พักร้อนนอนเชียงใหม่กันเจ้า

เมืองหลวงของดินแดนล้านนาอย่างเชียงใหม่ อุดมไปด้วยป่าเขาที่มีออกซิเจนชุ่มฉ่ำปอด ซ้ำยังเป็นแหล่งวัฒนธรรมเหมาะกับการเรียนรู้ของเจ้าจอมซนด้วย

 


_MG_5406

 

วัดเจดีย์หลวง

ที่ตั้ง ริม ถ.พระปกเกล้า หมู่ที่ 4 บ้านท่าใน ตำบลควนทอง อ.เมือง

เจดีย์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของ จ.เชียงใหม่ ที่เด็กๆ เห็นเป็นต้องร้อง “อู้ฮู” สร้างในสมัยพญาแสนเมืองมา ราชวงศ์มังราย และเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกตนานถึง 80 ปี

 

_MG_5290

 

พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์

ที่ตั้ง ถ.สามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมือง

สถานที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปปางมารวิชัยเก่าแก่ และมีสถาปัตยกรรมล้านนาอันงดงามมากมาย

 

_MG_5789

ม่อนแจ่ม

ที่ตั้ง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม  

ม่อนแจ่มมีอากาศเย็นสบายตลอดปี สามารถมองเห็นวิวทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆ ของโครงการหลวง และมีแค้มปิ้งรีสอร์ทให้พัก สามารถชมพระอาทิตย์ได้ทั้งขึ้นและตก คืนเดือนมืด เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าที่นี่จะงดงามไปด้วยทะเลดาว

 

วัดบ้านเด่น

ที่ตั้ง จากตัวเมืองเชียงใหม่ 30 กิโลเมตร แยกเข้าไปทางเขื่อนแม่งัดประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

งดงามตระการตาด้วยศิลปสถาปัตยกรรมไทยล้านนา ชมความสวยงามที่แฝงไว้ด้วยคติธรรม และยังเป็นสถานที่นมัสการพระธาตุประจำปีเกิดทั้ง 12 ราศี

 

ร่มหลากสีที่บ้านบ่อสร้าง

ที่ตั้ง จากสี่แยกหนองประทีปไปประมาณ 9 กิโลเมตร

บ้านบ่อสร้างมีชื่อเสียงมากในการทำร่ม โดยเฉพาะร่มกระดาษสา มีทั้งร่มที่ระลึกขนาดเล็ก จนกระทั่งร่มขนาดใหญ่กว้างเกือบ 2 เมตร นอกจากจะทำร่มแล้ว ชาวบ้านยังทำพัดจีนขนาดใหญ่วาดลวดลาย ได้รับความนิยมอย่างมาก ชมขั้นตอนการทำร่มในโรงงานตั้งแต่โครงร่มจากไม้ ติดกระดาษหรือติดผ้า วาดดอกไม้ กระทั่งเพนท์ลายสวยๆ บนโทรศัพท์มือถือก็มีบริการ

 

ที่มา: กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

พักสบายในกรุงที่ Anantara Bangkok Riverside Resort&Spa

IMG_2279

โรงแรมนี้ เด่น & ดี ที่ตรงไหน

– มีธรรมชาติให้เด็กๆได้ใกล้ชิดและสัมผัสประหนึ่ง โอเอซิส กลางใจเมือง บนพื้นที่ 26 ไร่ ทั้งนกนานาชนิด ฝูงปลานับร้อยประหนึ่งวังมัจฉา และลิตเติ้ลจระเข้ อย่างตัวเงินตัวทอง

– สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และจากุซซี่ที่แช่พร้อมกันได้ทั้งบ้าน

– ออกแบบตกแต่งในรูปแบบไทยประยุกต์ ทั้งภายใน และภายนอกห้องพัก

– มี Kids Club ไว้บริการ

– เงียบ สงบมากจนนึกว่าไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ

IMG_2632

 

สิ่งนี้ที่ “ ครอบครัว “ เลิฟ

– ให้อาหารปลานับร้อยบริเวณท่าเรือโรงแรม (สามารถรับอาหารปลาได้ที่ด้านหน้าห้องรับประทานอาหารเช้า)

– ช่วงบ่ายโมงมีแจกน้ำแข็งแท่งบริเวณริมสระว่ายน้ำ

– หกโมงเย็นจะมีพิธีจุดคบไฟ โดยหนุมาน และนางรำ ตั้งต้นที่ล็อบบี้โรงแรม ไปยังสระว่ายน้ำ

– นั่งเรือของโรงแรมไปเดินเล่น ถ่ายรูปที่ เอเชีย ทีค เปิดบริการตั้งแต่ 17.00 – 24.00 น. (ใช้เวลาเดินทางแค่ 5 นาที บริการนี้คนภายนอกสามารถใช้บริการได้ด้วยเช่นกัน ฟรี!)

– ด้านหน้าโรงแรมมีพลาซ่าให้เดินเล่นกันได้ด้วย

อร่อยขนาดนี้ พลาดได้ไง

– เทปันยากิ ลีลาเด็ดที่ เบนิฮาน่า

– ซันเดย์ บรั๊นช์ อาหารไทยล้วนๆ ที่จำลองบรรยากาศเหมือนยกตลาดไทยโบราณมาไว้ที่ เดอะ มาร์เก็ต ทั้งเครื่องไสน้ำแข็งแบบเก่า รถเข็นน้ำตาลปั้น (มุมนี้เด็กๆรุมกันตลอด) และไลน์อาหารไทยนานาชนิด เรียกได้ว่าครบครันทั้งคาวและหวาน แถมตรงกลางของห้องยังจัดซุ้มให้เด็กๆได้แสดงฝีมือเพ้นท์รูป ทำกรอบรูป อีกต่างหาก

– พิซซ่าโฮมเมดในราคาย่อมเยาที่บริโอ

– ซีฟู้ดสดๆ ที่เทรเดอร์ วิคส์

ที่ตั้ง : Anantara Bangkok Riverside Resort&Spa ถ.เจริญนคร ธนบุรี โทร. 0 2476 0022 [email protected] หรือ www.anantara.com

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ชิม+ช้อป+ชิล ที่ เอเชียทีค เดอะ รีเวอร์ฟร้อนท์

นอกจากจะมีวิวริมน้ำชนิด 180 องศาไว้ให้เสพแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งแฮงค์เอ้าท์ และย่านช้อปปิ้งขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯทั้งหมดนี้อยู่ใต้ร่มเงาตัวอาคารที่ก่อสร้างมากว่า 100 ปี ของบริษัท อีสท์ เอเชียติก และด้วยความเก๋า ผนวกกับความทันสมัยขนาดนี้นี่เอง ทำให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยกย่องให้เป็นหนึ่งใน อเมซิ่งไทยแลนด์ (Amazing Thailand) แห่งใหม่ล่าสุด

 

IMG_4248

ความเป็นมา เป็นไป ของบริษัท อีสท์ เอเชียติก

ในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประเทศในแถบเอเชียถูกรุกรานโดยชาติมหาอำนาจจากยุโรป แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ที่อยากจะพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมอารยประเทศ พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยเจริญสัมพันธไมตรีกับราชอาณาจักรเดนมาร์ก โดยก่อกำเนิดท่าเรือบริษัท อีสท์ เอเชียติก ขึ้นเพื่อค้าไม้สัก มีนายฮันส์ นิลล์ แอนเดอร์เซน ชาวเดนมาร์กเป็นเจ้าของ จึงมีการสร้างท่าเรือขนถ่ายสินค้า ณ บริเวณนี้ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นเปิดประตูการค้าสากลระหว่างสยามประเทศและยุโรป จนเป็นจุดสำคัญที่ทำให้สยามดำรงความเป็นเอกราชมาได้จวบทุกวันนี้ และด้วยแนวคิดที่ว่า Festival Market and Living Museum ของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ นี้เอง จึงมีการเก็บรวบรวม และรักษาโครงสร้างต่างๆไว้อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้เด็กรุ่นหลังได้รู้จักความเป็นมาเป็นไปของประศาสตร์ไทยในสมัยก่อน

