[แม่อุ้ม-น้องเมตตา 04] สมาคมนมแม่

La Leche League International & Kelly Mom

สมาคมนมแม่

 

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง แม่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล…

 

ขึ้นต้นมาอย่างนี้ หลาย ๆ คนก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือท่อนแรกของเพลง ค่าน้ำนม และเรื่องที่เราจะพูดถึงกันในครั้งนี้ก็คงจะไม่พ้นเรื่องน้ำนมอันมีค่า ทั้งต่อร่างกายและจิตใจของคุณแม่และลูกน้อย

 

เมื่อผู้เขียนรู้ตัวว่ากำลังจะมีลูก ความตั้งใจแรก ๆ นอกเหนือจากการคลอดธรรมชาติก็คือ จะให้นมลูกอย่างน้อย 1 ปี คุณสามีเห็นดีเห็นงามด้วย และเล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนเคยพูดถึงองค์กรอิสระที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการให้นม ชื่อว่า La Leche League Inter-national (ลา เลเช่ เป็นภาษาสเปน แปลว่า นม) ผู้เขียนลองหาข้อมูลดู ก็พบว่าที่พอร์ตแลนด์มีกลุ่ม LLLI ที่จะไปเข้าร่วมได้อยู่หลายแห่งทีเดียว พอท้องได้ประมาณ 19 สัปดาห์ ผู้เขียนเลยแวะไปกลุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านซึ่งพบกันทุก ๆ วันอังคารที่ 3 ของทุกเดือน

 

บรรยากาศของ LLLI Meeting นั้นสบาย ๆ เป็นกันเองมากและไม่ทำให้คนมาใหม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด ในกลุ่มจะมีลีดเดอร์ซึ่งเป็นอาสาสมัคร (ทั้งหมดเป็นคุณแม่ที่ผ่านการอบรม) คอยทำหน้าที่ดำเนินการประชุม ตอบคำถาม และเปิดโอกาสให้ผู้มาเข้ากลุ่มได้แนะนำตัวและเล่าถึงสถานการณ์หรือปัญหา (เกี่ยวกับการให้นม) ที่ตัวเองกำลังประสบอยู่ ทีแรกผู้เขียนไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีลูกก็ไม่แน่ใจว่าประหลาดหรือเปล่า แต่ทุกคนกลับบอกว่าตัดสินใจถูกแล้ว เพราะการได้เตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจ รวมทั้งได้มีประสบการณ์ตรงเห็นแม่ ๆ คนอื่น ๆ ให้นมลูกกันเปิดเผยต่อหน้าต่อตาเรา ย่อมจะดีกว่ารอให้มีลูกแล้วมีปัญหาก่อนถึงจะมาเข้ากลุ่ม ผู้เขียนก็เห็นว่าจริงมาก ๆ ทีเดียว เพราะต้องยอมรับว่าเราไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย รอบ ๆ ตัวก็ไม่มีเพื่อนหรือญาติ ๆ ที่ให้นมลูก จะถามแม่ตัวเอง แม่ก็ให้นมแค่ 3 เดือนแล้วไปเรียนต่อต่างประเทศ ผู้เขียนเองก็โตมากับนมขวด อ่านหนังสือหรือไปเข้าคลาส breastfeeding ก็มีแต่ตุ๊กตาให้ลอง ดังนั้นการได้พบกับ LLLI จึงเหมือนฝันที่เป็นจริงของว่าที่คุณแม่อย่างผู้เขียนก็ว่าได้

 

ปรัชญาของ LLLI นั้นเน้นเรื่องการเลี้ยงลูกอย่างเป็นธรรมชาติและสนับสนุนการให้นมแม่ให้นานที่สุด คืออย่างน้อย 2 ปี (ซึ่งเป็นมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก) ผู้เขียนไปเข้ากลุ่มเป็นประจำแทบทุกเดือน จนตอนนี้ลูกสาวอายุขวบกว่า จึงต้องเริ่มย้ายไปอีกกลุ่มที่ชื่อ Toddler LLLI ซึ่งเป็นกลุ่มสำหรับคุณแม่ที่ลูกโตกว่า 1 ขวบและยังไม่หย่านม หรือคุณแม่ที่มีลูกมากกว่า 1 คน เพราะปัญหาที่พบในการให้นมก็จะแตกต่างไปจากตอนลูกยังเล็ก ๆ ผู้เขียนได้เห็นเด็ก ๆ อายุ 3 – 4 ขวบเล่น ๆ อยู่ยังวิ่งกลับมาดูดนมแม่จุ๊บ ๆ เป็นภาพที่แปลกตา แต่ก็น่าดีใจที่ได้เห็นตอนนี้ เพราะถ้าลูกสาวผู้เขียนโตแล้วยังวิ่งมาดูดนมแม่ ผู้เขียนจะได้รู้ว่าเป็นเรื่องปกติที่คนอื่นก็ทำเหมือนกัน

 

