หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ

หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ ลูกพร้อมสำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว?

ในยุคที่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น หลายครอบครัวซื้อโทรศัพท์ให้ลูกใช้ตั้งแต่เข้าอนุบาล และคุณพ่อ คุณแม่หลายคนก็ยังสงสัยอยู่ว่า ลูกพร้อมแล้วหรือยังที่จะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ แบบผิดๆ และจัดสรรเวลาการใช้ให้ดี

Continue reading “หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ ลูกพร้อมสำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว?”

วิธีตอบคำถามยากๆจากลูกเล็ก

จะตอบอย่างไรดีนะเมื่อเจ้าตัวเล็กยิงคำถามยากๆ แต่ละคำถามมา

“แม่ขา…ตัวนี้ชื่อตัวอะไรคะ?” หรือ “พ่อจ๋าทำไมคืนนี้ดวงจันทร์เต็มดวงลูกเบ้อเริ่มเลย?” เจอคำถามตอบยากแม้จะสถานการณ์ปกติที่พ่อแม่ลูกวัยอนุบาลต้องเจอ แต่พ่อแม่หลายคนก็หนักใจแบบไม่ปกติเสียเลย พาเขาไปหาคำตอบจากกูเกิ้ล ก็อาจไม่ใช่คำตอบและวิธีที่ดีสำหรับลูกอนุบาลเสมอไป เพราะลูกอาจจะอยากสื่อสารกับเรามากกว่า
ขณะเดียวกัน การศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด บรู๊คส์ ก็พบว่า เด็กวัยนี้จะเริ่มสังเกตได้ว่าใครที่รู้จริงหรือใครที่พูดตามคนอื่น.. เอาละสิ จะมั่วซั่วไก่กาไปอย่างแต่ก่อนก็ไม่ได้แล้ว
นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจำเป็นต้องตอบคำถามลูกทุกครั้งไปหรอกนะ เพราะไม่ใช่เรื่องแย่อะไรถ้าคุณจะบอกเขาว่าคุณไม่รู้หรือยังไม่ค่อยแน่ใจในบางเรื่อง (ดีกว่าตอบผ่านๆ ไป) เพราะการตอบว่าไม่รู้จะช่วยให้เด็กๆ เข้าใจความแตกต่างของระดับความรู้ของคนผ่านขั้นตอนเหล่านี้

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

5 เทคนิค สอนลูกรู้ค่าของเงิน

ไม่อยากให้ลูกโตขึ้นเป็นสาวนักช็อป ต้องรีบสอนให้เขารู้ค่าของเงินตั้งแต่ยังเล็ก เพราะลูกกำลังโตขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาจะรู้จักเพื่อน รู้จักครู อยากกินขนม เล่าเรื่องที่ประสบพบเจอมาได้เป็นฉากๆ และหนึ่งในนั้นก็คือพวกเขาจะรู้จัก “เงิน” และรู้จักการ “ซื้อ” แบบเราซะแล้ว เคล็ดลับเล็กน้อยให้ลูกรู้จักค่าของเงินจึงไม่ควรถูกมองข้าม เหล่านี้คือ 5 ข้อที่เรายินดีนำเสนอ!

1. พาลูกเดินตลาดขายของเก่า

ตลาดขายของเก่ามักเต็มไปด้วยของเล่นของใช้สำหรับเด็ก เขาสามารถเพลิดเพลินไปกับการเลือกของเล่นหรือหนังสือ ขณะที่เด็กโตก็จะค้นพบว่าเงินค่าขนมที่พ่อแม่ให้มานั้นมีค่ามากกว่าตอนเดินซื้อของในห้าง และเหนือสิ่งอื่นใด ยังเป็นการสอนให้เด็กรู้จักการนำของเก่ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อีกด้วย

2. ไปธนาคาร

การที่เด็กได้เห็นผู้คนทำธุรกรรมทางการเงินในธนาคารจะช่วยให้เขาเข้าใจว่าเงินคืออะไร เปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เจ้าตัวเล็กวัยอนุบาลก็สามารถยื่นใบเช็คให้พนักงานที่เคาน์เตอร์ได้ และเมื่อลูกโตขึ้นมาหน่อยก็พาเขาไปเปิดบัญชีและสอนให้เขาวางแผนการออมเงินด้วยตัวเอง

3. มอบหมายหน้าที่ให้ลูกเป็นผู้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน

ขณะที่จอดรถเติมน้ำมัน ลูกจะมองเห็นเพียงคุณเปิดกระเป๋า หยิบบัตรเครดิตออกมา แล้วก็ส่งให้เด็กปั๊มรูด แล้วอย่างนี้คุณยังจะโทษเด็กที่คิดว่าบัตรเครดิตมีเวทย์มนต์อีกหรือ ฉะนั้นหน้าที่ของคุณคือตัดเรื่องความลึกลับทั้งหมดออกไปแล้วให้ลูกมีส่วนร่วมในการจ่ายค่าบัตรเครดิต “วิธีนี้จะช่วยให้เขามองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน” ผู้แต่งหนังสือ Rich Dad, Poor Dad อธิบาย ชี้แจงค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เขาดู ย้ำเตือนเขาว่าจ่ายเงินค่าอะไรไปบ้าง

