ลูกติดเกม

7 วิธีป้องกันและแก้ปัญหาลูกติดเกม

ลูกติดเกม
ลูกติดเกม

ลูกติดเกม

คำชี้แจงของธนาคาร

เบื้องต้นธนาคารแจ้งว่าธนาคารจะส่งข้อความแจ้งเตือนเมื่อมียอดเคลื่อนไหวตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป แต่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการตัดยอดครั้งละ 99 บาท และ 35 บาทต่อครั้ง ระบบจึงไม่ได้ส่งข้อความแจ้งเตือน ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจในระบบของธนาคาร เพราะมีการตัดยอดหลายครั้งจนวงเงินสูงถึง 10,000 บาทต่อวัน

โดยผู้เป็นแม่ยังบอกอีกว่า…

ลูกชายพักอาศัยอยู่กับปู่ย่าใน จ.อุบลราชธานี ส่วนตนเองเข้ามาทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ ซึ่งปกติในช่วงเปิดเทอมลูกชายจะไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นเกม แต่ในช่วงปิดเทอมลูกมาขออนุญาต ตนจึงนำโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วให้ลูกใช้เล่นเกม โดยเป็นโทรศัพท์ในระบบเติมเงิน ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาเพราะจะเติมเงินให้ครั้งละ 20 – 50 บาท

อย่างไรก็ดีเจ้าเกม ROV นี้ ถือเป็นเกมแนว MOBA ชื่อดังได้รับความนิยมสูง ทั้งนี้ผู้เป็นแม่ยังคาดว่าลูกชายอาจจะใช้อีเมลของตนที่เป็นข้อมูลค้างอยู่ในเครื่องเก่านำไปกรอกสมัครเล่นเกม เพราะเกมดังกล่าวมีเงื่อนไขให้ผู้เล่นต้องมีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไป

แต่ตนก็ยังไม่ทราบชัดว่าข้อมูลบัตรเอทีเอ็มที่ลูกนำไปใช้ซื้อไอเท็มต่างๆ ถูกนำไปเชื่อมโยงกับเกมดังกล่าวได้อย่างไร ขณะนี้กำลังปรึกษาเพื่อนและหน่วยงานต่างๆ ว่าจะมีทางเรียกร้องเงินกลับคืนมาได้บ้างหรือไม่ หากเรียกคืนไม่ได้ก็ต้องการให้กรณีของตนเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ปกครองอื่นๆ

⇒ Must read : กรมสุขภาพจิต เผย! เด็กไทยติด เกมแนว “MOBA” เสี่ยงป่วยทางจิตเวชร่วมด้วย
⇒ Must read : หยุดก่อนสาย! ลูกติดเกม ส่งผลเสียกับเซลล์สมอง

ทั้งนี้ในการใช้รหัสบัตรเอทีเอ็ม เพื่อซื้อไอเท็มต่างๆ ในเกมสามารถทำได้อย่างง่ายๆ ซึ่งมีสมาชิกลูกเพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้เม้นท์อธิบายไว้ดังนี้

ลูกติดเกม

ซึ่งเป็นวิธีการชำระเงินผ่านบัตร atm ที่เป็น Visa ทำง่ายๆ เพียงใช้เลขที่สามารถดูบนบัตร ใส่ได้เลย แค่ไปเพิ่มวิธีชำระผ่าน google play store (สำหรับมือถือแอนดรอย) พอเพิ่มได้แล้ว กดเข้าเกมส์ กด ซื้อคูปอง เลือกชำระผ่าน visa ที่เพิ่มไป ก็ซื้อได้เลย

นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตได้แนะนำว่า หากเป็นการซื้อของในเกมที่ผู้ปกครองไม่ยิมยอม สามารถเข้าไปร้องเรียนทางเว็บไซต์ Google play จากนั้นให้เข้าบัญชีที่สมัครเข้าเล่นเกม จากนั้นเข้าไปที่ประวัติการสั่งซื้อ เพื่อตรวจดูว่ามีการหักเงิน ซึ่งตรงจุดนี้สามารถกดรายงานปัญหาเพื่อขอเงินคืน โดยจะมีตัวเลือกต่างๆ อาทิ การซื้อนี้ดำเนินการโดยเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น

ลูกติดเกม

บทสรุปของเรื่องนี้…

อย่างไรก็ตาม จากเรื่องนี้ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรณีนี้อยู่นอกเหนือการให้ความช่วยเหลือของกระทรวงยุติธรรม เพราะแม่เป็นผู้อนุญาตให้เด็กใช้โทรศัพท์ และยอมให้หักเงินจากบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิต เพราะลำพังเด็กไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของแม่ได้หากไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้เกมออนไลน์ต่างๆ ยังกำหนดเงื่อนไขในการสมัครเข้าใช้งานว่า ผู้เล่นต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป กรณีที่เกิดขึ้นขอให้เงิน 20,000 บาท ที่เสียไปจะถูกนำไปใช้เป็นบทเรียนในการสอนลูก ว่าการเล่นเกมของลูกทำให้แม่ต้องเสียเงินเก็บไปถึง 20,000 บาท รวมถึงเป็นบทเรียนในการสอดส่องดูแลลูกไม่ให้มีภาวะเป็นเด็กติดเกมด้วย

อ่านต่อ >> “วิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาเมื่อลูกติดเกม” คลิกหน้า 3


