5 สิ่ง พ่อแม่ต้องเตรียมให้ลูก กายพร้อมใจพร้อม เปิดเทอมนี้ไม่มีพลาด

เชื่อว่าทุกบ้านต้องพบเจอสถานการณ์เหล่านี้ในเช้าวันเปิดเทอมและความวุ่นวายในช่วงอาทิตย์แรกเป็นเรื่องปกติและมีอยู่จริง! เสียงร้องไห้ ตื่นเร็วๆเข้าลูก ทานข้าวได้แล้ว และความเร่งรีบก่อนออกจากบ้าน แต่ทุกปัญหาเราลองซ้อมก่อนได้ ด้วยการเรอ่มปรับเวลาปรับตัวปรับใจลูก ตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม ลองวางแผนก่อนเปิดเทอมล่วงหน้า1 -2 อาทิตย์แล้วลองสร้างและเตรียมใจลูกด้วยกิจกรรมเหล่านี้ที่สามารถฝึกฝนและสนุกไปพร้อมกับลูกได้

เตรียมร่างกายให้พร้อ

เมื่อเด็กๆร่างกายดีก็พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ เด็กที่ไม่ป่วย น้ำมูกยืด แข็งแรง นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และมีความมั่นใจไม่กังวลกับสิ่งที่จะต้องพบเจอ ก็จะมีคสวามสุขและสนุกกับการเรียนรู้ใหม่

1.สร้างความมั่นใจ

พลังของพ่อแม่ส่งต่อถึงลูก เด็กๆจะมั่นใจได้เมื่อพ่อแม่และคนใครอบครัวสร้างพลังบวกและการเรียนรู้ ทัศนคติของพ่อแม่กับการเปิดเทอมจึงสำคัญ หากพ่อแม่แสดงออกว่าการเปิดเทอมเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นและท้าทาย มาพร้อมกับความสนุก ลูกจะตื่นเต้นไปกับเรา และอย่าเพิ่งเผลอหลุดบ่นถึงความเหนื่อยหรือความวุ่นวาย เพราะลูกจะซึมซับทัศนคติเชิงลบไปด้วย ส่งพลังบวกเข้าไว้ จะทำให้เด็กๆมีกำลังใจในการไปโรงเรียนมากขึ้น

2.ปรับวงจรการนอน (Sleep Routine)

เชื่อว่าหลายๆบ้าน ปล่อยจอย หย่อนวินัยไปบ้างตอนลูกปิดเทอม ถึงเวลากลับเข้าสู่ตารางเวลาการตื่นใหม่ ค่อยๆ ปรับเวลาตื่นและเวลานอนให้อย่างเป็นเวลา เริ่มปรับได้ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์ก่อนโรงเรียนเปิดจริง เพื่อลดอาการงอแงตอนเช้า

3.การดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน (Self-Help Skills)

ในเด็กวัยประถมพ่อแม่สามารถสร้างความมั่นใจให้พวกเขาได้ ด้วยการเตรียมความพร้อม สร้างความคล่องตัวในการช่วยเหลือตนเอง เริ่มตั้งแต่การเดินเข้าห้องเอง ฝึกฝนการเข้าห้องน้ำ การใส่ถุงเท้า-รองเท้า หรือการเก็บของใช้ส่วนตัว ซึ่งเมื่อเด็กๆสามารถทำได้เอง ก็ช่วยเรื่องความมั่นใจเมื่อต้องอยู่ลำพัง ซึ่งทักษะนี้จะติดตัวเด็กๆไปจนโต เป็น Soft Skill จำเป็นที่จะให้เข้าดูแลตัวเองได้ในวันข้างหน้า

เตรียมจิตใจให้พร้อม

จิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อร่างกายดีก็ส่งผลกับจิตใจและอารมณ์ เมื่อจิตใจไม่ว้าวุ่น สมองส่วนหน้า (Executive Functions) ก็จะทำงานได้เต็มที่ และสามารถจัดลำดับความสำคัญได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ต้อฝผ่านการฝึกฝนก่อนทั้งการเตรียมชุดนักเรียน การจัดเตรียมตารางเรียน หรือการจัดการเรื่องรับ-ส่ง จะทำได้อย่างเป็นระบบ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดที่นำไปสู่ความเครียดภายหลังได้

4.สร้างทัศนคติเชิงบวกต่อโรงเรียน

ชวนเด็กๆคุยถึงโรงเรียนเพื่อเตรียมความพร้อม สิ่งที่พวกเขาจะต้องเจอเมื่อไปโรงเรียนวันแรก เพื่อนใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ หรือพ่อกับแม่อาจชวนกันพูดคุยเรื่องเพื่อน เรื่องสนุกๆ ที่จะได้เจอ หากเป็นไปได้ในเด็กที่ย้ายโรงเรียนหรือเพิ่งเข้าอนุบาลหรือประถม การไปเดินดูโรงเรียนก่อนวันเปิดจริง เพื่อลดความประหม่าจากการพลัดพรากจากพ่อแม่และสร้างความคุ้นชินไว้ให้พวกเขาได้ปรับใจ

5. ฝึกทักษะสมอง สร้างวินัยการจัดการ

เพราะการบริหารจัดการทักษะสมองและกิจวัตรประจำวันลูกก่อนไปโรงเรียน (Executive Function & Routine Training) เป็นสิ่งจำเป็น ลองฝึกความรับผิดชอบตั้งแต่อยู่ที่บ้าน แนะนำให้พ่อแม่ทำตารางเวลาแบบรูปภาพ ชวนกันวาดภาพตารางเวลา เด็กๆจะรู้สึกสนุกและท้าทายที่ทำตามได้สำเร็จ เช่น ตื่นนอน  อาบน้ำ  แต่งตัว รับประทานอาหาร  แปะไว้ในที่ที่เห็นชัด เพื่อให้เด็กฝึกกำกับตัวเองโดยไม่ต้องรอคำสั่ง รวมถึงวางแผนให้พร้อม เวลารับ-ส่ง และกิจวัตรหลังเลิกเรียน พูดคุยและตกลงถึงจุดรับส่งที่ชัดเจน ว่าพวกเขาต้องอยู่ตรงไหนและเวลาไหนที่พ่อแม่จะมารับ ช่วยให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจว่าพ่อแม่จะมารับตรงเวลาแน่นอน

นอกจากนี้ หากพ่อแม่ชวนเด็กๆทำ Checklist ของใช้ที่ “ใช่” ไว้ก่อน ก็จะช่วยได้อีกทางเพราะอุปกรณ์พร้อม ของที่จำเป็นในแต่ละวันเน้นอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และสุขภาพ เช่น รองเท้าที่รับน้ำหนักได้ดี หรือหน้ากากอนามัยหรือเจลล้างมือ รวมถึงทริคเล็กๆชวนกันไปซื้อของใช้ ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกซื้อของใช้เอง และฝึกจัดกระเป๋านักเรียนตามตารางสอนตั้งแต่วันแรก เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้อยากออกไปเรียนรู้ และมีส่วนร่วมกันทั้งครอบครัวค่ะ

เรื่อง : อัจฉรา จีนคร้าม

Tags