4. พาไปซื้อของที่ตลาดชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรจริงๆ

วิธีนี้จะช่วยให้เด็กเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานและเงินได้เป็นอย่างดี โดยคุณควรปล่อยให้ลูกมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อผักและส่งเงินให้คนขาย แล้วเขาก็จะได้เห็นกิจกรรมด้านการตลาด นอกจากนี้ยังควรอธิบายให้เขาฟังว่าผักผลไม้ที่เขาเห็นนั้นปลูกโดยชาวไร่ชาวสวน และเงินที่เขาได้รับนี้จะถูกนำไปใช้ในการปลูกผักรุ่นต่อๆ ไป

5. ตั้งเป้าหมายสำหรับการออมเงิน

ถ้าลูกอยากไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ คุณก็ควรกำหนดข้อตกลงระยะยาวกับเขาและเริ่มออมเงินในกระปุกออมสิน วิธีนี้ช่วยให้ครอบครัวทำงานกันเป็นทีม และการออมเงินก็จะกลายเป็นเรื่องสนุก

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ติวลูกเข้า ป.1 มันควรแล้วหรือ?

คำถามคาใจพ่อแม่หลายท่านคงเป็นคำถามนี้ แล้วคำตอบจะเป็นอย่างไรกัน

ถาม : สมัยนี้จะเตรียมลูกเข้าป.1 ต้องติวเพื่อสอบเข้า อนุบาล 3 เลยหรือครับ ตอนนี้ลูกกำลังจะขึ้นอ.1 คุณครูที่เนิร์สเซอร์รี่บอกมา ผมสอบถามเพื่อนๆ และคนรอบข้างก็พูดตรงกันว่าเป็นแบบนี้แหละ ตกใจครับ ยอมรับว่าตั้งใจให้ลูกเข้าโรงเรียนแนวคาทอลิก เพราะอยู่ใกล้ที่ทำงานพ่อ ก็จะสะดวก และแน่นอน…ไม่ต้องห่วงเขาไปได้ยาวจนจบม.6 แต่ถ้าขนาดนี้ก็ห่วงลูกมากกว่า ผมคิดมากไปเองหรือเปล่าครับ

ตอบ : คุณพ่อคุณแม่ต้องตัดสินใจครับว่าจะทำอะไรและอย่างไรกับลูก

ใช้คำว่า “คุณพ่อคุณแม่” เพื่อย้ำมาอีกครั้งว่าสองคนควรคุยกันให้มากและช่วยกันตัดสินใจในทุกเรื่อง โดยยึดหลักว่า “ไม่มีใครรู้หรอก” ว่าอะไรผิดหรือถูก ตัดสินใจไปก็จะพบปัญหาใหม่แล้วคุยกันอีกแก้ไขกันอีกไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เรียกว่า “กระบวนการหาคำตอบ” สำคัญมากกว่า “ตัวคำตอบ”

ถ้าคุณพ่อคุณแม่พูดคุยกันเรื่อยๆ เถียงกันบ้าง ยอมกันบ้างด้วยความรักและเสมอภาคตั้งแต่ลูกเขาอยู่อนุบาล รับรองได้ว่าครอบครัวจะแข็งแรงสามารถพาลูกผ่านพายุวัยรุ่นไปได้แน่นอน

“จะทำอะไร” อย่างง่ายๆ คือเถียงกันได้ว่า คุณหวังให้ลูกเป็นเลิศทางวิชาการ หรือหวังให้ลูกเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ และมีพื้นฐานความรักต่อพ่อแม่แน่นแฟ้น เป็นความจริงว่าถ้าคุณอยากให้ลูกมีหน้าตาทัดเทียมเพื่อน เรียนเก่ง มีสังคมของผู้มีฐานะในระดับใกล้เคียงกันตั้งแต่อนุบาล คุณควรทำตัวตามกระแสหลักคือติวและหาโรงเรียนประถมที่ดีที่สุดให้แก่เขา หมายถึงโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงและเป็นหลักประกันการศึกษาจริงๆ

แต่ถ้าคุณอยากให้ลูกสนุกกับวัยเด็กเล็ก “มีเวลาให้พ่อแม่” มากๆ (เป็นเรื่องจริงที่นักเรียนบางโรงเรียนไม่ค่อยมีเวลาให้แก่พ่อแม่ทำให้พ่อแม่เป็นคนมีปัญหา) และอยากให้ครอบครัวตักตวงเวลาที่มีความสุขที่สุดของชีวิตอย่างเต็มที่ (ก่อนลูกจะเป็นวัยรุ่น วัยที่นำมาซึ่งอาการปวดศีรษะหลายรูปแบบ) ได้ปูรากฐานของความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกอย่างแน่นหนา ช่วยให้ลูกมีตัวตน (Self) ที่ชัดเจนและมีบุคลิกยืดหยุ่นต่อชีวิต (resiliency) คุณควรให้ลูกเข้าโรงเรียนใกล้บ้าน (เพื่อจะได้อยู่ด้วยกันในบ้านมากๆ ไม่ใช่อยู่ด้วยกันบนถนน) เลือกโรงเรียนที่เล่นมากกว่าเรียน หรือเรียนด้วยการเล่น (learning by doing) เป็นหลัก