 

IMG_4329

 

 

ของเก่า 7 อย่างน่าชม

1.รถราง ในสมัยรัชกาลที่ 5 สยามเป็นชาติแรกที่ให้บริการรถราง สายแรกคือสายบางคอแหลม หลักเมือง-ถนนตก แล่นผ่านหน้าบริษัท อีสต์เอเชียติก และวัดพระยาไกร โดยให้บริการด้านหน้า 10 สตางค์ ข้างหลัง สลึงเดียว ที่คิดแบบนี้เพราะด้านหน้ามีเบาะปูอย่างดี ซึ่งภายในท่าเรือ อีสท์ เอเชียติก มีการใช้รถรางในการขนส่งด้วย จะเห็นได้จากรางรถที่หลงเหลืออยู่ในหลายๆโซน

2.หลุมหลบภัยสมัยสงครามโลก อยู่ริมถนน ย่านเจริญกรุง ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา (2484 – 2488) กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ายึดคลังสินค้าของบริษัท อีสต์เอเชียติก ไว้เป็นฐานกำลังและคลังแสง ซึ่งในพื้นที่คลังสินค้าเดิมยังพบเศษขี้พลอย จึงเชื่อได้ว่า ทหารญี่ปุ่นขนพลอยจากกาญจนบุรีมาไว้ที่นี่

3.โรงเลื่อยเก่า ย่านโรงงาน แถวโกดัง 5 ยังคงรักษารูปแบบและโครงสร้างหลังคาเก่าไว้อย่างครบถ้วน

4.เครนโรงเลื่อย ย่านโรงงาน แถวโกดัง 10 ที่แม้ผ่านกาลเวลาและการใช้งานมาอย่างหนัก แต่ก็ยังคงอยู่สภาพสมบูรณ์

5.ซุ้มโค้งโกดังสินค้า 100 ปี ย่านริมน้ำ จุดเด่นสำคัญของ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

6.ท่าเรือประวัติศาสตร์ ย่านริมน้ำ ท่าเรือแห่งแรกที่นำความเจริญจากนานาประเทศเข้ามา เพราะเรือทุกลำต้องเข้ามาเทียบก่อนเข้าสู่แผ่นดินไทย

7.ปั่นจั่นยกของริมน้ำ ย่านริมน้ำ ชวนให้นึกย้อนไปถึงช่วงการค้าที่รุ่งเรือง เฟื่องฟู นอกจากแหล่งวัตถุโบราณเหล่านี้แล้ว ยังเสริมเพิ่มเติมความเป็นไปในยุคสมัยนั้น ด้วยรูปหล่อโลหะตามจุดต่างๆ เช่น รถลาก หรือ รถเจ็ก ย่านเจริญกรุง ที่บอกเล่าเรื่องราวว่าในยุคสมัยนั้น เป็นยานพาหนะของผู้มีอันจะกิน และการที่เรียกเล่นๆว่า รถเจ็ก เป็นเพราะมีแต่คนจีนเท่านั้นที่ทำอาชีพนี้

 

IMG_4380

 

 

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แบ่งออกเป็น 4 โซน

ย่านเจริญกรุง –ชาวต่างชาติชอบย่านนี้มากเป็นพิเศษ เพราะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก และของตกแต่งบ้านมากมาย แต่นอกเหนือจากนั้นย่านนี้ยังมีของสวยๆงามๆให้ชม อย่าง โจหลุยส์เธียเตอร์ และ คาลิปโซ่ แบงกอก อีกด้วย

ย่านกลางเมือง – อยากชมการแสดงต่างๆ ต้องที่นี่ เขามีกิจกรรมมานำเสนอกันเพียบ

ย่านโรงงาน –อยากทานอาหารกับครอบครัวต้องย่านนี้ เขายกร้านดังๆจากทั่วทุกมุมในกรุงเทพฯ มาตั้งไว้ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีร้านเสื้อผ้าเก๋ๆให้เลือกช็อปอีกด้วย

ย่านริมน้ำ – อยากมาแฮงค์เอ้าท์ พร้อมชมวิวงามๆของแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องมานั่งชิลล์กับร้านสไตล์บาร์ แอนด์ บิสโทร ที่มีให้เลือกมากมาย แต่ถ้าไม่ แนะนำให้เดินชมวิวไปเรื่อยๆตามทางเดินริมน้ำที่การันตีว่ายาวที่สุดกว่า 300 เมตร

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เปิดบริการ ทุกวัน ตั้งแต่ 17.00-24.00 น. (ร้านอาหารย่านเจริญกรุง ที่ติดริมถ.เจริญกรุง เปิดบริการตั้งแต่ 11.00 น.) การเดินทาง รถยนต์ มีจุดจอดรถสองฝั่ง ทั้งด้านในเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ และฝั่งตรงข้าม (ในช่วงเย็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ค่อนข้างหายาก และรถติดมาก แนะนำให้มาทางเรือจะดีที่สุด) ทางเรือ สามารถใช้บริการเรือฟรีจากท่าเรือสะพานตากสิน หรือใช้เรือจากโรงแรมต่างๆ ก็ได้ แต่สำหรับโรงแรม อนันตรา กรุงเทพฯ รีสอร์ท แอนด์ สปา บุคคลทั่วไป (ที่ไม่ใช้บริการโรงแรม) สามารถโดยสารได้ฟรีค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asiatiquethailand.com หรือ Facebook: Asiatique.Thailand

บทความโดย : กองบรรณาธิการ

 

เที่ยวครบรส ที่เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี

เมืองยอดนิยมของประเทศไทยอย่างจังหวัดเชียงใหม่ไม่เคยเลยที่จะทำให้เราผิดหวัง สิ่งโดดเด่นที่สุดอย่างวัฒนธรรมเก่าแก่ก็ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะชนิดหาคู่แข่งได้ยาก   ขณะเดียวกันก็ไม่เคยหยุดยั้งที่จะเปิดรับสิ่งใหม่แล้วนำมาปรับรูปแบบให้เข้ากันกับของเดิมที่มีอยู่

ถ้านึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวของเชียงใหม่ในอันดับต้นๆ เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี คงเข้ามาเป็นชื่อแรกๆอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยรูปแบบ Nature Theme Park คือเน้นความใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากที่สุดนั้นทำออกมาได้น่าทึ่ง บวกกับการเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ใหญ่เป็นสองเท่าของไนท์ ซาฟารีที่สิงคโปร์ ) อีกทั้งไม่หลงลืมที่จะจัดกิจกรรมช่วงกลางวันให้เต็มอิ่ม   เราจึงอยากจะหยิบยกมาเล่าให้ผู้อ่านฟัง อ่านแล้วก็เตรียมตัวพาที่บ้านไปกันได้เลย

 

_MG_5888 2

ภัตตาคารยีราฟ

ใหม่ล่าสุดจากไนท์ ซาฟารี กับภัตตาคารสองชั้นที่ให้เราได้ใกล้ชิดกับสัตว์มากที่สุด เป็นมหัศจรรย์ของคนรักสัตว์ที่สมบูรณ์แบบ   บริการอาหารทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ มุมกาแฟกับเบเกอรี่บริเวณห้องปรับอากาศชั้น 1 ที่โดยรอบเป็นกระจก 360 องศา มองไปทางซ้ายก็เจอยีราฟกับม้าลายอวดขาสวยๆ มองไปทางขวาก็เจอสิงโตตัวใหญ่ๆ โชว์แผงคอนุ่มๆ ให้ตื่นเต้นตลอดมื้อ   และอาหารหลากประเภทในยามเย็นย่ำถึงค่ำมืดพร้อมวงดนตรีสร้างบรรยากาศบริเวณชั้น 2 ที่เปิดโล่งรับลม ชั้นนี้ทุกคนจะได้ให้อาหารยีราฟอย่างใกล้ชิด   เพราะความสูงของห้องอาหารที่ได้ขนาดพอดีกับลำคอยาวๆ ของยีราฟ ได้ความรู้สึกเหมือนมีสัตว์ซาฟารีเลี้ยงไว้หลังบ้านไม่ผิดเพี้ยน