ขอบคุณข้อมูลจาก : news.sanook.com

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกติดเกม

คำชี้แจงของธนาคาร

เบื้องต้นธนาคารแจ้งว่าธนาคารจะส่งข้อความแจ้งเตือนเมื่อมียอดเคลื่อนไหวตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป แต่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการตัดยอดครั้งละ 99 บาท และ 35 บาทต่อครั้ง ระบบจึงไม่ได้ส่งข้อความแจ้งเตือน ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจในระบบของธนาคาร เพราะมีการตัดยอดหลายครั้งจนวงเงินสูงถึง 10,000 บาทต่อวัน

โดยผู้เป็นแม่ยังบอกอีกว่า…

ลูกชายพักอาศัยอยู่กับปู่ย่าใน จ.อุบลราชธานี ส่วนตนเองเข้ามาทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ ซึ่งปกติในช่วงเปิดเทอมลูกชายจะไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นเกม แต่ในช่วงปิดเทอมลูกมาขออนุญาต ตนจึงนำโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วให้ลูกใช้เล่นเกม โดยเป็นโทรศัพท์ในระบบเติมเงิน ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาเพราะจะเติมเงินให้ครั้งละ 20 – 50 บาท

อย่างไรก็ดีเจ้าเกม ROV นี้ ถือเป็นเกมแนว MOBA ชื่อดังได้รับความนิยมสูง ทั้งนี้ผู้เป็นแม่ยังคาดว่าลูกชายอาจจะใช้อีเมลของตนที่เป็นข้อมูลค้างอยู่ในเครื่องเก่านำไปกรอกสมัครเล่นเกม เพราะเกมดังกล่าวมีเงื่อนไขให้ผู้เล่นต้องมีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไป

แต่ตนก็ยังไม่ทราบชัดว่าข้อมูลบัตรเอทีเอ็มที่ลูกนำไปใช้ซื้อไอเท็มต่างๆ ถูกนำไปเชื่อมโยงกับเกมดังกล่าวได้อย่างไร ขณะนี้กำลังปรึกษาเพื่อนและหน่วยงานต่างๆ ว่าจะมีทางเรียกร้องเงินกลับคืนมาได้บ้างหรือไม่ หากเรียกคืนไม่ได้ก็ต้องการให้กรณีของตนเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ปกครองอื่นๆ

⇒ Must read : กรมสุขภาพจิต เผย! เด็กไทยติด เกมแนว “MOBA” เสี่ยงป่วยทางจิตเวชร่วมด้วย
⇒ Must read : หยุดก่อนสาย! ลูกติดเกม ส่งผลเสียกับเซลล์สมอง

ทั้งนี้ในการใช้รหัสบัตรเอทีเอ็ม เพื่อซื้อไอเท็มต่างๆ ในเกมสามารถทำได้อย่างง่ายๆ ซึ่งมีสมาชิกลูกเพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้เม้นท์อธิบายไว้ดังนี้

ลูกติดเกม

ซึ่งเป็นวิธีการชำระเงินผ่านบัตร atm ที่เป็น Visa ทำง่ายๆ เพียงใช้เลขที่สามารถดูบนบัตร ใส่ได้เลย แค่ไปเพิ่มวิธีชำระผ่าน google play store (สำหรับมือถือแอนดรอย) พอเพิ่มได้แล้ว กดเข้าเกมส์ กด ซื้อคูปอง เลือกชำระผ่าน visa ที่เพิ่มไป ก็ซื้อได้เลย

นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตได้แนะนำว่า หากเป็นการซื้อของในเกมที่ผู้ปกครองไม่ยิมยอม สามารถเข้าไปร้องเรียนทางเว็บไซต์ Google play จากนั้นให้เข้าบัญชีที่สมัครเข้าเล่นเกม จากนั้นเข้าไปที่ประวัติการสั่งซื้อ เพื่อตรวจดูว่ามีการหักเงิน ซึ่งตรงจุดนี้สามารถกดรายงานปัญหาเพื่อขอเงินคืน โดยจะมีตัวเลือกต่างๆ อาทิ การซื้อนี้ดำเนินการโดยเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น

ลูกติดเกม

บทสรุปของเรื่องนี้…

อย่างไรก็ตาม จากเรื่องนี้ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรณีนี้อยู่นอกเหนือการให้ความช่วยเหลือของกระทรวงยุติธรรม เพราะแม่เป็นผู้อนุญาตให้เด็กใช้โทรศัพท์ และยอมให้หักเงินจากบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิต เพราะลำพังเด็กไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของแม่ได้หากไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้เกมออนไลน์ต่างๆ ยังกำหนดเงื่อนไขในการสมัครเข้าใช้งานว่า ผู้เล่นต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป กรณีที่เกิดขึ้นขอให้เงิน 20,000 บาท ที่เสียไปจะถูกนำไปใช้เป็นบทเรียนในการสอนลูก ว่าการเล่นเกมของลูกทำให้แม่ต้องเสียเงินเก็บไปถึง 20,000 บาท รวมถึงเป็นบทเรียนในการสอดส่องดูแลลูกไม่ให้มีภาวะเป็นเด็กติดเกมด้วย

อ่านต่อ >> “วิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาเมื่อลูกติดเกม” คลิกหน้า 3


ขอบคุณข้อมูลจาก : news.sanook.com

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up