ประเด็นคือถ้าคุณเลือกอย่างหลัง หมายความว่าคุณต้องอุทิศเวลาให้แก่เขามากเป็นพิเศษทุกวันตลอดระยะเวลาสิบปีจนกว่าเขาจะเป็นวัยรุ่นที่จะเริ่มไม่เอาเรา อะไรที่โรงเรียนอ่อนด้อยเราก็ให้แทน วิชาการไหนแย่เราก็ให้แทนหรือชดเชยให้เป็นบางวิชา

ลูกไม่มีหน้าตาทัดเทียมลูกเพื่อนที่ทำงาน รวมทั้งเราก็ไม่มีหน้าตาทัดเทียมเขาด้วย จะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ ไปจนถึงทำใจ ไม่ถือสา และตอบคำถามผู้คนที่มาอวดว่า “ลูกฉันจะแสดงบัลเล่ต์บนหลังม้าบนเวทีนะเธอ” อะไรประมาณนี้ต้องหัดฟังกับลูกตาปริบๆ ด้วยความมั่นใจว่า “เราเล่นหมากเก็บเก่งกว่า ไม่ต้องกลัวเขาลูก” หากคุณเลือกทางสายนี้ งานของคุณพ่อคุณแม่จะหนักกว่าทางสายแรกมาก

จะเห็นว่าเรื่องสำคัญคือเรื่องเราเป็นพ่อแม่แบบไหน เราจะเป็นพ่อแม่ที่ Pro-active คือใส่ใจลูกและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกันตลอดเวลา หรือจะเป็นพ่อแม่ที่คาดหวังความเป็นเลิศทางวิชาการแล้วฝากทุกอย่างไว้กับคนอื่นคือโรงเรียนและติวเตอร์ ทั้งหมดนี้คุณเลือกได้

 

บทความโดย: นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

เมื่อลูกเลียนแบบสาวเซเล็บ

ถาม : ลูกสาว เป็นพวกเสพติดเซเล็บค่ะ ชอบแต่งตัวเหมือน ทำตัวเหมือน และยังชอบพูดจาคล้ายๆ ดิฉันไม่อยากให้พฤติกรรมนี้เกินเลยจนไม่น่ารัก…

ตอบ : ก่อนอื่นเลย ลูกสาวของคุณควรจะโตขึ้นมาด้วยค่านิยมที่เหมาะสม ไม่ใช่สนใจแต่รูปลักษณ์ที่สวยงามภายนอก พ่อแม่คือคนสำคัญที่จะชี้ให้ลูกเข้าใจด้วยว่าความสวยนั้นไม่ได้นำมาซึ่งความสุข และไม่ได้เป็นทุกอย่างของชีวิต นอกจากนี้ยังมีวิธีให้คุณได้ลองนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณและลูกอีก เช่น …

ใช้คำถามให้คิด
เช่น ยกตัวอย่างจริง “ลูกอยากใช้ชีวิตอย่าง ปารีส ฮิลตัน หรือเลดี้กาก้าจริงๆ หรือ ไม่คิดเหรอว่าคนรอบตัวจะชอบลูกเพียงเพราะหน้าตาและเงินทอง จริงๆ แล้วลูกอยากให้คนอื่นๆ รู้จักอะไรในตัวลูกจ๊ะ นิสัยร่าเริง มีน้ำใจ ฉลาด เป็นคนตลก หรือมองแค่ความสวยงามของลูก”

ชวนชื่นชมคนธรรมดา
คนใกล้ตัวนี่แหละเป็นตัวอย่างชั้นเลิศ “ลูกทบทวนดูนะ คุณปู่คุณย่าที่เป็นชาวสวนชาวไร่ คุณลุงที่เป็นโปรแกรมเมอร์ คุณน้าเป็นพยาบาล คุณอาที่เป็นครู ไม่ได้สวยงามใช้ข้าวของหรูหราอย่างเซเล็บส์ แต่พวกเขาก็น่ารัก มีข้อดีที่ลูกยังชมกับแม่อยู่เลย และที่สำคัญทุกคนก็ดีและจริงใจกับลูกหรือเปล่า ยังไม่ต้องเชื่อแม่ก็ได้ ค่อยๆ คิดตามไปนะ ทุกคนเป็นคนพิเศษได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นดาราหรือคนดังหรอก ลูกว่าไหม”

ใกล้ชิดกันไว้
คอยสังเกตว่าลูกกำลังสนใจอะไร ชอบดาราคนไหน คุณจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับลูกได้อย่างเหมาะสม

 

 

บทความโดย:  กองบรรณาธิการ นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

3 เรื่องต้องรู้ เมื่อไปทะเลหน้าร้อน

เมื่อเข้าสู่ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน สองสิ่งที่เด็กๆ มักนึกถึงคือการไปเที่ยว และทะเล เรียลพาเรนติ้งคัดข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับการท่องเที่ยวทะเลมาฝากกัน อย่าลืมอ่านก่อนเที่ยวนะคะ จะได้เที่ยวสนุก ปลอดภัย ไร้กังวลกันทุกคน

