ลูกไม่ยอมให้แม่คลาดสายตา

ดิฉันเป็นแม่บ้านเต็มเวลาค่ะ ลูกสาวอายุ 7 เดือนแล้ว เวลาส่วนใหญ่ก็อยู่กับลูกค่ะ แต่ช่วงนี้บางทีแค่ลับสายตาไปนิดเดียว เขาก็ร้องโวยวายเสียงดังจนดิฉันไม่กล้าไปไหนเลยค่ะ ขอคำแนะนำด้วย

 

วัย 7 เดือนเริ่มเรียนรู้ได้ว่าการร้องไห้เป็นอาวุธที่ดีในการนำมาซึ่งสิ่งที่ต้องการจากผู้อื่น ขณะเดียวกันก็เป็นเวลาสำคัญในการสอนลูกให้เรียนรู้การพึ่งพาตัวเองได้ การเล่นคนเดียวเป็น การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุข การเรียนรู้ว่าคนอื่นก็มีความต้องการหรือมีหน้าที่ที่ต้องทำนอกเหนือจากการดูแลเขา ไม่เช่นนั้นลูกจะคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของบ้าน กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง

ดังนั้นคุณแม่จึงควรฝึกให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เช่นกัน
  • 3 เดือนแรกเกิด เป็นช่วงที่ทารกยังใหม่ต่อโลกใบนี้ จึงต้องการให้มีคนอยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยดูแล
  • หลังจาก 3 เดือน เด็กจะเริ่มปรับตัวกับโลกใบใหม่เริ่มสนใจสิ่งแวดล้อม เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ช่วงนี้คุณแม่ควรฝึกให้ลูกเล่นเองในที่ปลอดภัย เช่น บนเบาะที่พื้น อยู่คนเดียวเองบ้าง โดยคุณแม่อาจเดินจากลูกไปทำงานบ้านเป็นพักๆ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่า ไปแล้วก็กลับมา ไม่ได้หายไปเลย ถึงแม้ว่าลูกจะร้องไห้ ก็อย่าชะงัก อย่าลังเล เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกกลัวว่าการที่ไม่มีคุณแม่อยู่ด้วยเป็นเรื่องที่น่ากลัว ให้คุณแม่ทำหน้ายิ้มๆ พูดกับลูกว่า เดี๋ยวแม่มาหานะ แม่ไปทำธุระเดี๋ยวเดียว บ๊ายบาย

ถึงลูกจะร้องไห้ตลอดเวลาที่คุณแม่เดินจากไป นาน 10 นาที หรือครึ่งชั่วโมงก็ไม่เป็นไร ถ้าลูกยังเห็นคุณแม่อยู่ในสายตาว่าทำอะไรอยู่บ้าง คุณอาจส่งเสียงบอกลูกเป็นระยะๆ ว่ากำลังทำอะไร อาจช่วยให้ลูกหยุดร้องไห้ได้ เมื่อคุณแม่กลับมาให้ทำสีหน้าดีใจ ทักทายลูกว่า เป็นยังไงบ้าง คิดถึงแม่ไหม ตอนนี้เรามาเล่นกันดีกว่า เวลาที่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกให้เป็นเวลาที่มีคุณภาพและมีความสุข เช่น อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เล่นของเล่นหรือเล่นเกมด้วยกัน

ข้อสำคัญ อย่าใช้วิธีแอบหนีไปตอนลูกเผลอ เพราะจะทำให้ลูกกังวลมากขึ้น และคอยเฝ้าคุณแม่ไว้ กลัวจะหนีหายไปอีก การเล่นจ๊ะเอ๋ เล่นซ่อนของให้ลูกเปิดหาใต้ผ้า จะช่วยให้ลูกเข้าใจหลักการเรื่องสสารหายไปจากสายตา เดี๋ยวก็กลับมาได้อีก ถ้าลูกอยู่ในที่เดิมนานๆ อาจรู้สึกเบื่อจึงควรเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น เอาออกจากเปลไปอยู่ในที่เล่น หรือเอาออกจากคอกกั้นไปอยู่ที่เบาะปูพื้นหรือรถเข็นบ้าง

ถ้าลูกยังร้องไห้ไม่หยุดเพื่อให้คุณอุ้มขึ้นมา ให้เบี่ยงเบนความสนใจ เช่น เอาของเล่นมาเล่นโชว์ลูกอย่างสนุกสนาน หรือทำท่าตลกๆ ให้ลูกดู โดยไม่อุ้มลูกขึ้นมา ต้องอดทนฟังเสียงร้องไห้ของลูกบ้าง เขาจะไม่รู้สึกแย่ กลายเป็นเด็กขี้โมโห หรือกลายเป็นเด็กขาดความอบอุ่นหรอกค่ะเพราะเรายังอยู่ตรงนั้นกับเขา และกำลังให้ความสนใจเขาอยู่

 

