เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 1 ตอน ลูกฉันเป็นทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด - Amarin Baby & Kids

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 1 ตอน ลูกฉันเป็นทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด

Alternative Textaccount_circle
event

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 1 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

“ลูกฉันเป็นทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด!!”

 

ฉันชื่อรวีวรรณ (ชื่อสมมุติ) ตอนนี้อายุ 33 ปี มีลูกชายแล้วหนึ่งคน ฉันเคยแต่งงานมาก่อน สามีเป็นลูกชายคนเล็กในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 4 คน แต่แรกชีวิตครอบครัวก็มีความสุขดี สามีมีอาชีพเป็นเกษตรกร ขยันขันแข็งมาก สร้างฐานะให้พ่อแม่ จนซื้อที่นาเพิ่มได้เป็นร้อยไร่ เมื่อมีลูก สามีเริ่มเก็บเงินที่เคยแบ่งให้พ่อแม่พี่น้องไว้ให้ลูก เหตุการณ์มาเกิดขึ้นเมื่อพ่อแม่สามีแบ่งมรดกให้ลูกๆ และให้สามีของฉันมากกว่าใคร ต่อจากนั้นการยุแยงตะแคงรั่วก็เกิดขึ้น พี่น้องของสามีใส่ความว่าฉันเป็นคนขี้เกียจ ชอบแต่เรื่องสนุกสนาน บอกพ่อแม่สามีว่า ฉันยุยงสามี ไม่ให้ช่วยเหลือพ่อแม่และพี่ๆ เหมือนดังแต่ก่อน

น้ำหยดลงหินทีละหยดหินยังกร่อน นับประสาอะไรกับเสียงที่กรอกหูสามีทุกวัน สามีเริ่มเหินห่างจากฉัน เอาลูกไปนอนบ้านพ่อแม่ เมื่อสืบก็พบว่าพ่อแม่สามีหาแฟนใหม่ให้สามี เมื่อทะเลาะกัน สามีก็หอบลูกไปอยู่บ้านพ่อแม่สามี ไม่กลับมาอยู่กับฉันอีก ฉันทั้งเสียใจ ทั้งเหงา จึงไปอาศัยอยู่กับเพื่อนที่เปิดร้านคาราโอเกะ จึงได้รู้จักยุทธ (ชื่อสมมุติ) เขาอายุอ่อนกว่าฉัน 10 ปี เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ที่เปิดฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ รู้จักกันไม่นาน ฉันก็ย้ายไปอยู่บ้านของยุทธ พ่อแม่พี่น้องของเขาให้การต้อนรับฉันดีมาก ทุกคนอยากให้ฉันมีลูก เพราะไม่เคยมีเด็กในบ้านมาก่อน ยุทธมีเพื่อนฝูงมาก ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ แต่เขาก็รับผิดชอบงานในฟาร์มดี พอเลิกงาน เขาก็ตั้งวงกับเพื่อนๆ ฉันเองก็ไปนั่งเป็นเพื่อน ชีวิตเต็มไปด้วยความสนุกสนานเฮฮา จนลืมความทุกข์ที่เคยเกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง

ฟาร์มของยุทธและพ่อแม่ ตั้งอยู่ที่เชิงเขา ลมเย็นพัดโกรกตลอด พอตกค่ำ ดวงดาวเริ่มโผล่ขึ้นประดับฟากฟ้าทีละดวง พริบเดียวก็ระยิบระยับงดงาม ฉันเพลิดเพลินกับชีวิตในฟาร์ม กว่าจะรู้ตัวอีกทีลูกก็ดิ้นอยู่ในท้องแล้ว เมื่อรู้ว่ามีลูก ยุทธและครอบครัวดีใจอย่างออกหน้าออกตา รีบพาฉันไปฝากท้องที่โรงพยาบาลที่ว่าดี เมื่อไปถึงหมอตรวจพบว่าฉันท้องได้ 30 สัปดาห์ หรือประมาณ 7 เดือนเศษแล้ว หมอบอกว่าลูกตัวเล็ก น้ำคร่ำน้อย อาจจะเป็นเพราะฉันตัวเล็ก อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจเลือดพบว่าสุขภาพของฉันแข็งแรง เลือดไม่จาง ไม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไม่มีเชื้อเอดส์ และเชื้อโรคเลือดบวกซิฟิลิส

เมื่อฉันถามเรื่องความพิการของเด็ก หมอบอกว่า โดยทั่วไป หมอจะคัดกรองหากลุ่มทารกเด็กดาวน์โดยการเจาะเลือดของแม่ หรือเจาะน้ำคร่ำของแม่ ตอนอายุครรภ์ 4 เดือน ตอนนี้อายุครรภ์ฉันเกินแล้ว คงไม่ได้ตรวจ การตรวจด้วยอัลตร้าซาวนด์ ไม่พบความพิการใหญ่ ๆ เช่น ไม่มีศีรษะ ไม่มีสมอง ทารกบวมน้ำ แต่ไม่สามารถประกันได้ว่าเด็กไม่พิการ ตอนนี้เด็กอายุครรภ์ถึง 7 เดือน อีกสองเดือนก็คลอด คงต้องมาลุ้นกันตอนคลอด หมอแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ฉันเองกังวลมากว่าเด็กจะพิการ เพราะฉันไม่รู้ว่าท้อง ฉันทั้งดื่มจัด ทั้งสูบบุหรี่ กว่าจะนอนก็เกือบเช้า แต่ฉันไม่ได้บอกหมอ เพราะกลัวหมอจะว่าให้

