รีวิว หน้ากากกันฝุ่น PM2.5 เลือกใส่แบบไหน ปลอดภัยทั้งแม่และลูกน้อย

หน้ากากกันฝุ่น กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่คนเมืองต้องการมากที่สุดอย่างหนึ่ง หลังจากเกิดภาวะอากาศเป็นพิษจากการสะสมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5  เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพกับคนทุกเพศทุกวัน จึงต่างพากันเลือกซื้อมาใส่ป้องกันไว้ยามต้องใช้ชีวิตนอกบ้าน หน้ากากกันฝุ่นแบบไหนที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้จริงและช่วยให้ตัวคุณแม่กับลูกน้อยปลอดภัย

ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids  ได้รวบรวม หน้ากากกันฝุ่นยี่ห้อต่างๆที่มีขายตามร้านสะดวกซื้อและออนไลน์มาเปรียบเทียบให้ดูกันว่าแบบไหนที่คุณแม่ควรเลือกใช้กับตัวเองและลูกน้อย ทั้งนี้ ยังมีหน้ากากกันฝุ่นที่เลือกมาเป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น ขอให้คุณแม่เลือกจากประสิทธิภาพและชนาดที่เหมาะสมเป็นสำคัญ

 หน้ากากกันฝุ่น แบบไหน ใส่แล้วปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5ทั้งแม่และลูกน้อย

หน้ากากกันฝุ่น

ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ทำไมถึงร้ายนัก

PM 2.5 เป็นชื่อย่อของคำว่า Particulate Matters ที่ใช้เรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จัดทำโดยUS. EPA (United state Environmental Protection Agency) ประเทศสหรัฐอเมริกา มี 2 ชนิด คือ PM10 หรือฝุ่นหยาบ ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 – 10 ไมครอน และ PM2.5 หรือเรียกว่าฝุ่นละเอียด มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน

หากเปรียบเทียบกับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม 1 เส้น ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กกว่าถึง 25 เท่า ฉะนั้นเมื่อหายใจฝุ่นละอองจึงเข้าสู่ร่างกายได้ทันที เพราะขนจมูกจึงไม่สามารถดักจับได้ ด้วยขนาดเล็กจิ๋วเพียง 2.5 ไมครอน เลยเคลื่อนผ่านหลอดเลือดเข้าสู่อวัยวะต่างๆของร่างกายอย่างรวดเร็ว และเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงหลายชนิด จึงจำเป็นต้องใส่ หน้ากากป้องกันฝุ่น

ทำไมฝุ่น PM 2.5 จึงอันตรายในช่วงนี้

จากการทำโครงการศึกษาแหล่งกำเนิดและแนวทางการ จัดการฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ของกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ในช่วงหลายปีมานี้ระดับฝุ่น PM2.5 ตลอด 24 ชั่วโมงสูงเกินค่ามาตรฐานตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม มาจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ

  1. ลมมรสุม ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เกิดในช่วงกลางเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ของทุกปี ที่ทำให้ฝนตกน้อยลง แห้งแล้ง ความกดอากาศสูง และท้องฟ้าปิด ส่งผลให้ฝุ่นละองสะสมมากกว่าปกติ
  2. อาคารสูงใหญ่ และเมืองหนาแน่น กีดขวางไม่ให้ลมพัดเอาพิษกระจายออกไปได้ มลพิษทั้งหมดจึงกระจุกตัวจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใต้ลม

ต้นตอหลักๆ ของฝุ่นPM2.5 คือ ควันเสียจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์เป็นหลัก การเผาขยะหรืออื่นๆในที่โล่ง และฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในเมืองใหญ่ จริงๆแล้วยังมีสารพิษชนิดอื่นที่ปะปนอยู่อีกหลายประเภท แต่ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กจึงป้องกันได้ยากกว่า การใส่หน้ากากกันฝุ่นธรรมดาจึงไม่ได้ผล

อ่านต่อ ฝุ่น PM2.5อันตรายกับลูกในครรภ์หรือไม่ หน้า2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

keyboard_arrow_up