1. เรื่องของแดด
มีงานวิจัยบอกว่าการถูกแดดแรงๆ เป็นระยะเวลานานจะเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ถึงสองเท่า ดังนั้น สถาบันมะเร็งของสหรัฐฯ จึงแนะนำให้หลีกเสี่ยงแสงแดดระหว่างเวลา 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น เพราะเป็นเวลาที่รังสีอัลตร้าไวโอเล็ตแรงที่สุด

2. เรื่องของน้ำดื่ม
การออกแดดเป็นเวลานานๆ อาจทำให้ร่างกายร้อนมาก และอยู่ในภาวะขาดน้ำได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป ทำให้เกิดอาการวิงเวียน หิวน้ำ และเหน็ดเหนื่อย เด็กๆ หรือผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 60 ปี มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะนี้ได้มากที่สุด ดังนั้น ระหว่างอยู่กลางแจ้ง อย่าลืมเตรียมน้ำดื่มอุณหภูมิปกติไว้ให้เขาดื่มบ่อยๆ ด้วย
Tip: นอกจากน้ำเปล่าสะอาดแล้ว อาจจะเตรียมน้ำผลไม้รสอร่อยให้กับลูก อาจจะเป็นแตงโมปั่น หรือน้ำองุ่น จะช่วยให้สดชื่นขึ้น

3. เรื่องของแมงกะพรุน
เป็นสัตว์ที่สร้างความเจ็บปวด ปวดแสบปวดร้อนอย่างมากถ้าไปถูกเข้า แมงกะพรุนนั้นดูยากมาก ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ คุณไม่มีทางรู้ว่าตัวไหนมีพิษหรือตัวไหนปลอดภัย ถ้าถูกตัว ก็จะเกิดอาการแสบ ผิวหนังเปลี่ยนสี รอยแผลอาจคงอยู่นาน 1 – 2 เดือน อย่าลืมเตือนเด็กๆ ด้วยว่าถ้าเห็นแมงกะพรุน ห้ามไปเข้าใกล้ หรือจับตัวมันเป็นอันขาด
Tip : หากลูกถูกแมงกะพรุน ให้สังเกตดูอาการ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ หายใจลำบาก ให้รีบเอาน้ำแข็งประคบ และพาไปโรงพยาบาลด่วน

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียล พาเรนติ้ง

4 เคล็ดลับ แก้ลูกติดเน็ตจนไม่ยอมนอน

ทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ลูก (เสพ) ติดงอมแงม เอาแต่เล่นกันทั้งวัน พ่อแม่หลับไปนานแล้ว เขาก็ยังนั่งหน้าคอมไม่ขยับ ไม่ยอมหลับยอมนอน พ่อแม่อดหนักใจไม่ได้ แล้วสุขภาพของลูกจะเป็นอย่างไร เรามี 4 เคล็ดลับที่อาจช่วยได้

  • 1. พ่อแม่อย่างเราเป็นตัวอย่างให้เห็น

ถ้าหากคุณทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เช่น ปิดโทรศัพท์ก่อนนอน ไม่เข้าเช็คเมล์ตอนดึกๆ เด็กๆ ก็มีแนวโน้มที่จะทำตามอย่างแน่นอน จำไว้ว่ากฎที่ใช้กับลูก คุณก็ควรจะปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกันทั้งบ้าน

knightnum blogspot com

  • 2. ตกลงเวลาเข้านอนที่ชัดเจน

คุณอาจจะคิดว่าลูกโตมากแล้ว และไม่จำเป็นต้องนอนมากๆ เหมือนตอนเล็กๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว เด็กวัยนี้ยังต้องการเวลาพักผ่อนวันละ 8 – 9 ชั่วโมงอยู่ดี

thaihealth_c_adfgjklvw478

  • 3. คอมพิวเตอร์ต้องอยู่ในพื้นที่ส่วนรวมของบ้าน

นอกจากบอกเวลาปิดเครื่องคอมฯ แล้ว สิ่งสำคัญคือ ห้องนอนของเด็กๆ ไม่ควรมีทีวี หรือคอมพิวเตอร์ เด็กๆ มีคอมพิวเตอร์ของเขาได้ แต่ตำแหน่งที่คอมพิวเตอร์ควรอยู่ควรเป็นพื้นที่ส่วนรวม เช่น ห้องรับแขกหรือห้องอาหาร

csnchildsafenews blogspot com

  • 4. ให้เหตุผลที่เหมาะสม

การบังคับใจโดยไม่ได้ชี้แจง อาจยิ่งทำให้ลูกติดหนักขึ้น ควรอธิบายให้ลูกรู้ว่าเพราะอะไรคุณถึงต้องตั้งกฎแบบนี้ “แม่อยากให้ลูกได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เวลาไปโรงเรียนจะได้ไม่ง่วงนอน และทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ได้อย่างสดชื่นไงจ๊ะ ถ้าลูกเล่นจนดึกดื่นนอนไม่พอ ก็อาจจะใช้เวลาที่โรงเรียนได้ไม่เต็มที่นะจ๊ะ”

นอกจาก 4 เทคนิคดีๆ เหล่านี้แล้ว หากคุณพ่อคุณแม่มีวิธีที่ได้ผล และเคยทำมาก่อนแล้วละก็สามารถนำมาแบ่งปันและพูดคุยในแฟนเพจ AMARIN Baby & Kidsได้ค่ะ และหากใครกำลังเผชิญกับปัญหาลูกติดคอมฯ อยู่ ลองนำเทคนิคนี้ไปใช้ดูนะคะ

banner300x250

บทความโดย:  กองบรรณาธิการ AMARIN Baby & Kids

 

ลูกไม่ยอมกินมื้อกลางวันที่โรงเรียน..พ่อแม่ควรทำอย่างไร?

