เทคนิคช่วยลูกทำการบ้านให้ประสบความสำเร็จ!

เด็กๆ ที่ประสบความสำเร็จในการเรียนส่วนใหญ่ มักจะเป็นเด็กที่มีผู้ปกครองคอยใส่ใจช่วยเหลือเวลาที่ทำการบ้าน เพราะนั่นทำให้ลูกเห็นความสำคัญและคุณค่าของสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ การที่พ่อแม่ช่วยลูกทำการบ้านนั้นไม่ได้มีความหมายว่าการนั่งอยู่ที่โต๊ะ และใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ ในการทำการบ้าน แต่หมายถึงการที่คุณพ่อคุณแม่เป็นคนให้กำลังใจ สอนทักษะที่สำคัญในวิชานั้นๆ ให้แก่ลูก ได้แก่อธิบายโจทย์ปัญหาที่ยาก หรือคอยบอกให้ลูกหยุดพักสายตาบ้าง เป็นต้น

ในขณะที่การบ้านเป็นเรื่องที่ผ่านไปได้อย่างรวดเร็วสำหรับเด็กบางคน แต่สำหรับเด็กหลาย ๆ คนแล้ว พวกเขาคิดว่าการได้ทำการบ้านเป็นเหมือนการแบกรับภาระอันหนักอึ้งดี ๆ นี่เอง ซึ่งพ่อแม่และลูก ๆ มักมองผลประโยชน์จากการทำการบ้านต่างมุมกัน พ่อแม่ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ที่ลูกจะได้เมื่อเขาทำการบ้าน วัตถุประสงค์ของเราก็เพื่อให้ลูกทำให้เสร็จแล้วลูกก็เอาการบ้านไปส่งครู

แต่สำหรับเด็กแล้ว มันเป็นเหมือนงานที่พวกเขาต้องทำให้เสร็จ และมันกลายเป็นภาระและมัน “ไม่สนุก” เลย ดังนั้น ในใจของพวกเขาจะคิดว่าพ่อแม่เป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดหรือตัวกำจัดความสนุกในชีวิตเมื่อเขาต้องทำการบ้าน

เช่นเดียวกัน สำหรับเด็กในวัยประถมมักจะหงุดหงิดมากและเกลียดการต้องนั่งแช่เป็นเวลานาน ๆ เพื่อทำการบ้าน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราจึงมีเทคนิคดีๆที่สามารถช่วยลูกของคุณในการทำการบ้านให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แถมมีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนี้

1. จัดตารางเวลาประจำวันให้ลูกทำการบ้านที่ชัดเจน

ก่อนหรือหลังอาหารเย็นก็ได้ ถ้ามีการบ้านมากควรลงมือทำหลังจากเลิกเรียน ทำบางส่วนที่โรงเรียนขณะรอพ่อแม่ไปรับ เด็กบางคนทำได้ดีหลังทางอาหารเย็น หรือบางคนชอบทำก่อนอาบน้ำ หรือหลังทานอาหารว่าง เป็นต้น และควรทำให้เสร็จแต่หัวค่ำจะได้เข้านอนพักผ่อนเร็วๆ

2. ทำความรู้จักกับครูของลูก

ไปร่วมงานของโรงเรียนเป็นงานแสดงต่าง ๆ ที่เด็กมักมีส่วนร่วมแสดงด้วยถ้วนหน้า เข้าประชุมสมาคมครูผู้ปกครอง เมื่อพบครูของลูกควรพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการเรียน และการแจกงานมาฝึกปรือที่บ้าน และปรึกษากับครูว่าพ่อแม่ควรมีบทบาทหรือมีส่วนช่วยลูกตรงไหนอย่างไร

Portrait of older sister hugging very upset younger sister that got problems in school

3. ให้กำลังใจ และ ห้ามการเสริมแรงทางบวกกับลูก

เมื่อลูกทำการบ้านหรือกิจกรรมนั้นๆ สำเร็จ คุณพ่อคุณแม่สามารถติดผลงาน เช่น งานศิลปะไว้ที่ตู้เย็นหรือที่มองเห็นได้ ทำให้ลูกรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ภาคภูมิใจในตัวลูกเสมอ

4. พ่อแม่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง

ถ้าพ่อแม่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ เคยอ่านให้ฟังเสมอ พ่อแม่ติดตามข่าวหนังสือพิมพ์ เขียนหนังสือ เขียนจดหมาย อ่านหนังสือเวลาว่าง ลูกๆ ก็จะทำตามพ่อแม่ดีกว่าพร่ำสอนโดยไม่มีตัวอย่าง

5. ในช่วงวันหยุด ควรจัดหาเวลาอ่านเขียน (study time) จะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็น หลังรับประทานอาหารว่าง บางคนชอบให้ใช้เวลาตอนค่ำก็อนุโลมได้ เพื่อทบทวนบนเรียนและให้ลูกมีความพร้อมเสมอที่จะไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น

6. สอบถามลูกถึงงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ

คำถามต่าง ๆ ที่ครูให้มาค้นหาคำตอบ ข้อสอบต่าง ๆ แล้วตรวจสอบว่าลูกทำครบไหม เตรียมพร้อมที่จะตอบคำถามต่าง ๆ และปลอบประโลมเมื่อลูกคับข้องใจ คำถามบางคำถามพ่อแม่ไม่ทราบก็จะต้องช่วยกันค้นหาจากแหล่งต่างๆ ทั้งหนังสือ ตำรา หรือแม้แต่ทางอินเทอร์เน็ต

อ่านต่อ >> เทคนิคช่วยลูกทำการบ้านให้ประสบความสำเร็จ” ข้อ 7-14 คลิกหน้า 2

keyboard_arrow_up