สวนสัตว์หลากอารมณ์

ผ่านปราการแรกของสวนสัตว์อย่างร้านยีราฟมาไม่ไกล แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนขนาดใหญ่โอ่โถงก็รอต้อนรับเราอยู่ ระหว่างทางมีสัตว์หลายชนิดให้เราชมเป็นออเดิร์ฟ ทั้งได้ให้อาหารนกซันคอนัวร์ถึงในกรง ( แต่ก็ต้องใจกล้ากันสักหน่อย ) จะให้อาหารลาหรือขี่ม้า เด็กๆ ก็ชอบทั้งนั้น

ส่วนของการนั่งรถชมสัตว์ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดนั้นแบ่งออกเป็น 2 รอบคือ นั่งชมสัตว์กลางวันและสัตว์กลางคืน รวมทั้งแบ่งสัตว์เป็น 2 โซนคือทิศเหนือและทิศใต้   โซนทิศเหนือจะเป็นสัตว์นักล่า เช่น เสือโคร่งขาว สิงโต ไฮยีน่าลายจุด เป็นต้น   ส่วนโซนทิศใต้เน้นการสัมผัสกับสัตว์อย่างชิดใกล้   ไม่ว่าจะเป็นกวางหลากชนิด ยีราฟ หรือกระทั่งจิงโจ้ เราก็ได้ป้อนอาหารเองกับมือ

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือส่วนวอล์กกิ้งโซน   ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรกับสัตว์จำนวนมากมายหลายชนิด เป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นดีที่จะศึกษาพฤติกรรม ชีวิตความเป็นอยู่หรือแม้แต่เพียงไปเดินดูก็เพลินไม่ใช่น้อย เพราะสัตว์แต่ละตัวแปลกตา บ้างก็หาชมได้ยากและไม่เคยเห็น จะเดินชมกลางวันก็ไม่กลัวร้อนเพราะส่วนทางเดินนี้ติดกับทะเลสาบใหญ่กลางสวนสัตว์ หรือจะเดินชมกลางคืนก็น่าสนใจ ได้อารมณ์ผจญภัย ถูกใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สุด

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ที่นี่ยังมีกิจกรรมอีกมากมายรอต้อนรับ   ไม่ว่าจะเป็น Behind the Zoo เรียนรู้การดูแลสัตว์   มุมถ่ายรูปกับสัตว์นานาชนิด สนาม Scenario Paintball  ที่พักในรูปแบบรีสอร์ทใกล้ชิดธรรมชาติ ( เช้าไหนโชคดีก็ได้ให้อาหารกวางตัวน้อยในระยะห่างเพียง 1 เมตร ) การแสดงน้ำพุดนตรีครบสมบูรณ์ทั้งแสงสีเสียงขนาดยักษ์ เป็นต้น

Children World

มาถึงส่วนที่พ่อแม่และเด็กๆ ทุกคนรอคอย   Children World คือส่วนขยายใหม่ล่าสุดจากไนท์ ซาฟารี เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการเป็นแหล่งเรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่าและธรรมชาติแก่เยาวชน   ประกอบด้วยพื้นที่หลัก 2 ส่วนคือ สนามเด็กเล่นกลางแจ้งที่ประกอบไปด้วยเครื่องเล่นเสริมทักษะทางร่างกายในรูปแบบใหม่ๆ   และภายในอาคารที่นอกจากบ้านบอลที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่แล้ว   ยังมี Digital Zoo ความรู้ในรูปแบบทันสมัย เน้นให้เด็กมีส่วนร่วมและได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยกตัวอย่าง Piano Step  บริเวณขั้นบันไดที่ชวนให้เด็กๆ มีส่วนร่วมทุกก้าวที่เดินขึ้น เพราะจะมีเสียงดนตรีออกมาเป็นคีย์ต่างๆ ในทุกขั้นบันได   หรือ Interactive Laser Gun สื่อรองรับระบบการตรวจจับของเลเซอร์ ให้มีปฏิกิริยาโต้ตอบกันกับผู้ชม โดยเนื้อหาจะสอดคล้องกันทั้งหมด ได้แก่ การช่วยเหลือสัตว์หรือช่วยนกที่ติดในลูกโป่ง เป็นต้น

สุดท้ายอาณาจักรเสือ   เป็นการรวมเสือ 10 ชนิด 40 ตัวมาไว้ในบริเวณเดียวกัน   จุดเริ่มมาจากการมีเสือเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเมื่อต้องสร้างคอกเพิ่มอยู่แล้ว จึงนำมาอยู่ใกล้กันเพื่อให้กลายเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งเสียเลย

กว่าจะเที่ยวได้ทั่ว คงต้องใช้เวลาไม่ใช่น้อย เพื่อให้เต็มอิ่มคุณพ่อคุณแม่จะจองที่พักภายในสวนสัตว์เลยก็เข้าท่า เพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวครบวงจรอยู่แล้ว จะวางแผนเที่ยวช่วงไหนของปีก็สนุกไปคนละแบบ แต่น่าจะเป็นบันทึกการเดินทางที่อยู่ในใจคุณและครอบครัวไปอีกนาน

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ซาฟารีเวิลด์ สนุก+เรียนรู้ได้ทุกส่วน

 

IMG_2959

มารีนปาร์ค

แบ่งออกเป็นสองโซนใหญ่ๆ โซนแรกประกอบไปด้วยกิจกรรมมากมาย พวกเราจะสามารถเดินจนทั่วบริเวณได้ภายใต้หมอกไอน้ำเย็นสบาย กิจกรรมหลักๆ ของโซนนี้แบ่งออกเป็นโชว์ 7 อย่าง ได้แก่ ลิงอุรังอุตัง สิงโตทะเล ช้าง คาวบอยสตั้นท์ โลมา สงครามจารกรรม และโชว์นกสวยงาม   แต่ละโชว์จะมีขึ้นเพียงวันละหนึ่งรอบเท่านั้น ( มีเอกสารให้เช็ครอบที่โน่นเลยค่ะ ไม่ต้องห่วง )

นอกจาก 7 โชว์หลักแล้ว ทั่วทั้งพื้นที่หลายร้อยไร่ของซาฟารีเวิลด์ยังถูกใช้ให้คุ้มค่าด้วยนานาสัตว์หลากชนิดซึ่งอยู่กันอย่างเป็นธรรมชาติจนมนุษย์ต้องอิจฉา แซมด้วยจุดเด่นสำคัญไม่ให้ขาดตลอดทาง   ไม่ว่าจะเป็นศาลาเลี้ยงยีราฟอุ่นเครื่องก่อนเข้าไปในซาฟารีปาร์ค ที่ไม่ใช่แค่ยีราฟ 2 ตัว 4 ตัวให้เราพอได้ถ่ายรูป แต่ยีราฟที่นี่จะกรูเข้าหาเราเต็มที่เป็นฝูงใหญ่ เด็กๆ จะได้ป้อนอาหารอย่างใกล้ชิด แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังตื่นเต้นทุกทีที่ได้เจอ

หรือจะเป็นวอลรัสตัวอ้วนพุงพลุ้ยใกล้บริเวณโชว์ช้างที่รอให้เราไปทักทาย   นกและสัตว์ตัวเล็กๆ น่ารักในมินิเวิลด์ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเราหลงเข้าไปในเมืองคนแคระ ส่วนขยายใหม่อย่างไวท์เวิลด์ที่ประกอบด้วยสัตว์สีขาว 3 ประเภทคือหมีขาว เสือขาว และสิงโตขาวก็เปิดโลกทัศน์ให้เราตื่นตา   นอกจากนี้ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ศูนย์อาหารริมน้ำที่สามารถให้อาหารหงส์ตัวสวยที่ว่ายผ่านมา ลานของเล่นที่สนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่   ไอศกรีมและเครื่องดื่มจากแบรนด์ Sfree เหล่านี้ล้วนช่วยเติมวันพักผ่อนของเราให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

