Thinkberry International Pre-School เรียนรู้จากธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานพัฒนาการ ประสบการณ์และความสุขสุดลงตัว - Amarin Baby & Kids
Thinkberry International Preschool

Thinkberry International Pre-School เรียนรู้จากธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานพัฒนาการ ประสบการณ์และความสุขสุดลงตัว

event
Thinkberry International Preschool
Thinkberry International Preschool

คุณพ่อคุณแม่เคยได้ยินคำว่า Reggio Emilia (เรกจิโอ เอมิเลีย) ไหมคะ?

เรกจิโอ เอมิเลีย เป็นแนวคิดที่มีหลักสำคัญ คือ การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมที่เด็ก ๆ อาศัยอยู่ ซึ่งหมายความว่าชุมชนที่อยู่โดยรอบจะเป็นตัวกำหนดและมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก เช่น อาคารสถานที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม พ่อแม่ เพื่อน หรือแม้แต่สัตว์ ล้วนที่สำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก ..เรียนรู้แบบเรียบง่ายแต่ได้ผลมาก

Thinkberry International Pre-School ในซอยโยธินพัฒนา ที่ School Visit พาทุกท่านมารู้จักในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่คุณพ่อคุณแม่ควรปักหมุดไว้เลยค่ะ เพราะเด็ก ๆ จะได้ประสบการณ์และพัฒนาการที่ดีอย่างเต็มเปี่ยม..รอบรู้ อย่างเรียบง่าย ด้วยหลักสูตรที่ออกแบบและพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญการศึกษาของเด็กปฐมวัยของทางโรงเรียนเอง

ความสนุกเริ่มต้นขึ้นที่นี่เลย

 Corners of Learning ภายในห้องเรียน

เด็กๆจะได้เรียนนอกห้องทุกวันเพราะธรรมชาติเองก็เปลี่ยนแปลงทุกวัน

 

Learn : Play-Based + Nature Based

หลักสูตรเฉพาะของทางโรงเรียนเป็นการผสมผสานระหว่าง British Curriculum ( Early Years Foundation Stage หรือ EYFS ) กับแนวคิดเรกจิโอ เอมิเลีย โดยใช้การเล่นเป็นการเรียนรู้ผ่านการปฏิสัมพันธ์กับ surrounding ของเด็ก ๆ ตามรูปแบบของเรกจิโอนั่นเองค่ะ

 

EYFS ให้ความสำคัญกับ 5 ปีแรกของเด็กๆ เพราะเป็น “ The part of Growing up ”

  • Communication and Languages หรือ ภาษาและการสื่อสาร
  • Physical Development หรือ การพัฒนาทางกายภาพ (กล้ามเนื้อ – ร่างกาย)
  • Personal + Social Emotional Development หรือ พัฒนาการทางอารมณ์ของตนเองและต่อสังคม

 

เพราะธรรมชาติของเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน Thinkberry จึงพิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียดของเด็กๆแต่ละคน เพื่อการตอบสนองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ได้อย่างอิสระและรู้จักรับผิดชอบ

ที่ Thinkberry จัดการเรียนการสอนเป็น THEME BASED โดยการใช้ Natural Resource เช่น Theme : Spring Garden and Wonderful Creators, Theme : Plants and Flowers หรือ Theme : I can be anything เป็นต้นค่ะ

Celebrate the friend’s birthday month พร้อมการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษไปในตัว

ผีเสื้อจากวัสดุรักษ์โลก

เด็กๆเริ่มต้นตั้งแต่เตรียมดินเลยนะคะ

สร้างผลงานในกิจกรรม Love and Care ช่วงวันแห่งความรัก

 

เด็กๆทุกคนจะได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นของเด็กปฐมวัยผ่านรายกิจกรรมรายวิชาต่อไปนี้

  1. Literacy
  2. Numeracy
  3. Understanding of the World
  4. EAD หรือ Expressive Art and Design

 