น่าสนใจที่องค์กรซึ่งมีเครือข่ายทั่วโลกอย่าง LLLI จะเริ่มต้นด้วยคุณแม่เพียงแค่ 7 คนเท่านั้น เรื่องมีอยู่ว่า ในราวปี 1956 อัตราการให้นมของแม่ในอเมริกาลดลงเหลือเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมส่งเสริมการให้นมผงและให้ทารกดื่มจากขวด ใครที่ต้องการให้นมแม่ดูจะเป็นเรื่องประหลาดและไม่ได้รับการสนับสนุนเอาเสียเลย ต้องขอบคุณแมรี ไวท์ กับเพื่อน ๆที่เห็นความสำคัญของนมแม่ และเริ่มตั้งกลุ่มเพื่อเผยแพร่ความรู้และสนับสนุนแม่ ๆ ที่ต้องการจะให้นมลูกเช่นเดียวกัน เวลาผ่านไปเกือบ 60 ปี ตอนนี้ LLLI ถือว่าเป็นองค์กรสนับสนุนนมแม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ และช่วยให้แม่และลูกทั่วโลกจำนวนนับไม่ถ้วนได้กลับมาสานสายใยรักผ่านความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของการให้นมจากอกแม่ และหนังสือ The Womanly Art of Breastfeeding ที่เขียนและปรับปรุงโดยสมาชิกของกลุ่มนั้นก็เป็นคู่มือเกี่ยวกับการให้นมที่สมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่งเลยทีเดียว ผู้เขียนเองก็ได้ทั้งการไปเข้ากลุ่มและหนังสือเล่มนี้ช่วยชีวิตไว้ ทำให้แทบจะไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการให้นมเลยตั้งแต่ลูกเกิด หรือถึงจะมีปัญหาก็ได้รับคำตอบ (และคำปลอบ) ทุกครั้งจากการไปเข้ากลุ่มหรือเปิดหาข้อมูลจากหนังสือเล่มนี้

 

พูดถึงการตอบปัญหา อีกแหล่งข้อมูลหนึ่งเกี่ยวกับนมแม่ (และการเลี้ยงลูก) ที่ผู้เขียนอยากจะพูดถึงก็คือเว็บไซต์ Kelly Momที่เริ่มต้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน โดย Kelly Bonyata คุณแม่และที่ปรึกษาเกี่ยวกับการให้นม (Lactation Consultant) ชาวรัสเซียผู้เขียนได้ยินชื่อ Kelly Mom จากเพื่อน ๆ ที่เป็นแม่ด้วยกัน เพราะเวลาใครมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นนมคัด ลูกกัดเพราะฟันจะขึ้น ลูกตื่นบ่อย ติดแม่หนึบจนไม่เป็นอันทำอะไร เรื่อยไปจนถึงเรื่องหย่านม ให้นมระหว่างท้องลูกคนที่สอง ฯลฯ ก็มักจะมีคนพูดขึ้นมาว่า “ลองหาดูใน Kelly Mom หรือยัง” พอผู้เขียนลองเปิดดูก็พบว่ามีคำตอบเกี่ยวกับทุกปัญหาจริง ๆ! และเป็นคำตอบจากประสบการณ์ตรงของคุณแม่จากทั่วโลกด้วย เคลลีเองเน้นเรื่องการเลี้ยงลูกวิถีธรรมชาติ ดังนั้นบทความต่าง ๆ หรือข้อมูลของคนที่เข้ามาโพสต์ข้อความจึงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นแหล่งข้อมูลอีกหนึ่งแห่งที่ผู้เขียนมักจะเข้าไปค้นหาคำตอบ และมักจะได้ความรู้มากมายกลับออกมาทุกครั้ง

 

เมืองไทยเองก็มีมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยที่คอยให้ความรู้และการสนับสนุนเรื่องการให้นมแม่อย่างจริงจัง นับเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่คุณแม่ทั่วโลกกลับมาให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะนอกจากจะเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยแล้ว ยังปลอดภัย ทำให้ลูกแข็งแรงและมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคมากกว่า ไม่ต้องซื้อหา พร้อมดื่มเสมอ และที่สำคัญคือ ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นยั่งยืนระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยด้วย

 

ผู้เขียนก้มลงมองลูกสาวที่ดูดนมหลับไปคาอกแม่ รู้สึกถึงความรักที่เต็มตื้นขึ้นมาในหัวใจ “…เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน…” ช่างเป็นประโยคที่จริงแท้เสียนี่กระไร

 

ขอบคุณข้อมูล www.llli.org, www.kellymom.com, www.thaibreastfeeding.org

 

บทความโดย: สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท อดีตนางเอกและพิธีกร ปัจจุบันเป็นเจ้าของบริษัทบ้านอุ้ม สำนักพิมพ์โอโอเอ็ม และเลี้ยงหนูน้อยเมตตาอยู่ที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรก้อน สหรัฐอเมริกา

ภาพ: shutterstock

keyboard_arrow_up