IMG_3086

 

เอ็กส์เวิลด์

แม้จะเปิดใหม่ได้ไม่นานแต่ก็คาดว่าจะเป็นที่นิยมในไม่ช้า   นั่นก็คือส่วนของ “Eggs World” ฟังจากชื่อแล้วคงรู้ว่าเกี่ยวกับไข่อย่างแน่นอน แต่นี่ไม่ใช่เมืองไข่ธรรมดา เพราะมันเกิดขึ้นจากความตั้งใจให้เป็นศูนย์การเรียนรู้อันสำคัญยิ่งต่ออนาคตของชาติ   ภายในอาคารนี้นำเสนอห้องปฏิบัติงานจริงในการดูแลไข่ของนกพันธุ์ต่างๆ เป็นกระบวนการฟักไข่ของจริงตั้งแต่วันแรก แบ่งห้องวิจัยออกตามอายุของลูกนก

เสริมข้อมูลด้วยบอร์ดที่ให้เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ตลอดทาง มีนิทรรศการภาพลูกนก และไข่หลากหลายสายพันธุ์จากหลายที่   มีไข่ที่ใหญ่ที่สุดและเล็กที่สุดในโลกไว้ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ หรือจะเป็นโมเดลไข่ใบยักษ์แสดงรูพรุนจำนวนมหาศาลเกินคาดเดานั้นที่นี่ก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอ ก่อนจะออกจากเอ็กส์เวิลด์มีดีวีดีสารคดีสรุปและอธิบายทุกขั้นตอน เหมาะกับเด็กนักเรียนและผู้สนใจ หากแต่ต้องสังเกตที่ตั้งกันสักหน่อย เพราะอาคารนี้จะอยู่หลังโชว์ช้างและตั้งตัวอยู่เงียบเชียบจนเราแทบจะหาไม่เจอ

 

IMG_6075

 

ล่องเรือป่าดิบชื้น

อีกหนึ่งส่วนที่ได้รับการปรับเปลี่ยนให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติและได้อารมณ์เสมือนจริงอันเป็นจุดประสงค์ใหญ่ที่ต้องการให้ผู้เข้าชมได้ความสุขกลับไปมากที่สุด   จังเกิลครุยส์จึงลึกลับและเงียบเชียบเหมาะแก่การไปนั่งพักและสัมผัสบรรยากาศป่าดิบชื้นอย่างที่เห็นในหนัง   นับตั้งแต่เริ่มต้นออกเดินทางก็สร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย คล้ายเสียงอันลึกลับจากข้างในกำลังรอให้เราเข้าไปเสียที   แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะไม่มีอะไรน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็กๆ   เพียงแค่เรานั่งข้างๆ และคอยพูดคุยอธิบายสิ่งละอันพันละน้อยให้เขาฟัง ก็จะเป็นช่วงเวลาเต็มความอบอุ่นรวมถึงอาหารสมองให้ลูกได้เป็นอย่างดีค่ะ

ซาฟารีปาร์ค

ส่วนสำคัญที่หากไม่เข้าไปก็คงเหมือนมาไม่ถึง สวนสัตว์เปิดส่วนนี้ให้เข้าชมได้ทั้งจากรถส่วนตัวและรถโคชของที่นี่ ( ค่าบริการท่านละ 30 บาท ) ระยะทาง 5 กิโลเมตรประกอบไปด้วยสัตว์นานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นยีราฟฝูงใหญ่  นกกระจอกเทศ อูฐ แรด ม้าลาย วาตุซี่ นิลไก กระทิง รวมไปถึงส่วนของสัตว์ดุร้ายอย่างเสือ สิงโต หรือหมีควาย   เราจะได้อยู่ใกล้ชิดกับสัตว์โดยมีเพียงกระจกกั้น เหล่าสัตว์ป่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างเป็นอิสระ ทั้งนกทั้งม้าลายจะอยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการสัมผัสบรรยากาศทุ่งกว้างอัฟริกาได้ง่ายๆ ในเมืองไทย ระยะเวลาประมาณ 35 นาทีอาจสั้นไปสำหรับคุณหนูๆ จนต้องกลับมาอีกสักหลายๆ รอบ

คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมเตรียมพร้อมพกหมวกไปเผื่อเด็กๆ ในวันที่อากาศร้อน รวมถึงร่มในวันที่ฝนอาจจะตก มีข้อแนะนำว่าให้เดินในส่วนของมารีนปาร์คกันจนเมื่อยหนำใจ   แล้วค่อยไปต่อด้วยรถโคชแอร์เย็นๆ เพื่อผ่อนคลายก็จะเป็นการดี หรือถ้าใช้รถส่วนตัวยิ่งสบายใหญ่ ออกจากส่วนซาฟารีปาร์คแล้วจะขับกลับบ้านเลยก็ได้ไม่ว่ากัน

ที่ตั้ง : ซาฟารีเวิลด์ เลขที่ 99 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2518-1000-19 เว็บไซต์ www.safariworld.com

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ยามาซาโตะ

 

ในวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี ถือเป็นเทศกาลโคโดโมะโนะฮิ หรือ วันเด็กผู้ชายของญี่ปุ่น ซึ่งในวันนี้บ้านไหนมีลูกผู้ชายจะประดับโต๊ะตุ๊กตาใส่ชุดนักรบ หรือ ชุดซามูไร รวมถึงตั้งเสาธงปลาคาร์ฟไว้ในบริเวณบ้านเพื่ออวยพรให้ลูกชายมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้ และเป็นเด็กเลี้ยงง่าย โตเร็วๆ

_MG_6004

ห้องอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จึงจัดอาหารชุดพิเศษ “ ไคเซกิ “ ที่ส่งตรงวัตถุดิบชั้นเลิศจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ปลาคินเมได (ปลาที่มีหัวรูปร่างคล้ายนักรบ นิยมนำมาทำเป็น 1 ในเมนูอาหารสำหรับเทศกาลนี้ ) ปลากะพงญี่ปุ่น หอยปีกนก ท้องปลาทูน่า ในราคาชุดละ 3,ooo ++*บาท ส่วนของเด็กผู้ชายจัดรวมกันในถาดเดียว สนนราคา 300 ++*บาท รวมขนมหวานประจำเทศกาล อย่าง คาชิวะโมจิ ขนมแป้งโมจิไส้ถั่วแดงห่อด้วยใบคาชิวะ หรือ ใบโอ๊ค ใบที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่า ถ้าเด็กคนไหนได้กินจะแข็งแรง และเติบโตอย่างแข็งแกร่งเหมือนต้นโอ๊ค

*ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
ที่ตั้ง : ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวัน มื้อกลางวันตั้งแต่เวลา 11.30 น – 14.30 น. และมื้อค่ำตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 22.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือ สำรองที่นั่ง โทร. 02 687 9000 หรือ [email protected]

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

2 ร้าน 2 อารมณ์ ที่มิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ

 

โฟลว์ : บุฟเฟ่ต์เลิฟเวอร์ ต้องมา

IMG_6153

เชื่อว่าคอบุฟเฟ่ต์ตัวจริงต้องบรรจุ โฟลว์ ไว้ในเช็คลิสท์แน่ เผลอๆบางคนอาจยกให้ที่นี่ติดอันดับ 1 ใน 3 บุฟเฟ่ต์โรงแรมสุดเลิฟในดวงใจไปแล้วก็ได้ เพราะมีให้ไล่ชิมกันตั้งแต่ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนสุดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภายใต้ครัวเปิดโล่งถึง 7 ครัว นอกจากของคาวแล้ว ของหวานก็ห้ามพลาด ทำเอาเคลิ้มแทบทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็น ครีมบลูเล่ หรือ ขนมค่ำ ไทยๆ แต่ถ้าใครอยากอิ่มเอมความงามของริมน้ำเจ้าพระยาช่วงโพล้เพล้ ฟ้ากำลังเปลี่ยนสีล่ะก็ แนะนำจองดินเนอร์สักมื้อ แล้วจะเผลอใจหลงรักที่นี่โดยไม่รู้ตัว