มื้อกลางวันในวันหยุด ลูกของคุณก็ดูจะเจริญอาหารดี แต่พอได้เวลาวันธรรมดา ต้องไปโรงเรียน ลูกกลับหอบอาหารกลางวันกลับบ้าน หรือบางทีก็บอกว่าไม่ได้ซื้ออาหารกินเลย คุณแม่ชักเครียด จะจัดการยังไงดีนะ เพราะ “มื้อกลางวัน” เป็นช่วงเวลาที่เด็กจะได้ใช้เวลาสังสรรค์ร่วมกับเพื่อนๆ บางทีที่เด็กๆ ไม่กินอาหารอาจจะมีปัญหากับเพื่อน หรือการต่อแถวซื้ออาหารที่โรงเรียน มาดูกันว่าจะมีวิธีดูแลเรื่องนี้อย่างไร

maxresdefault

1. ช่วยกันทำข้าวกล่อง

สำหรับโรงเรียนที่อนุญาตให้เด็กเอาอาหารกลางวันใส่กล่องไปกิน คุณอาจจะชวนลูกช่วยกันเตรียมเมนูมื้อเที่ยง การได้มีส่วนร่วมจะทำให้เด็กภูมิใจ และอยากกินอาหารที่ตัวเองเป็นคนเลือก ได้มีส่วนร่วมกับคุณพ่อคุณแม่

sandwich

2. หาอาหารอื่นแทน

คุณแม่อาจจะให้ช็อกโกแลตแท่งเล็กๆ คุกกี้ หรือขนมปัง หรืออาจจะเป็นแซนด์วิชน่าอร่อย แทนอาหารมื้อกลางวัน พร้อมด้วยนมสักกล่อง  น้ำดื่ม  จัดเตรียมให้เพียงพอกับสารอาหารที่ลูกวัยนี้ควรได้รับในแต่ละวัน

dekd7

3. ให้ลูกจัดการด้วยตัวเอง

มีประสบการณ์ที่โรงเรียนอีกมากมายที่ลูกของคุณต้องเผชิญ ตั้งแต่ความเครียดเรื่องต่อแถวในโรงอาหาร ไปจนถึงการต้องฝึกตัวเองให้รับผิดชอบกินอาหารโดยไม่มีพ่อแม่คอยสอดส่องดูแล ทางเลือกของคุณอาจจะใช้วิธีการไว้ใจลูกว่าเขาจะจัดการปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง และถ้าลูกปฏิเสธอาหารกลางวันที่คุณเตรียมให้ ก็ขอให้ใจเย็นๆ และเชื่อมั่นว่าลูกจะหาอาหารให้ท้องเล็กๆ ของเขาไม่ต้องหิวจนเกินไป

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการ AMARIN Baby & Kids
ภาพโดย : https://www.youtube.com/watch?v=SIctv-Txoo0, dek-d.com

สมาร์ทโฟน

3 วิธี ระวัง! ภัยร้ายจากสมาร์ทโฟน

สมาร์ทโฟน คือยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามาก คุณคงเคยได้รับข้อความที่ไม่เหมาะสมทางโทรศัพท์มือถือ มาบ้าง ถ้ามันเกิดกับคุณได้ มันก็เกิดกับลูกคุณได้เช่นกัน

ที่น่าตกใจมากคือ งานวิจัยของสหรัฐฯ พบว่าเด็กหญิงวัย 10 ขวบสามารถส่งต่อข้อความเกี่ยวกับเรื่องเพศได้แล้ว! ซึ่งแน่นอน เด็กๆ ไม่รู้หรอกว่า ผลกระทบที่ตามมาเป็นอย่างไร บางคนแค่อยากลองสนุกๆ กับสมาร์ทโฟน บางคนส่งตามเพื่อน และบางคนทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

สมาร์ทโฟน

ควรหยิบยื่น “สมาร์ทโฟน” ให้ลูกหรือไม่?

1. ถามตรงๆ 

คุณสามารถตั้งคำถามได้เลย เช่น “แม่ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับการส่งข้อความหรือภาพหลุดคลิปไม่เหมาะสมของเด็กวัยรุ่น  และอยากรู้ว่าลูกคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ หรือเคยได้รับมาบ้างหรือเปล่า” การพูดคุยในรถ จะทำให้สถานการณ์ดูเป็นกันเองมากขึ้นค่ะ

สมาร์ทโฟน

2. อธิบายให้รู้

ถ้าลูกไม่แน่ใจหรือแยกแยะไม่ได้ คุณต้องบอกกันชัดๆ ไปเลยว่าข้อความเกี่ยวกับเรื่องเพศนี้แตกต่างจากข้อความธรรมดาทั่วไปอย่างไร

