อยากหากิจกรรมเสริมให้ลูก ฟังทางนี้!

ถ้ากระหน่ำกิจกรรมใส่ลูกมากเกินไป เขาจะหมดเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย มีปัญหาทั้งเรื่องการกินและการนอน หงุดหงิดง่าย ติดคุณแจไม่ยอมปล่อย ไม่มีเวลาได้อยู่สงบๆ เฉยๆ บ้าง ไม่ได้เล่นตามใจชอบ ไม่ผ่อนคลาย และไม่มีโอกาสคิดอะไรเอง

 
จำนวนกิจกรรมที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคนและพ่อแม่ของเด็กเอง บางคน(โดยเฉพาะคนที่ฝากเลี้ยงในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือมีโอกาสเล่นกับเด็กอื่นเป็นประจำ)แค่กิจกรรมเดียวก็อาจเกินทนได้ บางคนอาจรับได้สักสัปดาห์ละ 1 – 2 คลาส ส่วน เด็กที่คนในบ้านไม่ค่อยเล่นด้วยหรือไม่ค่อยมีโอกาสเล่นกับเด็กอื่น และพ่อแม่ที่อยากพูดคุยกับผู้ใหญ่ด้วยกันบ้าง จะเป็นกลุ่มที่มีความสุขมากขึ้นหากมีกิจกรรมมาช่วยเติมเต็มทักษะทางสังคมสักสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง

 
ถ้าอยากให้ลูกมีกิจกรรมนอกบ้าน (ซึ่งแม้ไม่จำเป็นก็ไม่ได้มีพิษภัยต่อตัวเด็ก) คุณควรยึดตามแนวทางต่อไปนี้

 
– กิจกรรมสำหรับเด็กวัยนี้ควรมุ่งที่ความสุข สนุกสนานก็พอ ไม่ใช่หวังว่าโตขึ้นลูกจะกลายเป็นแชมป์โลก

 
– ไม่ควรสร้างความกดดันใดๆ ให้กับเด็ก เช่นบังคับให้ร่วมกิจกรรม แค่ชักชวนหรือเชียร์ก็พอแล้ว และถ้าเขายังไม่ยอมก็ไม่ควรฝืนใจกัน

 
– ควรเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับวัยและปลอดภัยไม่ใช่เอาเด็กหลายช่วงวัยต่างพัฒนาการมารวมกันเพราะอาจทำให้เด็กเล็กหมดแรงหรือเจ็บตัวได้

 
– ควรเน้นที่การพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ไม่ใช่มุ่งที่ทักษะใดทักษะหนึ่ง และถ้าลูกมีกิจกรรมมากกว่า 1 คลาส แต่ละคลาสก็ควรเน้นการพัฒนาทักษะที่ต่างกัน เช่น ทักษะด้านร่างกาย (บัลเลต์ ยิมนาสติก) ด้านความคิดสร้างสรรค์ (ดนตรี วาดรูปงานศิลปะ) หรือพัฒนาสติปัญญา (วิทยาศาสตร์ เล่านิทาน)

 
– ถ้าคลาสไหนดูท่าว่าจะ มากไปŽ สำหรับลูกก็ต้องงดไปเลย ซึ่งสังเกตได้จากอาการหมดแรง หงุดหงิด ไม่อยากร่วมกิจกรรม หรือแค่ดูไม่ค่อยสนุกก็ต้องงดแล้วละ

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

keyboard_arrow_up