 

ที่ตั้ง : ชั้นล็อบบี้ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพ ถ.เจริญนคร คลองสาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งราคาบุฟเฟ่ต์ และโปรโมชั่นพิเศษได้ที่โทร.0 2442 2000

 

 

เดอะแลนเทิร์น “ช๊อกโกแลต การ์เด้น” : ตกหลุมรักคาปูชิโน่เย็นที่นี่

 

IMG_6258

 

นี่สิถึงจะเรียกว่าชิลล์เอ้าท์ของแท้ ด้วยบรรยากาศดีๆที่รายล้อมร้านนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นริมแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องหน้า ต้นไทรอายุกว่าร้อยปีด้านหลัง และแนวไผ่ด้านข้าง ให้ความรู้สึกสบาย โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับจิบชายามบ่าย พร้อมขนมอร่อยๆในเซ็ทอาฟเตอร์นูน ที เป็นที่สุด ว่าแล้วขอสั่งคาปูชิโน่เย็น แก้วโปรดมาจิบเล่นให้เย็นใจเพิ่มด้วยดีกว่า ส่วนเด็กๆไม่ต้องน้อยใจไป สั่งช็อคโกแลต เค้ก หรือ ไอศครีมเทปปันยากิ ที่ทำกันสดๆ มาร่วมแจมกับคุณพ่อ คุณแม่ด้วยก็ได้

ที่ตั้ง : ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน ถ.เจริญนคร คลองสาน

สอบถามข้อมูลรายละเอียดได้ที่โทร.0 2442 2000

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

 

Tags

ปฐมพยาบาลหนูน้อยหัวโน

วิธีปฐมพยาบาลหนูน้อยหัวโน

  1. ตรวจดูบาดแผลว่ามีเลือดออกหรือไม่
  2. หากไม่มีเลือดออก ให้เริ่มจากการน้ำผ้าชุบน้ำเย็น หรือผ้าห่อน้ำแข็ง มาประคบเย็นที่แผลไว้ 10-15 นาที เพื่อให้เส้นเลือดแข็งตัว แล้วทิ้งระยะ 2-3 ชั่วโมง แล้วประคบซ้ำอีกครั้งนาน 5 นาที
  3. หลังจากเกิดแผลแล้ว 24 ชั่วโมง ให้เปลี่ยนมาใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบที่แผล การประคบน้ำอุ่น จะช่วยละลายลิ่มเลือด ลดอาการบวม
  4. แต่หากคุณหนูๆ หกล้มภายใน 24 ชั่วโมงแล้วมีอาการซึม เวียนหัว คลื่นไส้อาเจียน ตาพร่า ชัก หรือ
    หมดสติ คุณแม่ต้องพาไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

 

 

02

03

 

รู้จักวิธีพับและสวมผ้าอ้อมให้ลูกน้อย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผ้าอ้อม

ผ้าอ้อมผ้าผืนสี่เหลี่ยมจะมีอยู่ด้วยกัน 4 เนื้อผ้าหลัก ๆ คือ เนื้อผ้าสาลู ผ้าสำลี ผ้าฝ้าย ผ้าหนังไก่

คุณสมบัติของผ้าอ้อมแต่ล่ะเนื้อผ้า

  • ผ้าอ้อมผ้าฝ้าย ความหนามีตั้งแต่ปานกลางถึงหนามาก ยิ่งหนาก็ยิ่งซึมซับได้ดี ความนุ่มมีตั้งแต่ปานกลาง-นุ่มมากขึ้นกับเกรดของเนื้อผ้าและลักษณะการทอ แห้งช้า ซับน้ำปานกลาง-ดี ระบายอากาศปานกลาง ทำความสะอาดง่าย
  • ผ้าอ้อมสาลู เนื้อผ้านุ่มปานกลางใช้ไปนาน ๆ ผ้าจะนุ่มมาก แห้งไว คุณลักษณะพิเศษคือเนื้อผ้ามีความโปร่งบาง ระบายอากาศได้ดี  ทำความสะอาดง่าย การตัดเย็บจะมีแบบ ชั้นเดียว และแบบ 2 ชั้นเพื่อช่วยในการดูดซับ
  • ผ้าอ้อมสำลี เนื้อผ้าหนานุ่ม ซับน้ำได้ดี  ใช้ไปนาน ๆ จะแข๊งกระด้างขึ้น เกรดไม่ดีเมื่อซักจะขึ้นขุย ระบายอากาศได้ไม่ดี ทำความสะอาดยาก แห้งช้า
  • ผ้าอ้อมหนังไก่ เนื้อผ้านุ่มคล้ายผ้าสำลี ระบายอากาศได้ดี ใช้ทน  แห้งเร็ว เนื้อผ้าบางกว่าผ้าสำลีแต่หนากว่าผ้าสาลู ทำความสะอาดง่าย

การพิจารณาเลือกซื้อผ้าอ้อม

ขนาดของผ้าอ้อมทั่วไปตามท้องตลาดจะมี 3 ขนาด ดังนี้How to Fold Diaper-2

ส่วนไซส์ที่ใหญ่กว่า 27″ X 27″สามารถซื้อผ้าอ้อมที่ขายเป็นผืนใหญ่แล้วมาจ้างตัดได้ตามขนาดที่ต้องการ

ข้อแนะนำ

– ควรซักผ้าอ้อมอย่างน้อย  2-3 ครั้งเพื่อให้ผ้าอ้อมมีความนุ่มและลดการระคายเคืองผิวเด็กก่อนนำไปใช้
– การใส่ผ้าอ้อมให้ลูกน้อยควรพับให้มีขนาดที่สามารถใส่ได้กระชับไม่แน่นหรือหลวมเกินไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพับผ้าอ้อม
– ควรพับผ้าอ้อมเตรียมไว้พร้อมสำหรับเปลี่ยนให้ลูกน้อยทันทีเมื่อเด็กฉี่หรืออึ

ชมคลิป >> “วิธีพับและสวมผ้าอ้อมให้ลูกน้อย” คลิกหน้า 2

Tags

เช็ดดวงตา และใบหูลูกน้อยทารก

วิธีเช็ดดวงตา และใบหูลูกน้อยทารก
1 ล้างมือและฟอกสบู่ให้สะอาด จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วหยิบมาสองก้อน

2 บีบน้ำส่วนเกินออก พยายามจับด้านนอกของสำลี เพื่อไม่ให้มือไปโดนด้านใน ป้องกันเชื้อโรคจากมือไปสู่ดวงตาลูก แล้วใช้สี่นิ้วของคุณแม่ประคองที่หน้าลูก แล้วใช้สำลีเช็ดจากหัวตาไปหางตาโดยไม่ย้อนกลับค่ะ

3 การเช็ดใบหู เพื่อเอาคราบสกปรกที่อยู่บริเวณใบหูลูกออกค่ะ  โดยใช้สำลีก้อนกลมชุบน้ำสะอาด  เช็ดบริเวณใบหูและรอบๆ ด้านนอกของหูลูกน้อย

Tip: คุณแม่ไม่ต้องเช็ดเข้าไปในรูหู และอาจไม่จำเป็นต้องใช้ไม้พันสำลีหรือคอตตอนบัดเช็ด เพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อเยื่อแก้วหูของลูกน้อยได้ค่ะ

01 02 03

 

Tags

ห่อตัวลูก อบอุ่นปลอดภัย

วิธีห่อตัวลูก อบอุ่นปลอดภัย

1 เริ่มจากปูผ้าห่อตัวไว้แล้วพับปลายเข้ามา เมื่อลูกน้อยนอนลงบนผ้าให้จับผ้าบริเวณศีรษะเข้ามาห่อหน้าลูกทั้งสองด้าน จากนั้นใช้มือพยายามจับมือลูกไม่ให้พับหรือกางเกินไปให้อยู่ในผ้าแนบลำตัว

2 พับผ้าทบด้านใดด้านหนึ่งเข้ามาหาตัวลูก แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับผ้าที่ทบไว้ แล้วมืออีกข้างจับผ้าอีกด้านทบตามเข้ามาจนปิดตัวลูกมิดชิด

3 พยายามพับเก็บชายผ้าด้านข้างให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เป็นปมด้านในเพราะจะกดทับลูก โดยพับผ้าซ้าย-ขวาให้ปิดมิดชิด  สุดท้ายคือเก็บปลายผ้าที่เหลือไว้ด้านล่างให้เรียบร้อยก็เสร็จค่ะ

02 03 04

Tags

อุ้มลูก

พยาบาลแนะ! อุ้มลูก ถูกท่าช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดี!!

