พิพิธภัณฑ์สุขสะสม

เปิดสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่ชื่อว่า “ความทรงจำ” ซึมซับเรื่องราวร้อยปีที่ยังมีลมหายใจ กับที่นี่..พิพิธภัณฑ์สุขสะสม

จะดีแค่ไหน… ถ้าเราได้ลองจูงมือเจ้าตัวเล็กก้าวเท้าผ่านประตูแห่งกาลเวลา ไปสัมผัสโลกใบเดิมสมัยที่พ่อแม่หรือคุณตาคุณยายยังเด็ก ในจังหวะที่หมุนช้าลง เพื่อให้เขาได้เห็นว่า ‘ความสุข’ ในวันวานนั้นงดงามและเรียบง่ายเพียงใด ท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วนี้

มีสถานที่แห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่อย่างสงบย่านพุทธมณฑลสาย 2 ที่นี่ไม่ได้เพียงแค่เก็บข้าวของเครื่องใช้ แต่คือการเก็บรักษา “คุณค่าของกาลเวลา” เอาไว้ได้อย่างงดงาม สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์สุขสะสม” ค่ะ จุดเริ่มต้นของที่นี่เปรียบเสมือนบทบันทึกของความรัก เมื่อคุณกอล์ฟ – ธีรวัฒน์ เจริญทวีสิทธิ์ ตั้งใจเนรมิตพื้นที่แห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษแด่คุณพ่อ โดยรวบรวมของสะสมที่คุณพ่อรักและทะนุถนอมมานานกว่า 30 ปี สิ่งของแต่ละชิ้นที่มีอายุยาวนานตั้งแต่ 100 ถึง 200 ปี ถูกจัดวางอย่างปราณีต เพื่อบอกเล่าเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น เป็นความตั้งใจที่อยากให้ “คุณค่า” เหล่านี้ไม่เลือนหายไป

เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามา วินาทีแรกที่รู้สึกคือเหมือนโลกข้างนอกที่วุ่นวายหยุดหมุนไปเลยค่ะ ที่นี่บรรยากาศอบอุ่นมากไม่รู้สึกเหมือนพิพิธภัณฑ์เลย แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังพาลูกไปเที่ยวบ้านคุณปู่คุณย่า ที่ค่อย ๆ เปิดกรุของรักของห่วงออกมาเล่าให้ลูกหลานฟังด้วยรอยยิ้ม กลิ่นอายของความเก่านั้นมีเสน่ห์มากค่ะ กุ๊กได้มีโอกาสฟังคุณกอล์ฟ เล่าถึงความตั้งใจของแต่ละโซน ยิ่งฟังยิ่งอินเพราะข้าวของที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าไม่ได้ถูกจับกลุ่มตามประเภทของแค่นั้นนะคะ

คุณกอล์ฟตั้งใจจัดวางให้เหมือนกับการเดินทางของชีวิตคน ๆ หนึ่ง เริ่มตั้งแต่ช่วงวัยเด็กที่มีความสุขอยู่กับของเล่นและจินตนาการตัวน้อย ขยับมาสู่ช่วงทำงานที่ต้องออกไปสู่โลกกว้าง ด้วยความพากเพียรสร้างเนื้อสร้างตัวในย่านร้านค้าโชห่วย จนถึงวันที่สร้างตัวได้สำเร็จมีของล้ำค่าที่สะสมไว้เป็นรางวัลชีวิต การได้เดินดูของแต่ละโซนจึงเหมือนเราได้เดินย้อนดูบันทึกความสำเร็จของใครสักคน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้เห็นว่ากว่าจะมาถึงจุดที่ชีวิตเรามั่นคงได้ ทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่น่าจดจำซ่อนอยู่เสมอ ในระหว่างที่แม่กำลังเคลิ้มกับบรรยากาศวันวาน สิ่งที่น่ารักที่สุดคือการได้เห็นภาพความสนใจปนกับความสงสัยของลูก ๆ กับสิ่งใหม่ ๆ ที่เขาอาจจะเพิ่งเคยพบเจอ ตามไปดูกันค่ะ ว่าแต่ละโซนที่ว่านี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เปิดสมุดบันทึก 5 หน้ากระดาษแห่งเวลา เมื่อข้าวของบอกเล่าเรื่องราวของชีวิต