สมาร์ทโฟน

3. เป็นเพื่อนคุยที่ดี

อย่าห่างเหินลูกเป็นอันขาดนะคะ คุณต้องคอยไต่ถามอยู่เสมอว่าลูกทำอะไรบ้าง การพูดคุยอย่างเป็นกันเอง จะทำให้ลูกมั่นใจในตัวคุณ และเมื่อมีปัญหา หรือได้รับข้อความแบบนี้ เธอก็จะมาปรึกษาขอคำแนะนำจากคุณ ทำให้คุณรู้สถานการณ์ของลูกอยู่ตลอด เมื่อต้องยื่นมือเข้าช่วย ก็สามารถทำได้ทันท่วงที ไม่อันตรายจนเกินไป

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่เราอยากให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่รู้ไว้คือ ต้องใส่ใจกับพฤติกรรมของลูก และให้เขาได้รู้จักหรือเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้บ้าง นี่คือข้อแนะนำที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำค่ะ

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสาร  AMARIN Baby & Kids
ภาพโดย : blog.conqueryyourdebt.org, blogs.adove.com, indiatoday.intoday.in, www.1017.chuckfm.com

https://www.amarinbabyandkids.com/baby-toddler/toddler-ages-1-3/toddler-care/eat-with-smartphone/

 

https://www.amarinbabyandkids.com/baby-toddler/toddler-ages-1-3/slow-development-baby-because-mobile/

ช่วยลูกให้แยกความจริง ออกจากโทรทัศน์

บางครั้งบางคราวเด็กๆ ก็สับสนระหว่างภาพที่ปรากฎในรายการโทรทัศน์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง คุณพ่อคุณแม่คือคนสำคัญที่ต้องเพิ่มทักษะการดูโทรทัศน์อย่างมีสติให้ลูกได้เข้าใจและมองโลกให้ลึกกว่าแค่ภาพที่เห็น

บอกความจริงที่ซ่อนอยู่ มีบางฉากในละครหรือภาพยนตร์ที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น ฉากที่นางเอกกินไอศกรีมปริมาณมหาศาลอย่างเอร็ดอร่อย ถ้าลูกมาบอกว่าอยากจะทำแบบนั้นบ้าง คุณอาจจะให้อีกมุมมองที่แตกต่าง “รู้ไหมจ๊ะว่าจริงๆ แล้ว ไม่มีใครกินไอติมมากขนาดนั้นได้หรอก เพราะตอนถ่าย แสงไฟร้อนๆ จะทำให้ไอติมละลายหมด”

ระวังเรื่องเสียง เพลงเป็นสิ่งที่กระทบอารมณ์ได้มากที่สุด และดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดด้วยในช่วงโฆษณาหรือฉากต่อสู้บู๊ดุเดือด คุณควรหรี่เสียงโทรทัศน์ลงบ้าง

ให้ความกระจ่างฉากต่อสู้ ถ้าหากมีฉากบู๊ต่อสู้โหดๆ ชนิดเลือดตกยางออก คุณต้องอธิบายให้ลูกรู้ด้วยว่านักแสดงต้องซ้อมฉากนี้อย่างดี และถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในชีวิตจริง จะไม่เหมือนในทีวี แต่จะมีคนเจ็บและอาจจะถึงตายได้ เพราะฉะนั้น ลูกไม่ควรลอกเลียนแบบฉากเหล่านี้เด็ดขาด

เช็คความเข้าใจ มีบางฉากในละครหรือภาพยนตร์ที่ไม่มีทางเป็นความจริงได้เด็ดขาด แต่เด็กๆ อาจไม่คิดอย่างนั้น คุณอาจตรวจดูบ้างก็ได้ว่าลูกคิดอย่างไร ถามคำถามจากเรื่องที่เขาดู เช่น “ลูกเชื่อไหมว่า ลูกโป่ง 1,000 ลูกจะทำให้บ้านลอยได้”

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

เลี้ยงลูกชาย

7 หน้าที่พ่อแม่ เลี้ยงลูกชาย เป็นเด็กรักดี ไม่เกเร

เลี้ยงลูกชาย เป็นเด็กรักดี ไม่เกเร  ครอบครัวไทยอยากมีลูกชายไว้คอยสืบสกุล แต่เมื่อมีแล้วบางครั้งก็ไม่สามารถควบคุม ให้ลูกเป็นเด็กที่อยู่ในกรอบระเบียบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กผู้ชาย ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีเคล็ดลับที่จะช่วยให้พ่อแม่ทำหน้าที่ในการ เลี้ยงลูกชาย เป็นเด็กรักดี  ไม่เกเร มาฝากกันค่ะ

 

เลี้ยงลูกชาย เป็นเด็กรักดี ไม่เกเร

ในวัยรุ่น ลูกชายของคุณเริ่มเรียนรู้การแข่งขันทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการอวดข้าวของ หรือการเล่นเกมทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้ได้แต้มเหนือกว่าใครเพื่อน ใช่แล้ว มันคือลักษณะแบบผู้ชายแท้ๆ ที่หนุ่มน้อยกำลังเรียนรู้ แต่คุณก็ควรจะดูแลและควบคุมให้การแข่งขันนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ก้าวร้าวรุนแรงจนเกินไป

 