เพราะทารกแรกเกิดยังบอบบาง คอ และกระดูกยังไม่แข็งแรง การ อุ้มลูก จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ มาดูคำแนะนำจากพยาบาลให้พ่อแม่ได้อุ้มทารก เพื่อกระตุ้นพัฒนาการกันค่ะ

พยาบาลแนะ! อุ้มลูก ถูกท่าช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดี!!

การ อุ้มลูก เป็นสิ่งที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งทางใจและทางกาย ให้กับทั้งพ่อแม่และทารก สัมผัสจากผิวกายและความใกล้ชิดจะช่วยให้ทารกรู้สึกอบอุ่น ผูกพัน และผ่อนคลาย สำหรับพ่อแม่ก็เช่นกัน เมื่อพ่อแม่ได้อุ้มลูก ความรู้สึกที่ยากจะบรรยายจะถาโถมเข้ามา ทั้งตื้นตัน ผูกพัน และความรู้สึกอยากจะปกป้องชีวิตน้อย ๆ นี้ตลอดไป

เพราะทารกเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่แสนจะเปราะบาง ทั้งคอ และกระดูกก็ยังไม่แข็งแรง ทำให้พ่อแม่มือใหม่ กลัวและไม่กล้าที่จะอุ้มทารก ทีมแม่ ABK ขอสอนวิธีการอุ้มทารก ให้พ่อแม่มือใหม่ได้ลองฝึกกันค่ะ

วิธีการอุ้มทารก

  1. ใจเย็นและมั่นใจ ก่อนที่จะอุ้มเจ้าตัวน้อย ทารกสามารถรับรู้ความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องทำใจให้สงบก่อน หากรู้สึกไม่ดี โกรธ หรือโมโห อยู่ อย่ารีบเข้าไปอุ้มลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องเชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ คลายกังวล แต่ต้องระวังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  2. พูดคุยกับลูก ก่อนจะอุ้มตัวลูกขึ้นมา ให้พูดคุยกับลูกก่อน แม้ลูกจะหลับอยู่ก็ตาม เพราะหากอุ้มโดยไม่ส่งเสียงอะไรเลย อาจทำให้ลูกตกใจได้ ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะตื่น หากคุณพ่อคุณแม่กลัวว่าลูกอาจตกใจเสียงที่คุณพ่อคุณแม่พูด ลองใช้มือแตะที่หน้าอกของลูกอย่างเบามือ แล้วค่อยพูดว่า “แม่ขออุ้มหนูหน่อยนะ”
  3. คอเป็นส่วนสำคัญ สำหรับทารกแรกเกิด ทุกครั้งและทุกเวลาที่คุณพ่อคุณแม่อุ้มลูก จะต้องใช้มือข้างหนึ่งประคองคอลูกน้อยไว้ทุกครั้ง เพราะทารกแรกเกิด กระดูกคอจะยังไม่แข็งแรง ทารกจะยังไม่สามารถประคองคอตนเองได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องช่วยประคองไว้ตลอดเวลาที่อุ้มลูก
  4. ให้ลูกอยู่ใกล้หัวใจแม่ ท่าอุ้มลูกทุกท่าส่วนมากจะอุ้มโดยการประคองลูกไว้แนบอก เพราะการที่ลูกอยู่แนบอก จะทำให้ลูกได้ยินเสียงหัวใจแม่ เหมือนกับที่ลูกยังอยู่ในท้องแม่ ลูกจะรู้สึกอบอุ่น และอุ่นใจ
  5. เพลิดเพลินไปกับการอุ้มลูก ระหว่างที่ อุ้มลูก ให้คุณพ่อคุณแม่ลองร้องเพลง อ่านหนังสือ และเล่นสนุกกับเจ้าตัวน้อย เพื่อให้ลูกเพลิดเพลินและมีความสุขจนเคลิ้มหลับไป

ท่าอุ้มสำหรับทารกแรกเกิด (คลิป)

สำหรับทารกแรกเกิด ที่มักจะตื่นมาทานนมและนอนเป็นส่วนมาก ท่าอุ้มลูกในวัยนี้ จึงเน้นที่ท่าอุ้มที่เหมาะสำหรับการให้นมแม่ มาดูกันค่ะว่ามีท่าไหนบ้าง?

1. ท่าอุ้มแนบตัว

ให้ลำตัวลูกอยู่บนแขน ใช้มือประคองที่ศีรษะ ใช้มืออีกข้างช้อนที่ก้นของลูกน้อยเพื่อช่วยรองรับน้ำหนักของทารก ท่านี้ใช้สำหรับให้นม คุณแม่สามารถอุ้มทารกไว้ใกล้กับอกของคุณ ทารกจะสามารถวางศีรษะไว้บนหน้าอกของคุณได้ทารกจะรู้สึกสบายเวลาได้ยินเสียงหัวใจคุณเต้น ท่านี้เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดลูกน้อย เพื่อจะได้อุ้มลูกห่างจากแผลผ่าตัด

2. ท่าไกวเปล

ท่านี้เป็นท่าที่ธรรมชาติที่สุด และง่ายที่สุดสำหรับการอุ้มลูก นอกจากนี้ ท่านี้ยังเป็นท่าที่คุณพ่อคุณแม่สามารถมองตาทารกในขณะอุ้มได้ด้วย วิธีการอุ้มมีดังนี้

    • ใช้มือประคองที่คอของทารก มืออีกข้างอยู่ใต้ก้นและสะโพก อุ้มทารกขึ้นมาไว้แนบอก
    • ใช้มือข้างที่ประคองคอของทารก เลื่อนมาวางที่ข้อศอกของแขนอีกข้างหนึ่ง ใช้ข้อพับและท้องแขนประคองคอลูกน้อย
    • ค่อย ๆ เลื่อนมือจากศีรษะและคอไปยังหลังของลูกน้อยอย่างอ่อนโยนศีรษะของทารกจะอยู่ที่แขน ให้งอแขนและข้อศอกเล็กน้อย
    • มืออีกข้างประคองช่วงก้นและสะโพกของทารก
    • อุ้มทารกไว้ใกล้ ๆ ตัวของคุณ และสามารถโยกทารกไปมาได้เล็กน้อย

3. ท่าอุ้มพาดบ่า

วิธีการอุ้ม จะคล้ายกับท่าอุ้มแนบตัว โดยอุ้มลูกน้อยขึ้นบนบ่า แขนคุณแม่ข้างหนึ่งประคองคอ ใช้แขนอีกข้างหนึ่งประคองลำตัวและก้นของลูกไว้ และจับลูกให้กระชับมือ นำศีรษะของลูกมาไว้บนบ่า ใช้บ่า คอ และหัวของคุณแม่ช่วยประคองหน้าของลูกน้อยไว้ แต่มือของคุณแม่ยังต้องประคองอยู่ที่คอของลูกตลอดเวลานะคะ ลูกน้อยวัยทารกก็จะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่สุดค่ะ นอกจากนี้ ท่านี้ยังช่วยให้ลูกเรอหลังมื้อนมได้ง่ายอีกด้วย