สองสัปดาห์ต่อมา หมอพบว่าเด็กโตช้ามาก น้ำคร่ำมีน้อย หมอจึงปรึกษาหมอสูติเฉพาะทางครรภ์เสี่ยงสูง ที่เรียกว่าเอ็มเอฟเอ็ม (MFM : Maternal –fetal Medicine ) พบว่าทารกในครรภ์มีกระเพาะอาหารเล็กกว่าปกติ ส่วนความพิการอย่างอื่นๆ เห็นไม่ชัดเจน หมอมีความเห็นว่า ทารกอาจจะมีอะไรผิดปกติ การที่ทารกกระเพาะเล็ก กลืนกินน้ำคร่ำได้น้อย ทำให้ปัสสาวะออกน้อย ส่งผลให้น้ำคร่ำซึ่งปกติมีส่วนประกอบของปัสสาวะเด็กมีจำนวนน้อย ฉันรับฟังด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ กระวนกระวาย กลัวลูกพิการ แต่อย่างไรฉันไม่บอกให้สามีรู้ เพราะเขากำลังมีความสุข ฉันไม่อยากให้เขากังวล อีกสองสัปดาห์ต่อมา ฉันเจ็บครรภ์คลอด ในขณะที่อายุครรภ์ 34 สัปดาห์ เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอตรวจภายใน พบว่าปากมดลูกยังไม่เปิด แต่ทารกหัวใจเต้นช้า แสดงว่าเด็กมีการขาดออกซิเจน หมอให้ฉันรับการผ่าตัดด่วน เมื่อฉันฟื้นจากยาสลบ ฉันถามสามีที่ยืนเฝ้าข้างๆ เตียงว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง สามีเบือนหน้าหนี น้ำใสๆ คลอตา ฉันคิดว่าลูกคงเป็นอะไรสักอย่าง เมื่อถามหมอที่มาเยี่ยม คุณหมอให้พยาบาลพาฉันไปดูลูกที่ห้องไอซียูเด็กอ่อน เมื่อฉันหายเจ็บแผลแล้ว

ลูกของฉันเป็นลูกสาว น้ำหนักน้อยแค่ 1,500 กรัม หายใจไม่ได้ ต้องใส่ท่อหายใจ ดูเผินๆ ก็เป็นเด็กปกติ เมื่อเข้าไปใกล้ จึงพบว่าลูกสาวไม่ลืมตา เมื่อเอามือเปิดเปลือกตา พบว่าดวงตาเล็ก ขุ่นและบอดสองข้าง เพดานโหว่จนไปถึงลิ้นไก่ นิ้วมือนิ้วเท้าเป็นพังผืดไม่แยกนิ้ว แขนขาโก่งบิด ฉันถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงด้วยความเสียใจ สงสารลูก หากลูกรอดชีวิต ในสภาพคนพิการนี้ ลูกจะทุกข์ทรมานแค่ไหน หมอบอกฉันว่าลูกของฉันเป็นทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด นอกจากอาการภายนอกที่มองเห็น ปอดลูกยังไม่สมบูรณ์ หัวใจรั่วอย่างรุนแรง ฉันถามหมอว่าลูกจะรอดชีวิตไหม?

 

บันทึกของหมอ

ทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดมีโครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา 1 ข้าง (Trisomy 18) พบได้บ่อยรองจากกลุ่มทารกเด็กดาวน์ ไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แท้จริง ปัจจุบันยังไม่มีการคัดกรองภาวะนี้ในมารดาตั้งครรภ์ แต่หากเจาะน้ำคร่ำจะตรวจพบได้ พบมากในมารดาที่อายุมาก โดยพบ 1: 6,000-8,000 ของเด็กเกิดมีชีพ โดยร้อยละ 80 เป็นเพศหญิง เกิดความพิการได้ทุกอวัยวะ เช่น สมองพิการ ปัญญาอ่อน ตาบอด ไม่มีม่านตา หูหนวก หัวใจ ปอด ไตพิการ แขน ขา นิ้วพิการบิดงอ ปากแหว่งเพดานโหว่ ปากและกรามเล็ก ไม่มีใบหู ฯลฯ มักไม่รอดชีวิต อาจเสียชีวิตในครรภ์ หรืออายุไม่เกิน 1ขวบ ลักษณะที่ทำให้สงสัยว่าลูกจะเป็นภาวะนี้คือ แม่อายุมาก ลูกโตช้าในครรภ์ น้ำคร่ำมีมาก หรือน้ำคร่ำน้อย ลูกดิ้นน้อย ลูกขาดออกซิเจนในครรภ์

 

บทความโดย พญ.ชัญวลี ศรีสุโข
ภาพโดย : Shutter stock

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up