อ่านต่อ >> “7 หน้าที่พ่อแม่เลี้ยงลูกชายให้เป็นเด็กรักดี ไม่เกเร” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

สอนลูก

สอนลูก ให้มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะชีวิต

คุณพ่อ คุณแม่ อาจเคยเห็นลูกน้อยในวัย 5 – 7 ขวบ เล่นอยู่คนเดียวได้โดยที่ไม่เซ้าซี้ให้คุณพ่อ คุณแม่มาเล่นด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าเด็กในช่วงวัยนี้ยังอยากให้คุณพ่อ คุณแม่มาเล่นด้วย ซึ่งในวัยนี้เป็นช่วงวัยในการฝึกทักษะที่ดี Amarin Baby & Kids มีวิธี สอนลูก ให้มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะชีวิตมาฝาก

Continue reading “สอนลูก ให้มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะชีวิต”

เคล็ดลับเลี้ยงลูกให้ฉลาดและสมองดี

พ่อแม่ทุกคนต่างก็อยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด เรามีคำแนะนำจาก อาร์น ดันแคน เลขาธิการสภาการศึกษาของสหรัฐฯ มาฝาก ซึ่งถ้าหากคุณทำได้หมด เชื่อว่าลูกของคุณจะฉลาดและสมองดีขึ้นเป็นแน่

1. ทำความรู้จักกับครูของลูก

เวลาไปรับลูก อย่าลืมชวนคุณครูพูดคุยเพื่ออัพเดทเรื่องราวที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ จะทำให้คุณรู้จักลูกมากขึ้น และช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งก็คือ เจอครูปีละครั้งตอนรับผลสอบ แล้วคุณจะรู้จักลูกตอนอยู่โรงเรียนได้อย่างไร

2. ระวังเรื่องการเสพเทคโนโลยี

แน่ละ เทคโนโลยีช่วยเพิ่มพูนการเรียนรู้ได้ แต่มองอีกแง่ มันก็เป็นผลร้ายได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่คุณควรระวังคือ การดูโทรทัศน์มากเกินไป ติดโทรศัพท์มือถือ หรือการเอาแต่เล่นวีดิโอเกมจนลูกไม่ยอมขยับไปไหน ควรจะจำกัดเวลาในการใช้เทคโนโลยีของลูกด้วย

3. ให้เวลากับลูกบ้าง

ไม่ว่าจะยุ่งมากแค่ไหน ก็ควรหาเวลาอยู่กับลูก อย่าลืมไปชมกิจกรรมที่ลูกทำร่วมกับโรงเรียนสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกมีกำลังใจ

4. กินข้าวกันพร้อมหน้า

ไม่จำเป็นต้องกินบนโต๊ะอาหารแบบเป็นทางการก็ได้ คุณอาจจะแค่กินร่วมกันที่หน้าโทรทัศน์ สิ่งสำคัญคือการได้ใช้เวลาร่วมกัน และได้พูดคุยอัพเดทเรื่องราวของลูกนั่นเอง

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

 

ลูกชอบเครื่องดนตรีชิ้นไหนบ้าง

นอกจากกีฬา หรือศิลปะแล้ว ดนตรีเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เด็กก่อนวัยรุ่นไม่น้อยมักเริ่มสนใจ และอยากเรียนรู้ บางคนเลือกเครื่องดนตรีชิ้นโปรดได้ และรู้ว่าตัวเองรักในทางไหน ชอบแบบไหน บางคนแม้จะสนใจแต่ก็ยังตกลงใจไม่ได้ มีคำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องดนตรีแต่ละชนิด เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณส่งเสริมลูกได้ถูกทาง

ลูกชอบกีตาร์โปร่ง

ข้อดี : พกพาง่าย เอาไปไหนก็ไม่ลำบาก และเล่นได้สนุกทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องหาวงดนตรี

ข้อควรระวัง : การเล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้ต้องอาศัยความยืดหยุ่น และความคล่องแคล่วของนิ้วเป็นอย่างมาก ช่วงฝึกเล่นลูกอาจเจ็บนิ้ว การให้กำลังใจและชื่นชมในความพยายามของอยู่อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ลูกอดทนและไม่ย่อท้อที่จะฝึกฝน

ลูกชอบกลอง

ข้อดี : เล่นไม่ยากนัก เรียนรู้ได้ง่าย และเหมือนกับเบส มีคนเล่นน้อย และเป็นที่ต้องการของตลาด

ข้อควรระวัง : ขนไปไหนต่อไหนลำบาก และเสียงดังน่ารำคาญมาก ความขยันเท่านั้นถึงจะทำให้ตีกลองได้เก่ง

ลูกชอบคีย์บอร์ด

ข้อดี : ราคาไม่แพงมาก และมีโน้ตที่หลากหลาย จึงเล่นได้หลายเสียง หลายแบบ

ข้อควรระวัง : หาครูสอนค่อนข้างยาก โดยเฉพาะอาจารย์ข้างนอก ไม่ค่อยมีปรากฏให้เห็น

ลูกชอบไวโอลิน

ข้อดี : มีหลายขนาดให้เลือกสรร จึงถือไปไหนมาไหนได้ง่าย เหมาะกับขนาดตัวของลูก

ข้อควรระวัง : เด็กที่เล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้ควรมีทักษะการฟังที่ดีมาก จับโน้ตให้ได้ ไม่อย่างนั้น จะเล่นได้ลำบาก และไม่รู้วิธีไล่เสียงให้ถูกจังหวะ ความอดทนและให้กำลังใจลูกสม่ำเสมอจะช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จ เล่นไวโอลินได้ ไม่ละทิ้งกลางคัน