ท่าอุ้มทารก
ท่าอุ้มทารก

ท่าอุ้มกระตุ้นพัฒนาการ

การ อุ้มลูก นอกจากจะเป็นการปลอบประโลม เมื่อลูกร้องไห้ เป็นการตอบสนองอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย การอุ้มทำให้ลูกเกิดความไว้วางใจว่ามีคนคอยดู การร้องไห้จะค่อย ๆ น้อยลงเรื่อย ๆ เติบโตเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย การอุ้มลูก ยังสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกได้อีกทางหนึ่งด้วย มาดูกันว่ามีท่าอุ้มท่าไหนบ้างที่จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี

  1. ท่าอุ้มสบตา

ท่านี้จะทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถมองตา สื่อสารกับลูกน้อยได้ดีที่สุด ท่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกมีพัฒนาการภาษาและสังคม เพราะทารกจะสามารถพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ได้ถนัดและใกล้ชิดจากการอุ้มลูกท่านี้ วิธีการอุ้มมีดังนี้

    • การวางมือจะคล้ายกับท่าอุ้มแนบตัว คือ มือข้างหนึ่งประคองคอและศีรษะของลูก
    • มืออีกข้างประคองที่ก้นและสะโพก
    • อุ้มทารกไว้ด้านหน้าของคุณพ่อคุณแม่ในระดับต่ำกว่าหน้าอก
    • ยิ้มและหยอกล้อกับลูกน้อย เก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่มีค่านี้ไว้
  1. ท่า ”เปิดโลกกว้าง”

ท่านี้เหมาะสำหรับทารกที่มีคอแข็งแล้ว (ประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไป) ท่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยพัฒนาการด้านการเรียนรู้และช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหลังและคอให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ท่านี้จะคล้าย ๆ กับการอุ้มลูกให้นั่งหันหน้าออก แต่เพราะลูกยังนั่งเองไม่ได้ กล้ามเนื้อหลังยังไม่แข็งแรงพอ จึงยังต้องอาศัยการประคองจากคุณพ่อคุณแม่ ดังนี้

    • ให้หลังของทารกแนบกับหน้าอกของคุณพ่อคุณแม่ และอย่าลืมต้องมั่นใจว่าหัวของทารกได้รับการดูแลที่ปลอดภัย
    • ให้มือข้างหนึ่งประคองก้นของทารก
    • นำมืออีกข้างประคองอกของทารกไว้ โดยพาดมาด้านหน้าของทารก
    • ดูให้ดีว่าศีรษะของทารกได้รับการประคองอย่างปลอดภัยจากหน้าอกของคุณพ่อคุณแม่
    • หากคุณนั่งอยู่ สามารถวางทารกไว้บนตักของคุณได้เลยโดยไม่ต้องเอามือประคองก้นของทารกก็ได้

3. ท่าเหน็บเอว

เป็นท่าอุ้มที่นิยมใช้ เพราะสามารถอุ้มลูกไปด้วยและใช้มืออีกข้างทำอย่างอื่นไปด้วยได้ ท่านี้จึงเหมาะสำหรับทารกวัย 7 เดือนขึ้นไป ที่สามารถประคองศีรษะและหลังของตนเองได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถอุ้มลูกมาไว้ข้างลำตัวหรือไว้บนสะโพกได้เลย วิธีการอุ้มมีดังนี้

    • อุ้มลูกมาไว้ข้างลำตัวของคุณพ่อคุณแม่ ให้ก้นของทารกอยู่บนสะโพกของคุณ (คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ตัวช่วยโดยคาดเป้อุ้ม เพื่อรองรับน้ำหนักตัวของลูกแทนได้ค่ะ) โดยขาของลูกจะต้องคร่อมด้านข้างลำตัวของคุณพ่อคุณแม่ไว้
    • ใช้แขนและมือข้างเดียวกันสอดไปที่รักแร้ของลูก เอื้อมแขนไปประคองไว้ที่หลัง ส่วนมือเอื้อมไปรองที่ก้นและสะโพกของลูก

การอุ้มด้วยท่านี้ จะช่วยให้ลูกหันไปมาได้อย่างสะดวก แต่เพราะการอุ้มด้วยท่านี้ เป็นท่าที่อุ้มด้วยมือเดียว จึงต้องใช้ความชำนาญและระมัดระวังเป็นอย่างมากค่ะ

อุ้มทารก
อุ้มทารก

เคล็ด (ไม่) ลับอุ้มทารกอย่างไรให้ง่ายและปลอดภัย

  • ให้นั่งในที่ ๆ มั่นคง เมื่ออุ้มทารกครั้งแรกเพราะเป็นการเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด
  • ดูจากคนที่มีประสบการณ์ในการอุ้มทารกบ่อย ๆ ก่อนเริ่มอุ้ม
  • พยายามเล่นและสื่อสารกับลูกก่อนอุ้ม เพราะจะทำให้ลูกคุ้นเคยกับคุณ เขาจะจดจำเสียง กลิ่น และหน้าตาของคุณได้
  • การอุ้มทารก ให้เน้นที่การประคองศีรษะให้ปลอดภัยที่สุด
  • เด็กทารกชอบถูกอุ้ม ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าลูกจะติดมือ ยิ่งอุ้มลูกบ่อย ยิ่งทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้น
  • เป้สำหรับอุ้มทารกสามารถช่วยคุณได้ ทำให้คุณทำงานต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ลูกติดมือ ไม่มีจริง! ยิ่งอุ้มลูกบ่อย ลูกยิ่งเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี

ลูกร้องไห้งอแง ทารกร้องแบบไหนเรียกว่าผิดปกติ?

7 ภาพการ์ตูนที่ต้องดู! ก่อนมี “ลูกคนแรก” ทั้งซึ้งและน่ารัก

6 สัญญาณ ลูกความจำดี พร้อมเคล็ดลับฝึกให้ลูกจำได้แม่น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.parenting.com, www.babycenter.com, th.wikihow.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เช็ดจมูกให้ลูกเบบี๋

วิธีเช็ดจมูกให้ลูกเบบี๋
1 ค่อยๆ ใช้ปลายคอตตอนบัดเช็ดเข้าในตรงปลายจมูกของลูก โดยหมุนเบาๆ ในรูจมูกของลูก เปลี่ยนคอตตอนบัด แล้วเช็ดรูจมูกของลูกอีกข้าง
2 หากลูกน้อยมีเศษน้ำมูกแข็ง  ให้คุณแม่ใช้น้ำเกลือหยดลงบนคอนตอนบัดเล็กน้อย แล้วเช็ดที่รูจมูกลูก น้ำเกลือจะช่วยให้น้ำมูกของลูกอ่อนนิ่มขึ้น ทำให้เช็ดออกมาได้ง่าย
3 อีกวิธีคุณแม่อาจหยดน้ำเกลือลงในจมูกลูก เพราะเมื่อน้ำมูกที่แข็งโดนน้ำเกลือจะอ่อนนิ่ม ทำให้เวลาเช็ดจะมีเศษน้ำมูกติดคอตตอนออกมาได้ง่าย ช่วยให้จมูกลูกสะอาด และหายใจสะดวกมากยิ่งขึ้นค่ะ

