โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม
โรงเรียนต้นแบบการเรียนรู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

School Visit วันนี้เราจะพาไปเยี่ยมชมโรงเรียนสาธิตอันดับต้น ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนใฝ่ฝันอยากให้ลูกได้เข้าเรียนค่ะ กับโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ซึ่งเป็นโรงเรียนสาธิตที่มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 60 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านคุณภาพการศึกษา ครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าอะไรคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ “สาธิตจุฬา” ยังคงเป็นโรงเรียนยอดนิยมมาจนถึงปัจจุบันกันค่ะ

เส้นทางกว่า 60 ปีแห่งคุณภาพ

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2501 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นโรงเรียนสำหรับฝึกหัดครูในระดับปริญญา ภายใต้การกำกับดูแลของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดังนั้น โรงเรียนแห่งนี้จึงนับเป็นหนึ่งในโรงเรียนสาธิตที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและมีบทบาทสำคัญด้านการพัฒนาการศึกษาไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันโรงเรียนตั้งอยู่บนถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมีพื้นที่กว่า 10 ไร่ ภายใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งส่งผลให้สามารถจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยเป็นระบบและเหมาะสมกับเด็กในระดับประถมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน

จุดเด่นด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสาธิตจุฬาคือ การมีอิสระในการบริหารจัดการและพัฒนาหลักสูตรของตนเอง ภายใต้กรอบหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ โดยนำมาบูรณาการร่วมกับแนวทางและเอกลักษณ์เฉพาะของโรงเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนในแต่ละยุคสมัย

บูรณาการองค์ความรู้ สร้าง “คาแรกเตอร์” นักเรียน

การจัดการเรียนรู้มุ่งพัฒนาเด็กแบบองค์รวมทั้งด้าน ร่างกาย  จิตใจและอารมณ์ สังคม สติปัญญา พร้อมปลูกฝังภาวะผู้นำและการเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก (Positive Change Agent) ดังนั้นเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ตามศักยภาพ ความสามารถและพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย

Active Learning เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

โรงเรียนใช้แนวทาง Active Learning ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม มากกว่าการบรรยาย ซึ่งมีประโยชน์กับเด็ก ๆ ดังนี้

  • เปิดโอกาสให้นักเรียนค้นคว้าและลงมือปฏิบัติจริง
  • ใช้เทคนิคการตั้งคำถามกระตุ้นการคิดวิเคราะห์
  • ฝึกการสังเกต การเชื่อมโยง และการทำงานร่วมกัน
  • กิจกรรมสอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามจุดประสงค์รายวิชา

โดยแนวทางนี้จะถูกปลูกฝังอย่างต่อเนื่องให้กับเด็ก ๆ ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 เพื่อสร้างพื้นฐานการคิดอย่างเป็นระบบและมีเหตุผล

พัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะยึดหลักสูตรแกนกลางเป็นฐาน อย่างไรก็ตามโรงเรียนก็มีการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะของตนเองควบคู่กัน โดย

  • จัดประชุมและปรับปรุงหลักสูตรปีละ 2 ครั้ง
  • ได้รับความร่วมมือจากอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาให้ความรู้กับนักเรียน
  • เชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาร่วมพัฒนาและจัดการเรียนรู้รวมทั้งยังได้ผู้ปกครองอาสามาให้ความรู้เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆอีกด้วย

ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้ผู้เรียนเติบโตอย่างรอบด้านและพร้อมรับโลกอนาคตอย่างมั่นใจ

แนวคิด FUN FIND FOCUS (3F)

คือแนวคิดหลักในการจัดการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจของตนเอง ภายใต้แนวคิด “เรียนปนเล่น ใช้งานเป็น เห็นแก่นสาร” และมุ่งเน้นพัฒนาให้เด็กค้นพบศักยภาพและต่อยอดได้อย่างเป็นระบบ

FUN (ประถมศึกษาปีที่ 1–2)

เรียนอย่างมีความสุข ปลูกฝังความรักในการเรียนรู้

  • เรียนผ่านกิจกรรมที่สนุกและเหมาะสมกับวัย
  • เปิดโอกาสให้เลือกเรียนทั้งวิชาพื้นฐานและวิชาเสริมระดับต้น
  • ช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิตประถม

FIND (ประถมศึกษาปีที่ 3–4)

ค้นพบความชอบและความถนัดของตนเอง

  • นักเรียนเริ่มสำรวจศักยภาพเฉพาะด้านของตนเอง
  • โรงเรียนมีวิชาเลือกที่หลากหลายตามความสนใจของนักเรียน
  • ส่งเสริมการตั้งคำถามและการค้นคว้าอย่างมีเป้าหมาย

FOCUS (ประถมศึกษาปีที่ 5–6)

พัฒนาความสามารถอย่างจริงจังและมีทิศทาง

  • เมื่อนักเรียนค้นพบความสนใจของตนเองแล้ว ก็สามารถได้ต่อยอดเชิงลึก
  • เรียนทั้งวิชาพื้นฐานและวิชาเฉพาะทางระดับสูงขึ้น
  • ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การวางแผน และความรับผิดชอบ

เชื่อมโยงสู่อนาคต

และหลักสูตร 3F นี้ถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงต่อเนื่องไปสู่ระดับมัธยมศึกษาในทิศทางเดียวกัน ซึ่งแนวทางนี้ก็จะช่วยให้นักเรียนมองเห็นแนวโน้มความสนใจของตนเองตั้งแต่ระดับประถมด้วย
นอกจากนี้ยังช่วยปูพื้นฐานสู่การค้นหาเส้นทางอาชีพในอนาคต โดยผ่านรายวิชาที่หลากหลายและประสบการณ์การเรียนรู้ที่ใกล้เคียงกับโลกจริง

ซึ่งแนวคิดนี้จึงไม่เพียงสร้าง “เด็กเก่ง” แต่ยังสร้างเด็กให้รู้จักตนเอง มีเป้าหมายและเติบโตอย่างมั่นคงในเส้นทางที่ตนเลือกด้วยค่ะ

โปรแกรมการเรียน

โรงเรียนจัดการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ศักยภาพและความสนใจของผู้เรียนที่แตกต่างกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

1.หลักสูตรปกติ (Regular Program)

ประกอบด้วย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ

กลุ่มสาระต่าง ๆ

  • กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(ทัศนศิลป์)
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ดนตรี-นาฏศิลป์)
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการ
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
  • กลุ่มสาระการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล

และกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ลูกเสือ -เนตรนารี)

2.CUD English Program

เป็นหลักสูตรที่เสริมความเข้มข้นด้านภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบ English for Integrated Studies (EIS)

จุดเด่น

  • จัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โดยอาจารย์ชาวต่างประเทศ ควบคู่กับอาจารย์ไทย
  • เพิ่มคาบ Advanced English เพื่อพัฒนาทักษะภาษาเชิงลึก
  • เสริมศักยภาพการสื่อสารและการใช้ภาษาในบริบทวิชาการ

โดยหลักสูตรนี้จะเหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในระดับสูงขึ้น

3.AP Alternative Program

หลักสูตรทางเลือกที่จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษในหลายรายวิชา ได้แก่

  • คณิตศาสตร์
  • วิทยาศาสตร์
  • พลศึกษา
  • การงานอาชีพ
  • วิทยาการคำนวณ
  • ทัศนศิลป์
  • เทคโนโลยีและหุ่นยนต์ (Robot)

แนวทางการจัดการเรียนรู้

  • สอนโดยครูชาวต่างชาติควบคู่กับครูไทย
  • เพิ่มรายวิชาเพิ่มเติมเฉพาะด้าน
  • มีการวัดผลแบบ Non-Grade ในบางรายวิชา เพื่อประเมินสมรรถนะและพัฒนาการเชิงทักษะได้อย่างเหมาะสม

4.ทางเลือกในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ กับสถาบันภาษา British Council

โรงเรียนและสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ร่วมมือกับ สถาบันภาษา British Council ในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยมีครูชาวต่างชาติเป็นผู้สอน เพื่อยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษให้เทียบเท่าสากล

ด้วยความหลากหลายของหลักสูตรและความยืดหยุ่นในการจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้ปกครองสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับศักยภาพและเป้าหมายของบุตรหลานได้อย่างลงตัว

