ข้อคิด เลี้ยงลูก แม่

ฉันโชคดีที่ได้เป็นแม่

ข้อคิด เลี้ยงลูก แม่
ข้อคิด เลี้ยงลูก แม่

ฉันเป็นแม่ของลูกชายวัย 5 ขวบ…

ฉันไม่รู้ว่าควรต้องนิยามคำว่า ‘แม่’ ว่าอะไร ไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าที่แม่ได้สมบูรณ์แบบไหม ไม่รู้ว่ามันมากหรือน้อยเกินไปตรงจุดไหนหรือเปล่า ฉันไม่แน่ใจว่าฉันควรจะบอกว่าการเป็นแม่คือหน้าที่…คือภาระ…คืออาชีพ…หรือคือความรัก

ที่ฉันไม่รู้…เพราะตอนนี้ฉันไม่มีเวลาหยุดคิด! เนื่องจากตอนนี้ฉันต้องสวมบทบาทเป็นไดโนเสาร์พันธ์ุทีเร็กซ์ ที่กำลังวิ่งไล่จับกับไดโนเสาร์พันธุ์ไทรเซอร์ราทอปตามที่ลูกชายต้องการ! ซึ่งรอบกายของฉันตอนนี้มีแต่เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังอยู่ตลอดเวลา จนฉันแทบไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นใด!