​เอาล่ะค่ะ ตามพวกเรามาดูทีละมุมกันเลยว่า 5 โซนที่ว่านี้ ทำไมถึงประทับใจสำหรับเรา เริ่มจากประตูสีชมพูบานแรก เหมือนประตูของโดเรมอน ที่พาเราย้อนไปอดีตและทำให้ลูก ๆ ของกุ๊กเกาะกระจกตาค้างกันเลยทีเดียว

โซนที่ 1: ชื่นชมวิวัฒนาการของเล่นย้อนยุค (จังหวะนี้.. แม่ขอย้อนวัยด้วยคน)

ตู้กระจกเรียงรายเต็มไปด้วยของเล่นในยุคต่าง ๆ
ประตูสีชมพูพาย้อนอดีต
ลูกชายตะลึงกับรถแบทแมนคันโต

โซนนี้คือ “หัวใจของวัยเด็ก” ค่ะ ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในบริเวณนี้บอกเลยว่าทั้งแม่และลูกตาโตตื่นเต้นไปตาม ๆ กัน เพราะตู้กระจกยาวเหยียดตรงหน้าอัดแน่นไปด้วยของเล่นกว่า 3000 ชิ้น ที่สนุกคือของเล่นที่นี่เค้าแบ่งเป็นยุคยุคให้เราเดินดูเหมือนได้ผจญภัยผ่านกาลเวลาเลยค่ะ ตั้งแต่ยุคโลหะ กระดาษ ไม้ ไปจนถึงของเล่นที่มีเทคโนโลยีเจ๋ง ๆ จนถึงปัจจุบัน เดินไปทางไหนก็เจอคนคุ้นหน้าค่ะ ทั้งลุงมาริโอ้( Mario) ที่กำลังกระโดดท่อรอพวกเราอยู่ หรือเหล่าอุลตร้าแมน ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่

เด็ก ๆ เพลินเพลินกับของเล่น
พิพิธภัณฑ์สุขสะสม
เหล่าของเล่นนานาชาติ
พิพิธภัณฑ์สุขสะสม
อ่านแล้วหันมากอดแม่กันเลย

ซึ่งประเทศญี่ปุ่นในช่วงหลังยุคสงครามโลกนั้น ต้องดิ้นรนหาเงินชดเชยจากสงคราม ญี่ปุ่นจึงเลือกทำของเล่นส่งออกเพราะของเล่นไม่มีภาษีและไม่มีกำแพงภาษา ไขลานก็สื่อสารกับเด็กทั่วโลกได้แล้ว จึงกลายเป็นสินค้าอันดับต้น ๆ ที่ใช้ในการหาเงินเข้าประเทศ เมื่ออเมริกาและเยอรมนีเริ่มทำเลียนแบบ ญี่ปุ่นจึงสร้างฮีโร่อย่างอุลตร้าแมนและไอ้มดแดง เพื่อสร้างลิขสิทธิ์และต่อยอดไปสู่การ์ตูนและขนมได้ มีของเล่นของเล่นของประเทศอังกฤษด้วยนะคะเมื่อ 200 ปีที่แล้ว ผลิตจากเศษอาวุธที่พังแล้วนำมาหลอมใหม่เพื่อสอนเด็ก ๆ เรื่องการจัดการกองทัพและการล่าอาณานิคม ระหว่างเดินดูเราแม่ลูกสนุกกันมาก ได้คุยกันตลอดทางว่าของเล่นชิ้นไหนที่แม่เคยมีตอนเด็ก ๆ บ้าง บอกเลยว่าโซนนี้โซนเดียวก็คุ้มแล้วค่ะได้เห็นทั้งวิวัฒนาการของของเล่นและได้เห็นรอยยิ้มของลูกที่ตื่นเต้นกับเพื่อนใหม่ที่คุ้นเคยเหล่านี้จริง ๆ

โซนที่ 2: ปลุกความสุขกับของใช้ร่วมสมัย (วัยเริ่มเรียนรู้และสร้างตัว)