Literacy

  • โรงเรียนอินเตอร์จะใช้ภาษาอังกฤษ 100%
  • Hearing / Listening, then Speaking – ได้ยิน ได้ฟัง แล้วจึงจะเริ่มออกเสียง = การเรียนภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ (Phonics)
  • ใช้โปรแกรมการเรียนของ Read Write Inc. ที่นิยมกันในหมู่โรงเรียน UK และโรงเรียนอินเตอร์
  • กิจกรรมและเกมส์ – สนุกสนานจนเด็ก ๆ ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเรียนอยู่ค่ะ
  • Read Write Inc. ทำให้เด็ก ๆ อ่านและเขียนได้ในเวลาเดียวกัน
  • ภายใน Year 1 เด็กสามารถอ่าน – เขียน (small paragraph) ได้อย่างคล่องแคล่วแล้วค่ะ

 

Numeracy

ใช้วิธีการเรียนหลากหลายรูปแบบเลยค่ะ ทั้งกิจกรรมและอุปกรณ์ เพื่อสร้างความสนุกและประสบการณ์

Numicrons เป็นอุปกรณ์การเรียนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ “ค่าของตัวเลขจับต้องได้” เด็ก ๆ ได้ทั้งความรู้ด้านคณิตศาสตร์และภาษาไปในคราวเดียวกันเลยค่ะ

 

Literacy Skills เกิดขึ้นจากการฟัง การพูด การใช้งานในชีวิตประจำวัน

การต่อบล็อกเป็นพื้นฐานของหลายศาสตร์เลยนะ

กลุ่มเล็กเพื่อโฟกัส

 

 

Real Life Study (Understanding of the World)

แนวคิดแบบ Reggio Emilia คือการเรียนรู้จากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว Real Life Study ที่ Thinkberry คือการให้เด็ก ๆ เรียนรู้ผ่านวิถีชีวิตทั้ง การทำสวน Cooking Class Sensory ( ฝึกประสาทสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง ) Water Play ( การเล่นน้ำ ), พละ, Music Computer Coding และ STEM เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ว่าคอมพิวเตอร์ว่าคืออะไร  มีไว้ทำอะไร ทำงานอย่างไร ใช้สร้างอะไร  ส่วนประกอบมีอะไรบ้าง  ในขณะที่ Coding คือการเรียนรู้เรื่องทิศทางซ้าย ทางขวา การไปให้ถึงปลายทาง ส่วน Thai Class จะเรียนสัปดาห์ละ 3 คาบ และวิชาภาษาจีน Mandarin ชั้นเรียนภาษาจีนกลางหลังเลิกเรียน หากเด็กคนไหนต้องการปูพื้นฐานภาษาจีนกลาง

วิชาศิลปะและการออกแบบ EAD (Expressive Art and Design) จะผสานกับธรรมชาติ ใช้วัสดุจากธรรมชาติหรือวัสดุรีไซเคิล ในการสร้างสรรค์ผลงานหรือการทดลอง โดยเปิดอิสระให้เด็ก ๆ เต็มที่ ช่วยเสริมสร้าง Visualized หรือจินตนาการต่าง ๆ

ที่สำคัญเด็ก ๆ จะได้ทำ Project ด้วย (Project Approach) เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกความรักษ์โลก ได้อิสระเลือกหัวข้อที่แต่ละคนสนใจ  คุณครูจะคอยซักถามเพื่อให้เด็ก ๆ แสดงความคิดเห็น ให้พูด ให้เขียน ( ช่วยเหลือแต่ไม่ชี้นำ เพื่อให้เด็ก ๆ คิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ) แต่คุณครูจะสังเกตและ “เพื่อช่วยเสริมและเติมเต็ม” เพื่อให้เด็กๆได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ทุกคนจะได้ประดิษฐ์ชิ้นผลงานและนำมาจัดแสดง เด็กๆทุกคนภาคภูมิใจมากๆค่ะ

ขยับร่างกายกัน Rhythm and rhyme

 