ความรู้คู่คุณธรรม สร้าง DNA แห่งสาธิตจุฬา

โรงเรียนมุ่งพัฒนา “ความรู้ควบคู่คุณธรรม” โดยมีเป้าประสงค์ให้เติบโตอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงนักเรียนเท่านั้น แต่รวมถึงครูและบุคลากรทุกคนในองค์กร เพราะการเติบโตที่ยั่งยืนต้องเกิดขึ้นทั้งระบบ

และในโลกยุคปัจจุบัน ความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ โรงเรียนจึงมุ่งเน้นการพัฒนา ฐานสมรรถนะ (Competency-Based Education) พร้อมกำหนด DNA ของนักเรียนสาธิตจุฬาว่าเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ควรมีคุณลักษณะใดติดตัวไป

DNA นักเรียนสาธิตจุฬา

  1. การจัดการตนเอง (Self-Management)
  2. การจัดการการเงิน (Financial Literacy)
  3. ความกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์
  4. การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา
  5. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก
  6. การมีชีวิตที่มีคุณค่าและมีความสุข

กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียน

นอกจากการเรียนในห้องเรียน โรงเรียนยังให้ความสำคัญกับ “พื้นที่แห่งโอกาส” เพื่อเปิดเวทีให้เด็ก ๆ ได้ค้นพบความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่

  • โครงการหลังเลิกเรียน CUD After School

กิจกรรมหลังเลิกเรียนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกเรียนตามความสนใจ เน้นด้านพัฒนาทักษะต่าง ๆ ทั้งทางด้านกีฬา ศิลปะการแสดง (เต้น รำไทย) ภาษา เทคโนโลยี การประกอบอาหาร งานประดิษฐ์ Coding และ Robotics รวมถึงการทดลองวิทยาศาสตร์ มุ่งพัฒนาศักยภาพรอบด้าน ทั้งร่างกาย ความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ และทักษะแห่งอนาคต โดยเชื่อมโยงกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อย่างบูรณาการ

  • โครงการเสริมศักยภาพทางด้านศิลปะ Art Learning

โครงการเสริมศักยภาพทางด้านศิลปะ Art Learning ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนรู้เพื่อเพิ่มความสามารถ และประสบการณ์ทางด้านศิลปะให้แก่นักเรียนที่มีความสามารถทางด้านศิลปะ

  • โครงการพฤกษศาสตร์น้อย

เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ โดยมีจุดมุ่งหมายให้เยาวชนได้ใกล้ชิดพืชพรรณไม้ เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์และความสวยงาม อันจะก่อให้เกิดความคิดที่จะอนุรักษ์ต่อไป ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณาจารย์หน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย  ภาควิชาพฤกษศาสตร์  คณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณาจารย์จากกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ

  • ศูนย์นวัตกรรมโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม

เปิดโอกาสให้นักเรียนที่สนใจได้สร้างผลงานนวัตกรรมที่นักเรียนเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนาด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะต่าง ๆ โดยมีวางแผนการทำงานร่วมกัน ระหว่างครู – นักเรียน – ผู้ปกครอง โดยส่งผลงานนวัตกรรมเข้าประกวดในเวทีระดับชาติและระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่บูรณาการกับกลุ่มสาระฯ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน เช่น

  • ศุกร์สโมสร เวทีของคนกล้าแสดงออก

กิจกรรมนี้จัดขึ้นปีการศึกษาละ  2 ครั้ง  เปิดเวทีให้นักเรียนได้แสดงความสามารถอย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลง เต้น ,Cover Dance, เล่นดนตรี ,การแสดง, ลีลาศ หรือโชว์พิเศษอื่น ๆ เป็นพื้นที่ที่ “อยากโชว์อะไรก็ได้ ไม่จำกัดรูปแบบ”

โดยผู้ปกครองสามารถเข้าร่วมชมและให้กำลังใจได้ด้วย ทำให้เด็ก ๆ เกิดความภาคภูมิใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนที่ยังลังเล กล้าก้าวออกมาพัฒนาตนเอง

  • งานวันเอกลักษณ์ไทย

กิจกรรมที่ต่อยอดจากกลุ่มสาระภาษาไทย มุ่งปลูกฝังความภาคภูมิใจในภาษาและวัฒนธรรมไทย ทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยอย่างถูกต้อง มารยาทไทยและการวางตัวที่เหมาะสม การสืบสานคุณค่าความเป็นไทยผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์

