อาหารธาตุเหล็กสูง

5 อาหารธาตุเหล็กสูง ช่วยลูกสุขภาพดี พัฒนาการสมวัย สมองแข็งแรง

อาหารธาตุเหล็กสูง
อาหารธาตุเหล็กสูง

อาหารธาตุเหล็กสูง มีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัยเริ่มอาหารเสริม จำเป็นที่จะต้องได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คืออาหารที่มีธาตุเหล็ก

 

อาหารธาตุเหล็กสูง ได้จากที่ไหนบ้าง

ธาตุเหล็กมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมองของเด็กตั้งแต่ที่อยู่ในครรภ์ของแม่ ในเด็กแรกเกิด-อายุ 5 เดือน  ควรได้รับธาตุเหล็กจากน้ำนมแม่เป็นหลัก และเข้าสู่ช่วงวัยเริ่มอาหารเสริม อายุ 6-11 เดือน ควรได้รับธาตุเหล็กประมาณ 9  มิลลิกรัมต่อวัน และในช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป ควรได้รับธาตุเหล็กประมาณ 5-8 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่ง อาหารธาตุเหล็กสูง ที่ลูกน้อยควรได้รับอย่างเหมาะสมในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะมีอยู่ในแหล่งอาหารเหล่านี้…

  1. น้ำนมแม่ 1 ลิตร มีธาตุเหล็กประมาณ 0.35 มิลลิกรัม
  2. ไข่แดง 1 ฟอง มีธาตุเหล็กประมาณ 0.4 มิลลิกรัม
  3. ฟักทอง 13.5 กรัม มีธาตุเหล็กประมาณ 0.09 มิลลิกรัม
  4. ใบตำลึง 12 กรัม มีธาตุเหล็กประมาณ 0.17 มิลลิกรัม
  5. ตับไก่ 4.25 กรัม มีธาตุเหล็กประมาณ 0.42 มิลลิกรัม

อาหารธาตุเหล็กสูง

นอกจากนี้ยังมีแหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กอีกหลากหลายประเภท คุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนให้ลูกน้อยได้รับอย่างสมดุล เช่น ใน ผักโขม ผักปวยเล้ง ใบตำลึง แครอท มะเขือเทศ คะน้า เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่  ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า กุ้ง ข้าวกล้อง ถั่วแดง ถั่วดำ อัลมอนด์ รวมถึงใน ซีรีแล็ค อาหารเสริมสำหรับเด็กที่ระบุบนฉลากว่าเสริมธาตุเหล็ก เป็นต้น

 

ธาตุเหล็ก กับ สมอง อยากให้ลูกฉลาด ห้ามขาด

ในช่วงขวบปีแรกของชีวิตร่างกายลูกน้อยมีความต้องการสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการการเจริญเติบโต และพัฒนาการสมองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “ธาตุเหล็ก” ที่ถือเป็นสารอาหารกลุ่มเกลือแร่ที่มีส่วนเสริมสร้างและพัฒนาสมอง สติปัญญาให้สมบูรณ์แข็งแรง และมีระดับเชาว์ปัญญาดี

ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยขาดธาตุเหล็ก คุณแม่ต้องดูแลในเรื่องโภชนาการสารอาหารที่เหมาะสมเพียงพอในแต่ละช่วงวัยของลูกน้อย มาดูกันว่าในช่วงวัย 6 – 12 เดือน คุณแม่ควรให้อาหารเสริมลูกน้อยอย่างไรกันบ้าง

