โรงเรียนอนุบาลสรรค์สุข
โรงเรียนที่ให้เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้

School Visit วันนี้จะพาคุณแม่ ๆ ไปเยี่ยมชม “โรงเรียนอนุบาลสรรค์สุข” โรงเรียนทางเลือกแนวบูรณาการย่านปทุมธานีที่ให้คุณค่ากับพัฒนาการตามวัย เคารพจังหวะการเติบโตของเด็กและเชื่อว่าความสุขคือพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ค่ะ

ทันทีที่ทีมงาน ABK ก้าวเข้าไปภายในโรงเรียน ก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ที่กำลังตอบคำถามคุณครู สลับกับเสียงหัวเราะสดใสระหว่างทำกิจกรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเป็นธรรมชาติ สนามหญ้าด้านหน้าของโรงเรียน บ่อโคลนและบ่อทรายคือพื้นที่การเรียนรู้ของเด็ก ๆ

โรงเรียนอนุบาลสรรค์สุข เปิดสอนระดับชั้นเตรียมอนุบาล – อนุบาล 3 ที่ เน้นการพัฒนาและกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กในช่วงอายุ 2 – 7 ปี  เน้นการเสริมสร้างพัฒนาการตามช่วงวัย ไม่เร่งเรียน  ไม่บังคับเขียน เน้นการพัฒนาทักษะสมอง (EF) การพัฒนาทักษะชีวิต (Life Skills) และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) และการสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้ของเด็ก ผ่านการคิดและลงมือทำด้วยตนเองทุกขั้นตอน โรงเรียนเชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีจะเติบโตได้จากประสบการณ์ตรง การลงมือทำและความสุขของเด็ก ๆ ค่ะ มาค่ะมาดูกันว่าหลักสูตรของที่นี่จะน่าสนใจอย่างไรบ้าง

จุดเริ่มต้นของโรงเรียน

จุดเริ่มต้นของ โรงเรียนอนุบาลสรรค์สุข เกิดจากความตั้งใจของ Teacher นิค- คุณพงศ์พิศ อำมฤต ผู้ก่อตั้งโรงเรียนที่อยากสร้างธุรกิจของตัวเองบนพื้นฐานของสิ่งที่รัก

ตั้งแต่วัยเรียน Teacher นิค ค้นพบว่าตัวเองชอบการสอน จึงเริ่มต้นจากการติวหนังสือให้เพื่อน ๆ และรับสอนพิเศษให้เด็ก ๆ ในช่วงเวลาว่างจากงานประจำ แม้จะทำงานด้านวิศวกรรมแต่เมื่อยิ่งทำ ก็ยิ่งชัดเจนว่าตนเองชอบงานสอนหนังสือมากกว่า

เมื่อมั่นใจในเส้นทางนี้แล้ว Teacher นิคจึงตัดสินใจลาออกจากงานวิศวกรและศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านการศึกษา เพื่อเติมเต็มทั้งความรู้และความเข้าใจเรื่องพัฒนาการเด็กอย่างจริงจัง

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2554 พื้นที่แห่งนี้ซึ่งเดิมเคยเป็นโรงเรียนอนุบาล ต้องปิดตัวลงหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ผู้เช่าเดิมไม่ได้ต่อสัญญา ทำให้ Teacher นิคเห็นโอกาสในการสร้างโรงเรียนในแบบที่เขาเชื่อ โรงเรียนที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกและเติบโตอย่างเป็นธรรมชาตินั่นเอง

โดยมีอีกแรงสนับสนุนสำคัญจาก ครูผึ้ง –คุณสิรี วิโรจนารมย์ ภรรยาและผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานกับองค์กร NGO ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยใช้ “การเล่น กิจกรรมและกีฬา” เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ความรู้และประสบการณ์จากงานภาคสนามจึงถูกนำมาผสานเข้ากับแนวคิดทางวิชาการ จนเกิดเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือทำและการเรียนรู้อย่างมีความหมายนั่นเอง

จากความเชื่อร่วมกันของทั้งสองคน จึงกลายมาเป็น โรงเรียนอนุบาลสรรค์สุข ที่ตั้งใจให้ความสุขเป็นหัวใจของการศึกษา และให้เด็ก ๆ ได้เติบโตในจังหวะของตัวเอง

การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงของผู้เรียน

ทางโรงเรียนจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

  • Play-Based Learning (การเรียนรู้ผ่านการเล่น)
  • Project-Based Learning (การเรียนรู้ผ่านโครงงาน)

โดยทั้งสองรูปแบบนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ โดยคุณครูทำหน้าที่เป็น Facilitator หรือผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สนับสนุนสื่อและอุปกรณ์การเรียนรู้ พร้อมทั้งตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดให้กับเด็ก ๆ คุณครูจะคอยทำหน้าที่เป็น Co-Player หรือผู้ร่วมเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้คิด วิเคราะห์ และเรียนรู้ได้ด้วยด้วยตนเอง

Play-Based Learning

การเรียนรู้ผ่านการเล่น เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสประสบการณ์จริง เรียนรู้อย่างสนุกสนาน ผ่านกระบวนการคิดและการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน

ครูหรือผู้ปกครองทำหน้าที่ออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

Project-Based Learning

การเรียนรู้ผ่านโครงงาน เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้นำทักษะที่ได้จากการเล่นมาประยุกต์ใช้และต่อยอดสู่สถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การวางแผน การทำงานร่วมกัน และความรับผิดชอบ

กระบวนการเรียนรู้แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การสำรวจและโหวตเลือกหัวข้อ

เด็ก ๆ ร่วมกันสำรวจความสนใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและโหวตเลือกหัวข้อโครงงานที่ต้องการศึกษา

  • การวางแผน ออกแบบ และแบ่งหน้าที่

เด็ก ๆ ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย วางแผนการทำงาน ออกแบบวิธีการศึกษาและแบ่งบทบาทหน้าที่ตามความถนัดของตนเอง

  • การลงมือปฏิบัติและเก็บข้อมูล

ลงมือดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ พร้อมทั้งฝึกสังเกต ทดลองและรวบรวมข้อมูล

  • การเปรียบเทียบ สรุปผลและนำเสนอ

วิเคราะห์ข้อมูล เปรียบเทียบผลลัพธ์ สรุปองค์ความรู้ทั้งหมดและนำเสนอผลงานต่อผู้อื่น

ในกระบวนการทั้งหมดนี้จะมีคุณครูจะคอยให้คำปรึกษา แนะนำและทำงานร่วมกับเด็ก ๆ ในช่วงเริ่มต้น เพื่อช่วยวางรากฐานกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ จากนั้นจึงค่อย ๆ ลดบทบาทลง เปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาสู่ระดับที่สามารถคิดเอง เลือกเอง วางแผน และดำเนินการด้วยตนเองได้อย่างมั่นใจ

ตัวอย่างโครงงาน : “Project คาเฟ่” ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3

หนึ่งในตัวอย่างการจัดการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning คือ “Project คาเฟ่” ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3

ก่อนที่ห้องเรียนจะกลายเป็นคาเฟ่จำลอง คุณครูได้มอบหมายภารกิจให้เด็ก ๆ ชวนคุณพ่อคุณแม่ไปเยี่ยมชมคาเฟ่จริง เพื่อร่วมกันสังเกตและสำรวจว่า “ร้านคาเฟ่ควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง” เช่น เมนู อุปกรณ์ บรรยากาศ การจัดร้าน หรือบทบาทหน้าที่ของพนักงาน

เมื่อกลับมาที่ห้องเรียน เด็ก ๆ ได้นำประสบการณ์ที่พบเห็นมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน พร้อมทั้งช่วยกันสร้าง Mind Map เพื่อเชื่อมโยงภาพรวมขององค์ประกอบทั้งหมดของคาเฟ่ ทำให้เห็นความสัมพันธ์ของแต่ละส่วนอย่างเป็นระบบ

จากนั้นจึงร่วมกันวางแผน แบ่งหน้าที่ และกำหนดความรับผิดชอบ เช่น

  • ทีมออกแบบและตกแต่งร้าน
  • ทีมคิดและจัดทำเมนู
  • ทีมพนักงานต้อนรับและรับออเดอร์
  • ทีมจัดเตรียมอุปกรณ์และดูแลความเรียบร้อย