Coding ผ่านเกม

 

 EAD การสร้างผลงานให้ออกมาเป็น Visual ค่ะ

Life :

จำนวนนักเรียน ต่อ คุณครู ประมาณ 5 : 1 เพื่อการสังเกตและดูแลอย่างทั่วถึง คุณครูมีหน้าที่ดูแลเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิดที่สุดโดยเฉพาะ ด้านการเรียนรู้ ความปลอดภัย ความสะอาดสุขอนามัย พัฒนาการของแต่ละคน

เด็ก ๆ จะเริ่มต้นวันด้วย

  • Check-in Stone ลงชื่อเข้าเรียน คุณครูรอรับ
  • เช็คอุณภูมิและความพร้อมของร่างกาย และเล่นนอกห้อง ( Areas of Learning )
  • 30 เข้าห้องเพื่อ Homeroom Talk+ Express มีงานให้เด็ก ๆ ทำ เพื่อสร้างความรับผิดชอบ แนะนำการเล่น ( กับเพื่อน ) ให้ถูกต้อง
  • 50 Snack เป็นอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหมด เมนูหลากหลาย ผัก 5 สี ที่สำคัญไม่มีอาหารแปรรูป ไม่ทอด ไม่โซเดียม ( เด็ก ๆ จะได้รับการสอนให้เข้าห้องน้ำและล้างมือก่อนรับประทานทุกครั้ง )
  • จากนั้นเด็ก ๆ จะเข้ากิจกรรมในชั้นเรียน + Freely Break + กิจกรรมอีก 1 คลาส แล้วจึงรับประทานอาหารกลางวันค่ะ
  • หลังทานอาหารกลางวัน น้องเตรียมอนุบาลและ อ.2 จะนอนกลางวัน – เรียนรู้การดูแลเครื่องนอนและทำกิจวัตรด้วยตนเอง อ.3 – ไม่มีนอนกลางวันแล้วจะทำกิจกรรมต่อตอนบ่าย
  • ช่วงบ่ายมี Afternoon snack และคลาสอีกนิดหน่อยก่อนกลับบ้าน
  • หลังเลิกเรียนจะมีคุณครู เจ้าหน้าที่ ตรวจความเรียบร้อยทุกอย่างของเด็กๆก่อนจะกลับบ้านอีกครั้ง

 

เพื่อให้การมาโรงเรียนคือ Great Time at school ของเด็กๆในทุกๆวันค่ะ

 Check-in stone ใครมาโรงเรียนแล้วบ้างน้า

เรียนและเล่นอย่างมีความสุข

มุม Lunch Break และมุมนอนกลางวัน

 

Different corners of learning

มุมแห่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในห้องที่หลายหลากมาก ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตัวเอง ที่เยี่ยมไปกว่านั้นคือ คุณครูสามารถสังเกตได้ด้วยว่า “เด็ก ๆ สนใจอะไรเป็นพิเศษ” ตัวอย่างของ Learning Corners ได้แก่ Reading Corner, UW Corner (Understanding of the World), Math Corner, Role play Corner เป็นต้นค่ะ

 

MISTAKES? เรียนรู้จากความผิดพลาดคือสิ่งที่ดีมาก เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ๆ และสร้างความอดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคให้แก่เด็ก ๆ ค่ะ

มุมต่าง ๆ ในโรงเรียน

 

Environment :