ฉันรู้แต่เพียงว่าฉันโชคดีที่มีโอกาสได้เป็นแม่ และนี่คือความโชคดีของฉัน…

  • ลูกทำให้ฉันฝึกกายกรรมระหว่างเข้าห้องน้ำจนเก่ง ฉันสามารถปฏิบัติภารกิจในห้องน้ำได้ด้วยมือข้างเดียว ทั้งดึงทิชชู กดชักโครก ถอด-ใส่กางเกง ฉันทำได้หมด เพราะมืออีกข้างต้องกระเตงลูกเข้าห้องน้ำไปด้วย
  • ลูกสอนให้ฉันมีวิชานินจาติดตัว เช่น วิชามือเบาเวลาเอาลูกออกจากเต้าแล้ววางลงบนเตียง วิชาย่องเบาเวลาจะเดินไปมาตรงส่วนไหนของบ้านขณะที่ลูกหลับ
  • ลูกทำให้ฉันหัดกินข้าวด้วยมืออีกข้างที่ไม่ถนัดได้ เมื่อลูกหิวนมตอนที่ฉันหิวข้าว และลูกต้องการดูดนมจากเต้าข้างที่ฉันถนัด ซึ่่งฉันเพิ่งค้นพบศักยภาพนี้ตอนมีลูก
  • ลูกทำให้ฉันสนิทกับเพื่อนใหม่ที่ชื่อ Google และ Youtube จนตอนนี้เค้ากลายเป็นเพื่อนสนิทที่ฉันต้องคอยพึ่งพาอาศัยอยู่ตลอด
  • ลูกทำให้ฉันไม่เคยเปิดทีวีดูละครก่อนนอนเหมือนที่เคยทำ และทำให้ฉันรู้ว่า การดูละครย้อนหลังก็ฟินไม่แพ้กัน แถมยังประหยัดเวลา เพราะไม่ต้องมีโฆษณามาคั่น
  • ลูกทำให้ฉันรู้ว่า ตอนนี้ฉันท่อง ก-ฮ แบบเรียงลำดับไม่ได้เสียแล้ว และให้โอกาสฉันได้กลับไปหัดท่องอีกครั้้งแบบไม่ต้องรู้สึกเคอะเขิน
  • ลูกทำให้ฉันมีความรู้รอบตัวหลายเรื่องเพิ่มขึ้น จากที่ไม่เคยสนใจเรื่องเหล่านี้เลยมาตลอดชีวิต เป็นต้นว่า ไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ สัตว์น้ำพันธุ์ต่างๆ ระบบสุริยจักรวาล ยี่ห้อรถยนต์ ฯลฯ ซึ่ง ณ ตอนนี้ ฉันพบว่าตัวเองมีความรู้แบบระเอียดยิบในระดับแฟนพันธ์ุแท้ด้วยซ้ำในบางเรื่อง
  • ลูกทำให้ฉันรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ชื่อว่า ‘พิพิธภัณฑ์’ กับ ‘สวนสัตว์’ สถานที่ที่ฉันมักจะมองผ่าน ไม่เคยคิดอยากจะแวะ แต่ตอนนี้ฉันกลับชอบไปบ่อยๆ และสามารถไปแล้วไปอีกได้อย่างไม่มีเบื่อ แทนการไปห้างสรรพสินค้า
  • ลูกทำให้ฉันได้หัดตื่นเช้า ทันสูดอากาศบริสุทธิ์ก่อนแดดออก ซึ่งมันสดชื่นเกินบรรยาย ลูกยังทำให้ฉันรู้จักออกมาเดินเล่นในสนามและขี่จักรยานเล่นในหมู่บ้านตอนเย็นอีกด้วย ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนตอนที่ฉันมักจะนอนดูทีวีในเวลาที่ว่าง
  • ลูกทำให้ผู้หญิงตัวบางๆ ที่ไม่เคยเล่นฟิตเนสอย่างฉัน มีกล้ามแขนได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะฉันต้องอุ้ม…อุ้ม…และอุ้มลูกในทุกๆ วัน
  • ลูกทำให้การใช้เครื่องสำอางค์ของฉันง่ายขึ้น จากเมื่อก่อนที่ต้องมีทั้ง เดย์ครีม ไนท์ครีม ใต้ตา กันแดด เซรั่ม สครัป สารพัดสารพัน แต่ปัจจุบันนี้ทุกอย่างรวมร่างเหลือเพียงคู่หูดูโอ้  คือครีมทาหน้าและครีมกันแดด ซึ่งฉันไม่เคยรู้เลยว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้มันง่ายได้ขนาดนี้
  • ลูกทำให้ฉันเปลี่ยนจากการใส่รองเท้าส้นสูง มาใส่รองเท้าส้นเตี้ยถึงไม่มีส้น ฉันจึงได้รู้ว่าที่จริงฉันเดินได้เร็วกว่าที่ตัวเองคิด และมันสบายเท้ามากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
  • ลูกทำให้ฉันรับรู้อีกมุมมองหนึ่งว่า เวลาฉันใส่ชุดนอนและหน้าสด ฉันสวยกว่าตอนที่ใส่ยูนิฟอร์มชุดทำงานและแต่งหน้า (ข้อนี้ลูกชายฉันบอก ฉันถามย้ำแล้ว ลูกบอกว่าจริง เพราะฉะนั้น…ฉันเชื่อลูก!)
  • ลูกทำให้ฉันรู้จักหยุดคิดเพื่อพิจารณาตัวเองในแต่ละวัน ว่าวันนี้ฉันทำอะไรลงไปบ้าง ดีหรือไม่ดีตรงไหน และต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อให้ดีขึ้น
  • ลูกทำให้ฉันรู้จักตัวการ์ตูนมากมายที่ฉันไม่เคยคิดว่ามันสำคัญต่อชีวิตฉัน อย่างเช่น แมคควีน ฮัค ไอรอนแมน บัมบั้ลบี ฯลฯ แต่ตอนนี้ฉันรู้เลยว่าตัวการ์ตูนเหล่านั้นสำคัญกับฉันมากแค่ไหน เมื่อฉันคุยกับลูกแล้วเห็นประกายวิบวับในแววตาลูก ว่าแม่ก็รู้จักฮีโร่ของเขาเหมือนกัน
  • ลูกทำให้ฉันรู้ว่า คุกกี้ที่อร่อยที่สุดในโลก คือคุกกี้ที่ลูกแบ่งให้ชิม
  • ลูกทำให้ฉันค้นพบว่า ที่จริงฉันก็พอสอนหนังสือเด็กได้ ทั้งที่ฉันรู้สึกมาตลอดว่าการเป็นครูนั้นเป็นเรื่องยาก และฉันคงไม่มีความสามารถในจุดนั้น แต่ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันทำได้ในระดับที่น่าพอใจเลยทีเดียว
  • ลูกทำให้ฉันรู้ว่า ฉันมีเวทมนตร์วิเศษ เพราะเพียงแค่ฉันเป่าสัก 2-3 ทีบริเวณแผลหกล้มตรงหัวเข่า ลูกก็หายเจ็บได้ในบัดดล
  • ลูกทำให้ฉันยิ้ม…ยิ้ม…ยิ้ม…และยิ้ม…และยิ้มอีก…และยิ้มได้ทุกครั้ง ที่ฉันมองหน้าลูก

ฉันอาจไม่ใช่ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในทุกๆ เรื่องของชีวิต เพราะไม่มีใครโชคดีกับทุกเรื่อง

แต่ฉันมั่นใจเหลือเกินว่า…ฉันโชคดีที่มีโอกาสได้เป็นแม่ ^^

 

เครดิตเรื่องจาก : คุณแม่นางฟ้า (แอดมินเพจ)

ภาพจาก : shutter stock

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up