พอเดินพ้นจากของเล่นมา เราจะเจอกับบรรยากาศที่ขยับมาเป็นวัยผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อยค่ะ โซนนี้จะรวบรวมของใช้โบราณตั้งแต่ยุค ร.1 ถึง ร.6 มาจัดแสดงแบบจัดเต็มมาก เปิดมาด้วยธนาคารแห่งแรกของประเทศไทย โรงรับจำนำการ หรือมุมไปรษณีย์ ที่คลาสสิกสุด ๆ ให้ไลท์ที่ต้องสะกิดให้ลูกดูคือเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยรุ่นแรกของสยาม ลูกชายถึงงงและถามว่าเขาใช้กันอย่างไร อีกอย่างที่น่ารักมากคือออมสินยอดเงินพดด้วงทำให้เห็นว่าไม่ว่ายุคไหนการรู้จักเก็บออมคือรากฐานของชีวิต แอบชี้ให้ลูกดูวิทยุโบราณที่วางเรียงราย แล้วบอกเขาว่า ยุคสมัยก่อนถ้าจะฟังเพลงที ต้องรอจังหวะและดูแลเครื่องดี ๆ แบบนี้เลยนะ ไม่มี YouTube ไม่มี Spotify ที่อยากฟังเมื่อไหร่ก็เปิดได้ทันที ชอบโซนนี้เหมือนกันนะคะทำให้เด็ก ๆ เห็นว่าความสะดวกสบายในวันนี้ กว่าจะมีโทรศัพท์ กว่าจะมีคอมพิวเตอร์ คนยุค ก่อนต้องผ่านอะไรมาบ้าง เป็นการสอนเรื่องคุณค่าของสิ่งของ ได้ดีที่สุดโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลยค่ะแม่ ๆ

โซนที่ 3: สื่อสิ่งพิมพ์บรรยายเล่าเรื่อง (บันทึกประสบการณ์ที่ลูกสงสัย)

พิพิธภัณฑ์สุขสะสม
โพสต์ท่าเป็นโก๋หลังวัน
ใบค่าตัวทาส
เอกสารทางการเงินต่าง ๆ

พอเดินเข้ามาโซนที่ 3 นี้ เด็ก ๆ ได้เจอกับกำแพงที่เต็มไปด้วยนิตยสารเก่าภาพวาดหรือเอกสารราชการยุคโบราณกันจนสุดสายตาเลยค่ะในรูปจะเห็นเลยว่าเจ้าตัวเล็กของกุ๊กเดินดูแบบตั้งอกตั้งใจมาก จุดที่ทำให้เราต้องหยุดเดินและใช้เวลาอธิบายนานคือตอนที่ลูกหันมาถามด้วยสีน่าสงสัยว่าใบนี้คือใบอะไร ทำไมคนเราต้องมีค่าตัวด้วย เพราะเขากำลังยืนอ่านใบค่าตัวทาสค่ะ เลยได้โอกาสเล่าให้เขาฟังว่าในสมัยก่อนคนเราไม่ได้อิสระเหมือนตอนนี้ จนถึงสมัย ร.5 ที่ทรงเลิกทาส เล่าไปลูกก็มีสีหน้าประหลาดใจไปค่ะ เขาดูอึ้งและแปลกใจมากว่า มีเรื่องแบบนี้จริง ๆ ด้วยเหรอแม่ ยังมีสื่อสิ่งพิมพ์ที่น่าสนใจอีกมากในโซนนี้อย่างเช่น ลอตเตอรี่เสือป่างวดแรกของไทย และใบอนุญาตให้มีภรรยา บริเวณนี้เป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์ที่ดีมาก ๆ เพราะความสงสัยของลูก เกิดจากความอยากรู้เมื่อเห็นหลักฐานจริงตรงหน้า การที่เขาได้ตั้งคำถามกับเราท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ทั้งสนุกและได้ความรู้เลยค่ะ

โซนที่ 4: ไขสงสัยอาชีพเก่าคนโบราณ (ความพยายามของคนสู้ชีวิต)

โซนนี้แสดงถึง “ความขยัน” มีการจัดแสดงหาบเจ๊กหรือตู้ขายของโบราณ ที่คนสมัยก่อนต้องแบกของหนักมาก ๆ เดินวันละไม่ต่ำกว่า 20 กิโลเมตร ไปขายของตามบ้านตามที่ต่าง ๆ เพื่อเลี้ยงชีพ ซึ่งไฮไลท์คือ หาบโชห่วยโบราณแบบเดียวกับที่ในหลวง ร.8 และ ร.9 เคยทรงเลือกซื้อขนมและของเล่นเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ เราสามารถบอกลูกได้เลยว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากความพยายามเล็ก ๆ เขายงได้เห็นว่าหาบเจ๊กตู้คือจุดเริ่มต้นของร้านสะดวกซื้อ และรถเข็นกาแฟคือจุดเริ่มต้นของคาเฟ่ในปัจจุบัน