  • ลูกน้อยอายุ 6-8 เดือน ควรกินอาหารเสริมวันละ 1 มื้อ อาจเริ่มด้วยการบดข้าวผสมกับนมแม่ก่อน เพื่อเป็นการปรับร่างกายให้คุ้นเคยกับอาหาร แนะนำว่าต้องบดอาหารที่ให้ลูกกินอย่างละเอียด เพื่อให้กินและกลืนง่าย
  • ลูกน้อยอายุ 8-10 เดือน ควรกินอาหารเสริมวันละ 2 มื้อ สามารถปรับเปลี่ยนอาหารที่เสริมให้ลูกกินได้หลากหลายมาก ขึ้น เช่น ฟักทอง แครอท บดกับข้าว หรือเนื้อสัตว์ เป็นต้น ช่วงวัยนี้อาหารเสริมที่ให้ลูกกินจะมีลักษณะที่หยาบขึ้นเล็กน้อย
  • ลูกน้อยอายุ 10 -12 เดือน ควรกินอาหารเสริมวันละ 3 มื้อ และช่วงวัยนี้จะเริ่มมีพัฒนาการบดเคี้ยวอาหารได้ดีมากขึ้น ลูก สามารถที่จะกินอาหารเป็นชิ้นได้ แนะนำว่าให้คุณแม่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แต่อาหารยังต้องอ่อนนุ่ม ง่ายต่อการบดเคี้ยวค่ะ

ในช่วงวัยเริ่มอาหารเสริม แนะนำให้คุณแม่ปรับเปลี่ยนอาหารเสริมอย่างหลากหลายให้กับลูกน้อย เพื่อป้องกันการแพ้อาหาร และเพื่อให้ได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ และนอกเหนือจากธาตุเหล็กที่มีอยู่ในแหล่งอาหารที่แนะนำไปแล้วนั้น คุณแม่สามารถให้ลูกน้อยได้รับประโยชน์จาก “ ธาตุเหล็ก สารอาหารที่มีอยู่ใน เนสท์เล่ ซีรีโกรวท็อดเลอร์ซีเรียลผสมนม สูตรธัญพืชรวมผสมผักรวม ที่มีธาตุเหล็กสูงถึง 4.4 มก. เท่ากับ 76% ของความต้องการต่อวัน และนอกจากนี้ยังมี DHA วิตามิน  และเกลือแร่ 16 ชนิด”  
ฆอ. 2267/2562

 

อาการเมื่อร่างกายขาดธาตุเหล็ก  

เด็กที่ขาดธาตุเหล็กสะสมมาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดแดงได้ไม่ดีและไม่เพียงพอ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางตามมา คุณแม่สามารถสังเกตอาการขาดธาตุเหล็กของลูกน้อย หากมีอาการแสดงดังนี้…

– ผิวหนังมีลักษณะซีด

– งอแง หงุดหงิดง่าย

– การนอนไม่ค่อยดี(นอนไม่หลับ)

– อ่อนเพลีย ไม่สดใส กระปรี้กระเปร่า

– พัฒนาการร่างกาย และสมองไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของวัย

ส่วนสาเหตุของการขาดธาตุเหล็กในเด็ก อาจมาได้จากหลายสาเหตุ เช่น…

  1. ไม่ได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกคลอด
  2. ได้รับโภชนาการที่ไม่เหมาะสมที่เริ่มต้นมาจากในช่วงวัยของการเริ่มอาหารเสริม
  3. ภาวะการเจ็บป่วยต่างๆ ในวัยเด็ก เป็นต้น

ธาตุเหล็ก เป็นส่วนประกอบสำคัญของการสร้างเม็ดเลือดแดงในระบบเลือด และเป็นตัวนำออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปสู่เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ธาตุเหล็กมีความสำคัญมากต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตของร่างกาย และสมอง ดังนั้นเพื่อให้ลูกน้อยมีสุขภาพดี พัฒนาการสมวัย และมีสมองที่แข็งแรง คุณแม่ต้องดูแลลูกน้อยให้ได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ โดยเริ่มได้จากอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงค่ะ

สนับสนุนข้อมูลโดย :  #เนสท์เล่ซีรีโกรว #Nestleceregrow #ใส่ใจทุกคำ 

 

 

 

 

เครดิต :

https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=29701

https://www.pobpad.com/รู้ทันโลหิตจาง-ภัยจากกา

https://www.nonthavej.co.th/Iron-in-children.php

http://nutrition.anamai.moph.go.th/images/file/filet001.pdf

 

keyboard_arrow_up