บทความโดย: แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด

ดิฉันเป็นแม่บ้านเต็มเวลาค่ะ ลูกสาวอายุ 7 เดือนแล้ว เวลาส่วนใหญ่ก็อยู่กับลูกค่ะ แต่ช่วงนี้บางทีแค่ลับสายตาไปนิดเดียว เขาก็ร้องโวยวายเสียงดังจนดิฉันไม่กล้าไปไหนเลยค่ะ ขอคำแนะนำด้วย

 

วัย 7 เดือนเริ่มเรียนรู้ได้ว่าการร้องไห้เป็นอาวุธที่ดีในการนำมาซึ่งสิ่งที่ต้องการจากผู้อื่น ขณะเดียวกันก็เป็นเวลาสำคัญในการสอนลูกให้เรียนรู้การพึ่งพาตัวเองได้ การเล่นคนเดียวเป็น การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุข การเรียนรู้ว่าคนอื่นก็มีความต้องการหรือมีหน้าที่ที่ต้องทำนอกเหนือจากการดูแลเขา ไม่เช่นนั้นลูกจะคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของบ้าน กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง

ดังนั้นคุณแม่จึงควรฝึกให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เช่นกัน
  • 3 เดือนแรกเกิด เป็นช่วงที่ทารกยังใหม่ต่อโลกใบนี้ จึงต้องการให้มีคนอยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยดูแล
  • หลังจาก 3 เดือน เด็กจะเริ่มปรับตัวกับโลกใบใหม่เริ่มสนใจสิ่งแวดล้อม เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ช่วงนี้คุณแม่ควรฝึกให้ลูกเล่นเองในที่ปลอดภัย เช่น บนเบาะที่พื้น อยู่คนเดียวเองบ้าง โดยคุณแม่อาจเดินจากลูกไปทำงานบ้านเป็นพักๆ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่า ไปแล้วก็กลับมา ไม่ได้หายไปเลย ถึงแม้ว่าลูกจะร้องไห้ ก็อย่าชะงัก อย่าลังเล เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกกลัวว่าการที่ไม่มีคุณแม่อยู่ด้วยเป็นเรื่องที่น่ากลัว ให้คุณแม่ทำหน้ายิ้มๆ พูดกับลูกว่า เดี๋ยวแม่มาหานะ แม่ไปทำธุระเดี๋ยวเดียว บ๊ายบาย

ถึงลูกจะร้องไห้ตลอดเวลาที่คุณแม่เดินจากไป นาน 10 นาที หรือครึ่งชั่วโมงก็ไม่เป็นไร ถ้าลูกยังเห็นคุณแม่อยู่ในสายตาว่าทำอะไรอยู่บ้าง คุณอาจส่งเสียงบอกลูกเป็นระยะๆ ว่ากำลังทำอะไร อาจช่วยให้ลูกหยุดร้องไห้ได้ เมื่อคุณแม่กลับมาให้ทำสีหน้าดีใจ ทักทายลูกว่า เป็นยังไงบ้าง คิดถึงแม่ไหม ตอนนี้เรามาเล่นกันดีกว่า เวลาที่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกให้เป็นเวลาที่มีคุณภาพและมีความสุข เช่น อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เล่นของเล่นหรือเล่นเกมด้วยกัน

ข้อสำคัญ อย่าใช้วิธีแอบหนีไปตอนลูกเผลอ เพราะจะทำให้ลูกกังวลมากขึ้น และคอยเฝ้าคุณแม่ไว้ กลัวจะหนีหายไปอีก การเล่นจ๊ะเอ๋ เล่นซ่อนของให้ลูกเปิดหาใต้ผ้า จะช่วยให้ลูกเข้าใจหลักการเรื่องสสารหายไปจากสายตา เดี๋ยวก็กลับมาได้อีก ถ้าลูกอยู่ในที่เดิมนานๆ อาจรู้สึกเบื่อจึงควรเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น เอาออกจากเปลไปอยู่ในที่เล่น หรือเอาออกจากคอกกั้นไปอยู่ที่เบาะปูพื้นหรือรถเข็นบ้าง

ถ้าลูกยังร้องไห้ไม่หยุดเพื่อให้คุณอุ้มขึ้นมา ให้เบี่ยงเบนความสนใจ เช่น เอาของเล่นมาเล่นโชว์ลูกอย่างสนุกสนาน หรือทำท่าตลกๆ ให้ลูกดู โดยไม่อุ้มลูกขึ้นมา ต้องอดทนฟังเสียงร้องไห้ของลูกบ้าง เขาจะไม่รู้สึกแย่ กลายเป็นเด็กขี้โมโห หรือกลายเป็นเด็กขาดความอบอุ่นหรอกค่ะเพราะเรายังอยู่ตรงนั้นกับเขา และกำลังให้ความสนใจเขาอยู่

 

บทความโดย: แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up