02
03

Tags

เช็ดตัวลดไข้ให้ลูกทารก

ขั้นตอนการ เช็ดตัวลดไข้ให้ลูกทารก อย่างถูกวิธี 

อุปกรณ์
1 ผ้าเช็ดตัว และน้ำอุ่น หรือน้ำธรรมดา
02
วิธีเช็ดตัวลดไข้ให้ลูกทารก
1 เตรียมผ้าเช็ดตัวและน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาให้พร้อม ไม่ควรใช้น้ำเย็นเช็ดตัว เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว และระบายความร้อนออกได้ยาก และยังทำให้ลูกหนาวสั่น จนเกิดไข้ขึ้นสูง
2 ปิดพัดลม ปิดแอร์ เพื่อไม่ให้ลูกหนาวขณะเช็ดตัว ถอดเสื้อผ้าลูกออกให้หมดใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำให้ชุ่ม
เช็ดบริเวณหน้าก่อน แล้วตามด้วยลำตัว ซอกคอ แขน ขา เช็ดพักผ้าไว้ที่ซอกแขน ขาหนีบ เพื่อระบายความร้อน เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นที่รวมของเส้นเลือด ทำให้ช่วยระบายความร้อนได้ดี
3 เช็ดย้อนขึ้นจากปลายมือ ปลายเท้าเข้าสู่ลำตัวหรือหัวใจ เพื่อเปิดรูขุมขนและ
ระบายความร้อน อาจออกแรงเหมือนถูตัวเล็กน้อย เพื่อช่วยทำให้เส้นเลือด และ รูขุมขนขยายตัว หมั่นเปลี่ยนผ้าชุบน้ำบ่อยๆ ทุก 2-3 นาที และใช้เวลาเช็ดตัวประมาณ 10 – 15 นาที
Tip: หลังเช็ดตัว ควรซับตัวลูกให้ แห้ง สวมเสื้อผ้าเบาสบาย เพื่อระบายความร้อน และหมั่นวัดไข้ซ้ำทุกๆ
15 – 30 นาที หากไข้ยังไม่ลดลง ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์
01

03

04

อุ้มไล่ลมลูก หยุด! ไม่สบายท้อง

วิธีอุ้มไล่ลมลูก หยุด! ไม่สบายท้อง
ท่าที่ 1 อุ้มพาดบ่า จับประคองลูกน้อยอุ้มพาดบ่า โดยให้หน้าท้องของลูกน้อยกดบริเวณช่วงอกคุณแม่ ศีรษะของลูกจะเลยหัวไหล่ของคุณแม่ไป จากนั้นลูบหลังลูกน้องขึ้น-ลง หรือลูบวนๆ เบาๆ เพื่อไล่ลมให้ลูกเรอลมในท้องออกมาหลังจากที่กินนม
03

ท่าที่ 2 ท่านั่งบนตัก จับลูกน้อยนั่งบนตักที่ขาด้านหนึ่งด้านใดของคุณแม่ แล้วหันหน้าออก โดยมือข้างหนึ่งจับประคองคอและใบหน้า นิ้วชี้นิ้วโป้งประคองบริเวณลำคอ และอีก 3 นิ้วประคองลำตัว ใต้รักแร้ลูก และให้ตัวลูกโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อให้หน้าท้องของลูกถูกกดและไล่ลมในท้องออกค่ะ ใช้มืออีกข้างหนึ่งของคุณแม่ลูบหลังลูกขึ้น-ลง หรือลูบวนไป-มาที่หลังของลูกน้อยก็ได้ รวมถึงอาจช่วยเคาะเบาๆ ที่หลัง เพื่อให้ลูกเรอออกมาได้สะดวกค่ะ
04

05

 

 

Tags

มาอาบน้ำลูกรักเบบี๋กันเถอะ

วิธีอาบน้ำลูกรักเบบี๋
1 ทดสอบอุณหภูมิน้ำไม่ให้เย็นหรือร้อนเกินไป ถอดเสื้อผ้าลูก นำตัวลงอ่างน้ำ โดยใช้มือจับ
ที่รักแร้เด็ก ไหล่เด็กพาดบนแขนของแม่ จากนั้นลูบตัวลูกให้เปียกด้วยฟองน้ำหรือผ้าขนหนู
2 กดสบู่แล้วลูบตัวลูกทีละส่วน ตั้งแต่แขน ซอกคอ ลำตัว ขา แล้วล้างฟองสบู่ออกให้หมดจากด้านหลัง
เสร็จจากด้านหลังแล้วใช้มืออีกข้างค่อยๆ จับลูกให้อยู่ในท่าคว่ำลง ให้อกพาดที่แขนแม่ แล้วลูบสบู่ให้ทั่วหลัง ก้นและขา
3 เมื่อถูสบู่ทั่วตัวลูกแล้ว ให้ใช้ผ้าขนหนูหรือฟองน้ำ ล้างสบู่ออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด แล้วอุ้มลูกน้อย
ขึ้นจากอ่าง เช็ดตัวลูก ซับน้ำให้แห้ง โดยเฉพาะตามซอกคอ ซอกรักแร้ ข้อพับและตามลำตัวส่วนทุกส่วน
4 เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วให้ใส่ผ้าอ้อม และใส่เสื้อผ้าใหม่ แต่งตัวให้ลูกรู้สึกสดชื่นและอบอุ่นปลอดภัย
เท่านี้ลูกน้อยเบบี๋ของคุณแม่ก็สะอาดหมดจดแล้วค่ะ

01

02

03

04

Tags

สระผมลูกน้อยทารกถูกวิธี

วิธีสระผมลูกน้อยทารกถูกวิธี

  1. อุ้มลูกนอนบนผ้าขนหนูที่ปูรองไว้ ถอดเสื้อผ้าออก ห่อตัวลูกด้วยผ้าขนหนูให้กระชับ แล้วใช้สำลีชุบน้ำสุกอุ่นเช็ดใบหน้า ดวงตาลูกให้สะอาด
  2. ประคองศีรษะลูกในอุ้งฝ่ามือ หนีบลำตัวลูกไว้ข้างเอว ใช้นิ้วมือพับใบหูลูกไว้ 2 ข้าง ป้องกันน้ำเข้าหู แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำบีบให้หมาด หรือจะวักน้ำล้าง อาจจะเช็ดหน้าน้องก่อนเพื่อให้สดชื่น ปรับตัวก่อนสระผมจากนั้นจึงลูบน้ำให้ทั่วศีรษะลูก โดยใช้ปลายนิ้วนวดศีรษะเบาๆ
  3. บีบหรือกดแชมพูพอประมาณ ใช้ปลายนิ้วลูบและนวด ให้ทั่วศีรษะลูกน้อยเบาๆ จากนั้นวักน้ำล้างหรือจะใช้ฟองน้ำชุบและบีบน้ำสะอาดล้างแชมพูออกให้สะอาดทั้งศีรษะ แล้วเช็ดศีรษะลูกน้อยให้แห้ง เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ

02

03

04

05

Tags

ดูแลแผลถลอกคุณหนู แบบ Easy Step

 

อุปกรณ์
1. ชุดปฐมพยาบาล เบตาดีน น้ำเกลือ สำลี ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ปิดแผล
02

 

วิธีดูแลแผลถลอกคุณหนู แบบ Easy Step

  1. วิธีปฐมพยาบาลขั้นแรกที่สำคัญมาก คือการล้างเศษดิน หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ออกจากบาดแผล ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างที่แผล หรือหากแผลสกปรกมาก อาจเปิดน้ำไหลผ่านแผลเพื่อล้างสิ่งสกปรกให้หมด
  2. จากนั้นนำสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ เช็ดบริเวณรอบๆ บาดแผล พยายามไม่ให้ยาฆ่าเชื้อโดนแผลโดยตรง เพราะตัวยาจะไปทำลายเนื้อเยื่อทำให้หายช้า
  3. ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ หรือพลาสเตอร์ยา ที่มีขนาดพอเหมาะกับแผลของลูก  เพื่อความสะอาดควรเลี่ยงแบบแผ่นใหญ่แล้วตัดแบ่งใช้

 

♥ Tip ♥

แม้แผลถลอกจะไม่ใช่แผลอันตราย แต่จะลุกลามเป็นแผลติดเชื้อได้ ถ้าทำความสะอาดไม่ดีค่ะ

03 04