
ไปสำรวจโลกของไดโนเสาร์พันธุ์ไทยและเหล่าสัตว์ดึกดำบรรพ์ กับนิทรรศการ Thainosuar (ไทยโนซอร์)
ชวนเด็กๆมาย้อนเวลา เปิดโลกเสมือนจริงกับนิทรรศการที่ต่อยอดจินตนาการมาในแบบที่จับต้องได้ กับนิทรรศการ Thainosuar เรียกได้ว่าตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ทางเข้า ภายในนิทรรศการแบ่งออกเป็นยุคต่าง ๆ ทั้ง 3 ชั้นตามช่วงเวลา





เริ่มจากชั้น 1 ที่จัดแสดง “มหายุคพาลีโอโซอิก” (Paleozoic Era) ที่รวมสัตว์ดึกดำบรรพ์อายุเก่าแก่กว่าไดโนเสาร์ และ “ยุคไทรแอสซิก” (Triassic Period) เอาไว้ และเกิดช่วงเวลาสำคัญนั่นคือเป็นช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ซอโรพอดอย่าง อีสานโนซอรัส ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลกใบนี้


เมื่อเดินขึ้นไปชั้นที่ 2 เราต้องว้าวอีกครั้ง เพราะจัดแสดงยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของไดโนเสาร์คือ “ยุคจูแรสซิก” (Jurassic Period) และเต็มไปด้วยไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ และ “ชาละวัน ไทยแลนดิคัส” (Chalawan thailandicus) พญาจระเข้ขนาด 8 เมตร และ “ยุคครีเทเชียส” (Cretaceous Period) ซึ่งรวมไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียงของไทย ทั้งสยามโมไทรันนัส, ภูเวียงโกซอรัส, กินรีไมมัส รวมไปถึงสยามโมซอรัส เอาไว้อย่างตื่นตาตื่นใจ





ส่วนชั้น 3 จะจัดแสดงช่วงเวลาของยุค “CRETACEOUS CENOZOIC” ยุคสุดท้ายของไดโนเสาร์ไทย มีการจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์จริงและจำลอง ต้องไม่พลาดไปชมไฮไลท์หลักนั่นคือ โครงกระดูกภูเวียงโกซอรัสและสยามแรพเตอร์ รวมถึงไดโนเสาร์กินพืชต่างๆก่อนถึงยุคการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของไดโนเสาร์
ความน่าตื่นเต้นในทุกๆชั้น คือพื้นที่นิทรรศการกลายเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์แบบสมจริง เหมือนเราได้เดินทางย้อนเวลาไปสำรวจป่าเขตร้อนยุคครีเทเชียสของภาคอีสาน และที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ มีการจำลองสัตว์ดึกดำบรรพ์สายพันธุ์ไทยที่กว่า 20 กว่าสายพันธุ์ ทั้ง ไดโนเสาร์ ฉลาม จระเข้ ช้างโบราณ เราได้เห็นการเคลื่อนที่ของสัตว์แต่ละชนิดผ่านแอนิเมชันแบบสมจริง




และเชื่อว่าเด็กๆต้องตาโตแบบเรา เมื่อได้เห็นไดโนเสาร์หุ่นจำลองที่ออกแบบพื้นที่และท่าทางให้เหมือนดำรงชีวิตอยู่ในธรรมชาติจริงๆ (Life-sized Model) ทั้งของไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบในประเทศไทย โดยสร้างขึ้นจากทีมศึกษาข้อมูลงานวิจัยทางบรรพชีวินวิทยาแบบลงลึก ทำให้หุ่นจำลองทุกตัวถูกปั้นและลงสีด้วยความประณีต ทั้งทางกายภาพ พื้นผิว กล้ามเนื้อไปจนถึงร่องรอยบาดแผล ทำให้ผู้ชมอย่างเรา เหมือนได้อยู่ในบรรยากาศนั้นจริงๆ อย่าง “สยามโมซอรัส” กำลังล่าเหยื่อท่ามกลางสภาพแวดล้อมจริง รวมถึง “สเตโกซอร์” (ไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ซึ่งค้นพบในประเทศไทย) ก็นำมาจัดแสดงขนาดเท่าตัวจริงสะบัดหนามแหลมคมที่ปลายหาง เพื่อป้องกันตัวเองจากนักล่า อย่าง “ไทแรนโนซอรอยด์” อีกด้วย ซึ่งการจัดแสดงนี้เป็นความร่วมมือของหลายส่วน โดยมี นักวิจัยด้านบรรพชีวินวิทยารุ่นใหม่ อยู่เบื้องหลังในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบรรพชีวินวิทยาและสัตววิทยา (Palaeontology and Zoology)
แต่ที่เราทึ่งที่สุด คือ ไดโนเสาร์มีสีและมีขนด้วยนะ! ซึ่งสีของไดโนเสาร์ นี้เกิดจากร่องรอยเมลาโนโซม (Melanosome) กระเปราะเม็ดสีของผิวหนังและสีขนที่แท้จริงของไดโนเสาร์ที่มีความใกล้เคียงกับสีของนก ทำให้นักบรรพชีวินวิทยาทราบว่าไดโนเสาร์บางตัวมีสีสันสวยกว่าที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์หรือนิทรรศการทั่วไป ซึ่งไดโนเสาร์พันธุ์ไทยเองก็อาจจะมีสีสันสวยงามใกล้เคียงกับนก มากกว่าสีที่เราเคยเห็นกันผ่านภาพยนตร์
ไม่ใช่แค่ไดโนเสาร์ ในนิทรรศการได้เชิญ 4 ศิลปินไทยชื่อดัง คือ ฮ่องเต้-กนต์ธร เตโชฬาร, ปั๋น-ดริสา การพจน์, มอ ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ และ จิรภาส เจริญพร มาร่วมตีความเรื่องราวของไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆได้อย่างดีเลย




Editor : แม่พีท-พริม
ภาพถ่าย : อภิรักษ์ สุขสัย, ธีรวัฒน์ พรหมณีวัฒน์
บ้านไหนรักในไดโนเสาร์ ไม่ควรพลาดค่ะ สนุกและได้ความรู้ทั้งบ้านแน่นอน
ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ถึง 2 พ.ย. 2568
สถานที่ : ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) โครงการท่าช้าง วังหลวง
166 ถ. มหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เวลาเปิด-ปิด 10.00-18.00 น.
ค่าเข้าชม
คนไทย : ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 150 บาท
ต่างชาติ :: ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 250 บาท
ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier)
- ที่อยู่ : โครงการท่าช้าง วังหลวง 166 ถ. มหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
- Facebook : https://web.facebook.com/museumpier
- Website : https://www.museumpier.com/