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ฝึกลูกบริหารเวลา

ฝึกลูกบริหารเวลา และรู้จักรับผิดชอบ

การ ฝึกลูกบริหารเวลา เป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรทำ เพราะจะช่วยให้ลูกน้อยรู้จักการจัดสรรสิ่งที่ต้องทำ ว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำทีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ที่อยู่ในวัยเรียน เมื่อเข้าเรียนตั้งแต่วัยอนุบาล ลูกน้อยจะเริ่มมีการบ้านที่ต้องทำ และหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น

Continue reading “ฝึกลูกบริหารเวลา และรู้จักรับผิดชอบ”

ชวนลูกเปลี่ยนบทบาทเป็น ” เชฟ “

ปิดเทอมหน้าร้อนหรือช่วงวันหยุดยาวเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมทักษะการทำอาหารให้ลูกได้ “เริ่มที่การทำอาหารร่วมกัน และให้ลูกได้หัดทำอะไรง่ายๆ อย่างช่วยหั่นผักหรือคนส่วนผสมให้เข้ากัน” คำแนะนำจากเคที่ วิลตัน ปีเตอร์สัน ผู้เขียนหนังสือ You’re the Cook : A Guide to Mixing It Up in Kitchen ตำราอาหารง่ายๆ สำหรับเด็กวัย 9 ขวบขึ้นไป เรามีเมนูทำง่าย รสอร่อยมาแนะนำ วันไหนว่างๆ ลองชวนลูกเข้าครัวดูนะคะ

เด็ก ทำอาหาร ได้ประโยชน์และเสริมพัฒนาการรอบด้าน..

เด็ก ทำอาหาร

อาหารเช้า
อร่อยรับอรุณ : สอนลูกทอดไข่ดาวและเบคอน อาจเพิ่มหมูอบเข้าไปด้วย อย่าลืมแต่งจานด้วยผัก เช่น ร็อกเกต และมะเขือเทศสด หรือบลอกโคลี่กับแครอทลวก

เด็ก ทำอาหาร

ของว่าง
สมูธตี้ชื่นใจ : ใส่ผลไม้ที่ชอบ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม กีวี รวมกับโยเกิร์ต นมสด และน้ำผึ้งเล็กน้อยลงในเครื่องปั่น จะปั่นกับน้ำแข็งแล้วกินเลย หรือปั่นส่วนผสมให้เข้ากันโดยไม่ใส่น้ำแข็ง แล้วนำไปแช่เย็นก่อน อร่อยชื่นใจคนละแบบ

เด็ก ทำอาหาร

อาหารกลางวัน
แซนด์วิชแสนง่าย : วางชีสแผ่นและแฮมสดลงบนขนมปังสองแผ่น นำเข้าเครื่องปิ้ง ปิ้งจนกรอบ แค่นี้ก็อร่อยได้แล้ว
พิซซ่า : ซื้อแป้งโดว์สำเร็จรูป แล้วให้ลูกเลือกท็อปปิ้งที่ตัวเองชอบ เช่น ชีสแผ่น เห็ด พริกหยวก หอมใหญ่ เนื้อสัตว์หรือผักอื่นๆ ที่ชอบ ฯลฯ แล้วอบในเตา

เด็ก ทำอาหาร

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการ AMARIN Baby & Kids

วิธีเพิ่มสมาธิให้ลูก

5 วิธีเพิ่มสมาธิให้ลูกน้อย และเคล็ดลับเรียนดี

คุณพ่อ คุณแม่หลายคน อาจมีความกังวล เมื่อพบว่าลูกไม่มีสมาธิในการเรียน กลัวว่าลูกน้อยจะเรียนหนังสือได้ไม่ดีเท่าที่ควร กลัวว่าลูกน้อยจะเรียนไม่ทันเพื่อน และเกิดความสงสัยว่าลูกน้อยจะเป็นเด็กสมาธิสั้นหรือไม่ Amarin Baby & Kids มี 5 วิธีเพิ่มสมาธิให้ลูก และเคล็ดลับเรียนดี

Continue reading “5 วิธีเพิ่มสมาธิให้ลูกน้อย และเคล็ดลับเรียนดี”

ลูกชอบล้อเลียน

ลูกชอบล้อเลียน ทำยังไงดี

เมื่อลูกน้อยที่น่ารักของคุณพ่อ คุณแม่ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จากลูกที่เรียบร้อย กลายเป็น ลูกชอบล้อเลียน ใช้น้ำเสียงห้วนๆ คุยกับผู้ใหญ่ และไม่มีหางเสียง พฤติกรรมเหล่านี้ คุณพ่อ คุณแม่ อาจจะรู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย และไม่แน่ใจว่าจะรับมือ แก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร

Continue reading “ลูกชอบล้อเลียน ทำยังไงดี”