  • Open Communication Book สมุดบันทึกการเรียนรู้ ชีวิตประจำวัน อุบัติเหตุ เรื่องแจ้งให้ทราบ “ทุกวัน” เช่น การทานอาหาร ( มาก-น้อย ควรเสริมอะไรเพิ่ม? ) การเรียนรู้ การเข้าห้องน้ำ การนอน เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ปกครองสามารถเข้าใจถึง condition ของลูก ๆ ในวันนั้นค่ะ หรือหากมีอะไรที่ผู้ปกครองอยากฝากให้คุณครูดูแลเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งกลับมาได้เช่นกัน
  • การ Training ผู้ปกครองและผู้ใหญ่ในบ้าน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเลี้ยงลูกและ support เด็ก ๆ ได้ อีกทั้งยังมีการ Training grand parents ด้วยเช่นกันค่ะ เพื่อให้พวกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลหลาน ๆ ได้ ทำอย่างไร? เล่นอย่างไร? ให้เด็ก ๆ ทำอะไรแทนการดูโทรทัศน์ เป็นต้นค่ะ
  • Engagement การส่งภาพกิจกรรมของเด็ก ๆ ให้ผู้ปกครอง หลากหลายช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้ผู้ปกครอง “หายคิดถึง” เสมือนอยู่กับลูกตลอดวันแม้ลูกจะอยู่ที่โรงเรียนค่ะ

 

Mommy Love This

  1. ที่โรงเรียรมีโปรแกรม Read Write Inc. ที่จะทำให้เด็ก ๆ อ่านและเขียนได้ในเวลาเดียวกัน ผ่านการจำแนกแยกเสียง และกิจกรรม Environment sound, Musical sound, Body Percussion, Rhythm and rhyme, Alliteration, Voiced sound, Toy Talk
  2. Close to Nature การเรียนรู้ที่ใช้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นตัวนำเป็นพื้นฐานต่อยอดไปสู่ทุกศาสตร์ อีกทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เด็กๆหยิบจับ – ใช้สอย ล้วนเป็นวัสดุธรรมชาติปลอดภัยไร้สารพิษ คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้สุด ๆ
  3. Training ให้แก่ครอบครัว ที่สำคัญคือ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย ด้วย
  4. Physical Check-up การตรวจเช็คพัฒนาการทางร่างกายระหว่างเทอม น้ำหนัก – ส่วนสูง ว่าเป็นไปตามพัฒนาการไหม ไม่ต้องรอตรวจเช็คตามรอบฉีดวัคซีน หากเด็ก ๆ ต้องเพิ่มหรือลดอะไร สามารถดำเนินการได้ทันท่วงทีกันเลยทีเดียว
  5. Open Communication Book รายวันที่ทำให้ผู้ปกครองทราบ condition ของลูก ๆ เพื่อส่งเสริมหรือรับมือกับเด็ก ๆ ได้อย่างถูกจุดค่ะ

กิจกรรมในแต่ละวัน outdoor และ indoor สลับกันไป

 

ค่าเล่าเรียนของแต่ละระดับชั้น (3 เทอมต่อ 1 ปีการศึกษา)

Pre nursery I (Half day) Babies : 1.6 – 2 yrs. 70,000 บาทต่อเทอม

Pre nursery II (Half day) Toddlers : 2-3 yrs. 75,000 บาทต่อเทอม

Pre nursery I (Full day) Babies : 1.6 – 2 yrs. 95,000 บาทต่อเทอม

Pre nursery II (Full day) Toddlers : 2-3 yrs. 110,000 บาทต่อเทอม

Nursery 3-4 yrs. 125,000 บาทต่อเทอม

Reception 4-5 yrs. 135,000 บาทต่อเทอม

Key stage Year 1  5-6 yrs. 145,000 บาทต่อเทอม

(ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นค่าสมัคร ค่าอาหาร ข้อมูลเพิ่มเติม – ติดต่อทางโรงเรียนโดยตรง )

**โปรโมชั่นการสมัครเข้าเรียนของนักเรียนปีการศึกษานี้ – มีส่วนลดค่าเทอมสำหรับนักเรียนเต็มวัน 20% และฟรีค่าแรกเข้า (ปกติ 100,000 บาท)

 

Thinkberry International Preschool

117 ถนนโยธินพัฒนา, แขวงคลองจั่น, เขตบางกะปิ, กทม. 10240
โทร : 66 (0) 2 077 8960

Website :  www.thinkberrypreschool.com

Facebook, Instagram, Youtube : Thinkberry International Preschool

 

Editor : แม่พลอยผิง

ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up