กระบวนการทั้งหมดนี้ช่วยส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะการสังเกต การคิดเชื่อมโยง การวางแผน การทำงานเป็นทีมและความรับผิดชอบผ่านประสบการณ์จริงที่สนุกและมีความหมาย

คุณลักษณะของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสรรค์สุข

นักเรียนของโรงเรียนอนุบาลสรรค์สุขจะเติบโตภายใต้กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการคิดและลงมือทำจริง และมีคุณลักษณะเด่นดังนี้

  • ตั้งคำถามเป็น คิดเป็น เด็ก ๆ จะมีความคิดริเริ่ม คิดแก้ปัญหาเป็น คิดนอกกรอบและมีความคิดสร้างสรรค์
  • มีเหตุผลและคิดอย่างเป็นระบบ เด็ก ๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้และประสบการณ์ได้อย่างเป็นลำดับและเป็นระบบ
  • ตั้งเป้าหมายและวางแผนได้ รู้จักกำหนดเป้าหมายของตนเองและรู้จักวางแผนเพื่อไปสู่ความสำเร็จและเป้าหมาย
  • มีความอดทน พยายามและมุ่งมั่น เด็กที่นี่จะตั้งใจทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • มีความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเองและส่วนรวม
  • เคารพตนเองและผู้อื่น ปฏิบัติตามกฎกติกาของสังคมอย่างเข้าใจและมีเหตุผล
  • ภาคภูมิใจในตนเอง พร้อมยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
โรงเรียนอนุบาลสรรค์สุข ห้องเรียน

Mommy’s Love This ถูกใจแม่

สิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจและประทับใจใน โรงเรียนอนุบาลสรรค์สุข

1. พื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างอิสระ

โรงเรียนออกแบบพื้นที่อิสระให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงทั้งการเล่นอย่างสร้างสรรค์การสัมผัสธรรมชาติเรียนรู้หรือกับสัตว์จริงในรูปแบบ Hands-on Experience เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ลงมือทำ ได้ทดลอง ได้สัมผัส และค้นพบด้วยตนเองอย่างแท้จริง ซึ่งดีกับเด็ก ๆ มากเลยค่ะ

2. การประเมินพัฒนาการรายบุคคลอย่างละเอียด

โรงเรียนให้ความสำคัญกับการติดตามพัฒนาการเด็กในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านกล้ามเนื้อ อารมณ์ สังคม สติปัญญา และทักษะต่าง ๆ โดยมีการจัดทำ Portfolio รายบุคคลทุก ๆ 2 เดือน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เห็นพัฒนาการตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนและเข้าใจการเติบโตของลูกอย่างเป็นระบบ

3. สนามกิจกรรมกลางแจ้งที่ออกแบบอย่างเหมาะสม

พื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งภายในโรงเรียนได้รับการจัดสรรอย่างลงตัว รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น ร่มรื่น สะอาด และปลอดภัย เด็ก ๆ ได้ออกมารับแสงแดดยามเช้า สูดอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างสมดุล ถือว่าสภาพแวดล้อมโรงเรียนดีเยี่ยมเลยค่ะ

คุณสมบัติผู้สมัคร (อายุนับถึงวันที่ 16 พฤษภาคม) 

ระดับเตรียมอนุบาล อายุตั้งแต่ 2 ปีบริบูรณ์

ระดับชั้นอนุบาล อายุ 3 ปีบริบูรณ์

เกณฑ์การพิจารณา

ประเมินความพร้อมและพัฒนาการของเด็ก  และการสัมภาษณ์ผู้ปกครอง

อัตราค่าเล่าเรียน (ปีการศึกษา 2568)

ค่าธรรมเนียมการศึกษาเตรียมอนุบาล : 7,000 บาท / เดือน

ค่าธรรมเนียมการศึกษา อนุบาล 1-3: 37,500 บาท / เทอม **

** ยังไม่รวมค่าชุดนักเรียน

ที่อยู่: 68/1 ซอยพหลโยธิน 64 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130

ติดต่อ: 094-616-4165

เว็บไซด์: https://www.sunsook.ac.th/

Facebook: https://www.facebook.com/Stcatherinekindergarten/

Editor: แม่ติส

ภาพ: อภินัยน์ ทรรศโนภาส

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่ https://www.amarinbabyandkids.com/school-visit/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b5/

Tags