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย ได้ร่วมทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนและส่งเสริมโภชนาการเด็กไทยผ่านกลไกต่าง ๆ รวมถึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการนำ นวัตกรรมอาหาร มาประสานกับ ความรู้ทางโภชนาการ เพื่อช่วยให้เด็กไทยได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลในบริบทของสังคมปัจจุบัน อาทิ การสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการ ด้วยการเผยแพร่องค์ความรู้ ร่วมกับองค์กรวิชาชีพจัดประชุมเพื่อนำเสนอผลการสำรวจสถานะโภชนาการล่าสุด เช่น SEANUTS II เพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาภาวะโภชนาการสองขั้ว (ทั้งอ้วนและขาดสารอาหาร) ในเด็กไทย การนำหลักฐานเชิงประจักษ์จากหน่วยงานระดับโลก เช่น ESPGHAN หรือ Cochrane Library มาปรับใช้เป็นแนวทางในการแนะนำโภชนาการที่เหมาะสม การให้ความรู้ว่าโภชนาการในช่วงต้นของชีวิตมีผลต่อการเกิดโรค NCDs เช่น โรคอ้วน หรือความดันโลหิตสูง เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และดูแลให้ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับเด็กมีการกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claims) ที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้เกิดภาระหรือความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค เป็นต้น

กุมารแพทย์เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อมูลอ้างอิงบทความ
การบรรยายวิชาการหัวข้อ Current Issues in Young Child Nutrition: How to Bridge Nutritional Gap to Ensure Proper Growth & Development
วิทยากร โดย รศ.พญ.อรภา สุธีโรจน์ตระกูล
ดำเนินการอภิปราย โดย ศ.เกียรติคุณ พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