โซนที่ 5: เพลินวันวานตลาดเก่าเมื่อร้อยปี (วันวานที่กลายเป็นสนามเล่นของเจ้าตัวเล็ก)

ปิดท้ายด้วยโซนที่ลูก ๆ ของกุ๊กเลิฟที่สุด! เพราะเขาจำลองบรรยากาศตลาดโบราณมาได้สมจริงจนเด็ก ๆ รู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกบทบาทสมมติเลยค่ะ สองพี่น้องสนุกกันใหญ่ เล่นสวมบทเป็นคุณครูกับนักเรียนในห้องเรียนไม้เก่า ๆ แป๊บเดียววิ่งไปโพสต์ท่าเก๋ ๆ เป็นเจ้าของร้านทองซะแล้ว

​ที่ตลกและน่ารักมากคือตอนเขาไปเล่นเป็นเจ้าของร้านโชห่วยค่ะ กุ๊กเลยลองแกล้งเล่นด้วย แกล้งสั่งว่า “แม่ฝากซื้อของหน่อยจ้า” เด็ก ๆ ดูอินและสนุกกับการหยิบจับของจำลองในร้านมาก จนเดินออกมาลูกยังหันมาถามซ้ำ ๆ ว่า มี ตลาดไม้แบบนี้ยังมีของจริงหลงเหลืออยู่ไหม อยากไปเดินตลาดจริง ๆ แบบนี้บ้าง

เห็นไหมคะว่า… การพาลูกมาที่นี่ไม่ใช่แค่มาดูของเก่าเท่านั้น แต่คือการเปิดประตูให้เขาได้สงสัย ได้ตั้งคำถาม และได้ลองเป็น คนในยุคก่อนผ่านการเล่นสนุก ปิดเทอมนี้ถ้ายังไม่รู้จะพาเจ้าตัวเล็กไปไหน ลองมาสัมผัส ‘กาลเวลาที่สุขสะสม’ ดูนะคะ แล้วแม่ ๆ จะพบว่า ความสุขที่และสนุกง่าย ๆ … ซ่อนอยู่ในบทสนทนาระหว่างเรากับลูกนี่เองค่ะ”

สุดท้ายนี้ อยากบอกแม่ ๆ ว่า ‘พิพิธภัณฑ์สุขสะสม’ ไม่ใช่แค่ที่เก็บรักษาของเก่า แต่คือ ‘กล่องความทรงจำใบใหญ่’ ที่คุณกอล์ฟตั้งใจเก็บรักษาเพื่อส่งต่อความรักของคุณพ่อมาถึงพวกเราทุกคนค่ะ ในวันที่โลกหมุนไวและทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมด การได้จูงมือเจ้าตัวเล็กมาเดินเล่นในที่ที่เวลาหมุนช้าลง ได้เห็นแววตาสงสัยของลูกเวลาเจอของที่ไม่เคยเห็น หรือได้ยินเสียงหัวเราะตอนเขาจำลองตัวเองเป็นเจ้าของร้านโชห่วยโบราณ… มันคือช่วงเวลาที่หัวใจคนเป็นแม่อย่างเราพองโตที่สุดเลย และของสะสมเหล่านี้อาจประเมินค่าไม่ได้ด้วยตัวเลขราคา แต่มีคุณค่าจาก ‘กาลเวลา’ ที่บ่มเพาะความหมายมาอย่างยาวนาน ปิดเทอมนี้ลองหาจังหวะดี ๆ พาลูกและคนในครอบครัวมาสัมผัสที่นี่ดูนะคะ

​พิกัดความสุข

พิพิธภัณฑ์สุขสะสม
วันและเวลาเปิด – ปิด : เสาร์ – อาทิตย์
เวลา : 10.30 – 18.00 น.
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 100 บาท


เลี้ยงลูกให้ ฉลาด ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
Amarin Baby & Kids

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Space Inspirium อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ
SEA LIFE Bangkok Ocean World ผจญภัยโลกใต้ท้องทะเลเรืองแสงยามค่ำคืน