  • เทศกาลตลาดนัดการงานอาชีพ

จัดโดย กลุ่มสาระการเรียนรู้การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการ

เปิดโอกาให้นักเรียนได้เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และแบ่งปันไอเดียต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น

💡Zone 1 ลานไฮเทค : สนุกกับเทคโนโลยีนวัตกรรมความรู้นำสมัย

🛍️Zone 2 ตลาดนัดจิ๋วจตุจักร : Shop สินค้า ชิมอาหารอร่อย เครื่องดื่มชื่นใจ ราคาสบายกระเป๋า

🎁Zone 3 ตลาดนัดทำเพลิน DIY : กิจกรรมสนุก ๆ มากมายจากผู้ใหญ่ใจดี

🫶🏻Zone 4 ตลาดนัดดำเนินสนุก : สมบัติผลัดกันชมสภาพดีและสินค้าทำมือใส่ใจทุกขั้นตอน

  • โครงการออกกำลังกาย SATIT CHULAFIT & FIRM

มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเสริมสร้างให้นักเรียนและบุคลากรมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีและช่วยเสริมสร้างให้นักเรียนและบุคลากรมีค่านิยมและทัศนคติที่ดีในการออกกำลังกาย ลักษณะของโครงการเป็นการจัดกิจกรรมการออกกำลังกายแบบ ZUMBA ในทุกเช้าของวันพุธ ช่วงเวลาประมาณ 08.10-08.30 น

กิจกรรมเสริมเหล่านี้ช่วยสะท้อนแนวคิดของโรงเรียนที่เชื่อว่า “การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน” แต่เกิดจากประสบการณ์ การลงมือทำ และการได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ค่ะ

Mommy Love This… ถูกใจคุณแม่!

  1. เรียนต่อมัธยมแบบต่อเนื่อง
    นักเรียนระดับประถมสามารถเรียนต่อระดับมัธยมได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องสอบแข่งขันใหม่ เรียนยาวต่อเนื่องได้ถึง 12 ปี
  2. พื้นที่สีเขียวและสนามเด็กเล่นหลายจุด
    มีสนามหญ้าและพื้นที่กิจกรรมกระจายหลายบริเวณ ให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่น ทำกิจกรรม และใกล้ชิดธรรมชาติ
  3. ระบบความปลอดภัยเข้มงวด
    มีจุดสแกนใบหน้าทั้งนักเรียนและผู้ปกครองในการรับ–ส่ง ช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัย
  4. โครงการการศึกษาพิเศษ
    รองรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ให้สามารถเรียนร่วมกับเพื่อน ๆ และปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
  5. อาคารเรียนเชื่อมต่อด้วย Sky Walk
    ทุกอาคารเรียนเชื่อมถึงกัน เดินเรียนสะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องแดดหรือฝน
  6. มุมอาหารเช้าสำหรับครอบครัว
    ช่วงเช้ามีร้านอาหารเปิดให้บริการ คุณพ่อคุณแม่สามารถมานั่งทานอาหารเช้าพร้อมลูก ๆ ก่อนเข้าเรียน เป็นช่วงเวลาคุณภาพของครอบครัว
  7. ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาในมหาวิทยาลัย
    นักเรียนสามารถใช้สนามกีฬาและสปอร์ตคอมเพล็กซ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ช่วยส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาอย่างเต็มที่
  8. มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน
    ให้คำปรึกษาด้านอารมณ์ พัฒนาการ และการปรับตัว ดูแลทั้งด้านวิชาการและสุขภาวะทางใจอย่างรอบด้าน

ทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่แค่ “โรงเรียนของเด็ก” แต่เป็นโรงเรียนที่ใส่ใจทั้งนักเรียนและครอบครัวอย่างแท้จริงค่ะ

ค่าธรรมเนียมการศึกษา

หลักสูตรปกติ 30,000 + บาท ต่อปี

หลักสูตรอื่น ๆ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โรงเรียนค่ะ

ที่อยู่ : ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330.

โทรศัพท์ : 02-2182746

Website : https://www.satite.chula.ac.th/

Editor : สุทธิดา มานพน้อย

ภาพ : นันทิยา บุศบงค์

อ่านโรงเรียนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.amarinbabyandkids.com/school/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3/

Tags