เด็กติดจอ : ผิดที่หน้าจอหรือพ่อแม่ยื่นให้เอง
เด็กติดจอ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พ่อแม่และคุณครูกังวลมาเกือบสิบปี จนดูเหมือนว่าปัญหานี้ยังคงอยู่แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์จะย่ำแย่ลงจนเห็นผลกระทบต่อเด็กๆ ชัดเจนมากขึ้น
จากรายงานของกองทุนสนันสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า ปัจจุบันมีเด็กอายุ 0-2 ขวบ มากถึงร้อยละ 72.6 ใช้เวลาหน้าจอนานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตในหลายด้าน อีกทั้ง เด็กติดจอ ยังมีโอกาสที่เด็กจะเสี่ยงต่อภัยจากโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามทางเพศ การกลั่นแกล้งออนไลน์ และการพนันออนไลน์ด้วย
วันนี้ทีมแม่ ABK มีสาระความรู้ดี ๆ จาก รศ.ดร.วิมลทิพย์ มุสิกพันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ
ลูกติดมือถือ ผิดที่หน้าจอหรือพ่อแม่ยื่นให้เอง
หน้าจอต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกได้ทั้งนั้น เพราะในจอเหล่านั้นมีความบันเทิง และมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เด็กต้องการ ซึ่งอาจเป็นอันตรายสำหรับเด็กเล็กได้
ทำไมจึงต้องห้ามใช้จอ
การปล่อยให้ลูกใช้จอ ทำให้พัฒนาการของลูกล่าช้า เพราะมนุษย์เลียนแบบสิ่งต่าง ๆ จากมนุษย์ด้วยกันเอง เสียโอกาสที่ลูกจะได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่โดยตรง เป็นการมองจากฝั่งเดียว ไม่เกิดการตอบโต้ ตอบกลับ เมื่อสะสมเป็นเวลายาวนานก็ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูก
รศ.ดร.วิมลทิพย์ มุสิกพันธ์ แนะนำว่า “เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ยังไม่ควรให้ใช้จอ” ด้วยเหตุผลดังนี้
- ทำให้ลูกสื่อสารช้า พูดช้า พูดไม่ชัด เพราะทักษะพื้นฐานของมนุษย์คือการฟัง พูด อ่าน เขียน เด็กสามารถฟังจากหน้าจอได้ แต่ไม่สามารถพูดตอบโต้กับหน้าจอได้ ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาในการสั่งสม
- ขาดความคิดสร้างสรรค์จากการเล่นปกติ หน้าจอล็อกสเปคไว้ให้ครบหมดแล้ว การเล่นสมมติเป็นการเล่นที่สร้างจินตนาการให้เด็กที่สุดแล้ว เพราะเป็นการจินตนาการขึ้นมาจากสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เมื่อลูกรับชมสิ่งต่าง ๆ จากหน้าจอ จะทำให้ลูกไม่เกิดการเล่นสมมติ จึงไม่ได้ฝึกฝนจินตนาการ และการใช้ความคิดสร้างสรรค์
- สายตาเสีย เด็กเล็กมีจอประสาทตาที่ยังไม่แข็งแรงเต็มที่ การใช้จอติดต่อกันเป็นประจำ อาจทำให้สายตาเสียในระยะยาวได้
- ร่างกายไม่ยืดเหยียด ขาดการวิ่งเล่น ปีนป่าย ออกกำลังกาย เนื่องกายเด็กนั่งจ้องจอติดต่อกันเป็นเวลานาน ไม่ลุกไปวิ่งเล่นเลย
- ขาดต้นแบบในการควบคุมอารมณ์ คุณสมบัติทางใจข้อแรกของมนุษย์ คือการควบคุมอารมณ์ กำกับอารมณ์ ซึ่งเราจะเห็นหลายคนในสังคมที่มีความรู้ความสามารถมาก แต่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ เพราะตัวแบบในการควบคุมอารมณ์จะต้องมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่มีสติ สามารถรับรู้ได้ว่าตัวเองต้องมีสติและควบคุมอารมณ์ให้ได้ เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับลูก
- ขาดต้นแบบในการใช้ชีวิต เด็กคัดลอกพฤติกรรม ท่าทาง การกระทำของคนใกล้ชิด ถึงเราจะจำเรื่องราวตอนที่ยังเด็กมากไม่ได้ แต่ความทรงจำเหล่านั้นถูกเก็บอยู่ในลิ้นชักความทรงจำของมนุษย์ จิตใต้สำนึกทำงานมาโดยตลอด มนุษย์ขับเคลื่อนชีวิต ตัดสินใจเลือกสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตจากอารมณ์ก่อนเสมอ งานวิจัยบ่งชี้ว่า คุณพ่อคุณแม่ที่มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ก่อให้เกิดลูกที่มีความสุข และมีจิตใจที่เติมเต็มสมบูรณ์ได้
- ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้มีวินัย ซึ่งจะนำไปสู่นิสัยในระยะยาว
- สมาธิสั้น ฝึกการรอคอยได้ยาก เพราะเด็กได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองต้องการได้อย่างรวดเร็ว ทันใจอยู่เสมอ จนไม่รู้จักการรอคอย
- ขาดโอกาสในการเรียนรู้แบบ Facial Expression เด็กบางคนเห็นผู้ใหญ่ถลึงตา หรือทำหน้าไม่พอใจใส่ แต่เด็กไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่กำลังหมายถึงอะไร ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อตัวของเขาเอง เมื่อเด็กพบเจอเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัย แล้วไม่สามารถตรวจจับอารมณ์และความรู้สึกบนใบหน้าของมนุษย์ได้ เด็กก็จะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ต้องรับมือกับคนในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างไร โดยธรรมชาติ เด็กเรียนรู้สีหน้า ท่าทาง และการแสดงออกของมนุษย์ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุสามขวบเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ลูกไม่สามารถเรียนรู้สีหน้าของมนุษย์ได้แล้ว ไม่ได้รับการสอน ไม่ได้รับการเรียนรู้ และย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว
- ไม่มีโอกาสได้จุดประกายการเรียนรู้ เด็กมีคำถามตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงอายุ 2-3 ปี ทุกคำตอบที่มนุษย์ได้จากมนุษย์ ทำให้เกิดโครงข่ายใยประสาทในสมองแตกแขนงออกไปไม่จบไม่สิ้น เมื่อผู้ใหญ่เลี้ยงเด็กด้วยจอ เมื่อเด็กเกิดข้อสงสัยก็ไม่รู้ว่าจะถามใคร ไม่มีผู้ใหญ่ให้ถาม ไม่มีโอกาสได้ถาม ทำให้เด็กขาดโอกาสที่จะเรียนรู้ ขาดโอกาสในการทำความเข้าใจ และต่อยอดทางความคิด ทั้ง ๆ ที่บางคำถามสามารถจุดประกาย สร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กได้
ทำไมพ่อแม่ปล่อยให้ลูกใช้จอ
- ไม่มีเวลา มีภาระหน้าที่ที่ต้องทำ คุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานหนัก ไม่มี้วลาดูแลลูก มักจะเลี้ยงลูกด้วยหน้าจอ แต่ รศ.ดร.วิมลทิพย์ เชื่อว่า คนเราจะมีเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญเสมอ หากลูกเป็นคนสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่ และช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่สำคัญต่อการพัฒนาการของลูกในอนาคต การพยายามแบ่งเวลาเพื่อเลี้ยงลูกก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
- ช่วยให้ลูกเลี้ยงง่ายดี ลูกนิ่ง ไม่ซุกซน เพราะลูกนั่งดูจอ ติดงอมแงม เหมือนถูกสะกดจิตตลอดทั้งวัน
- คุณพ่อคุณแม่เล่นกับลูกไม่เป็น หรือไม่ชอบเด็ก คุณพ่อคุณแม่บางคนไม่รู้วิธีเล่นกับลูก หรือไม่ชอบเด็ก ไม่ชอบเล่นกับเด็ก จึงแก้ปัญหาด้วยการปล่อยให้ลูกนั่งดูจอ
จากการวิจัย พบว่าอายุของเด็กไทยและเด็กทั่วโลกที่เริ่มดูจอครั้งแรก มีอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ จาก 7-8 ปี ลดลงมาเหลือ 3-4 ปี และมักพบเจอในกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดเด็กติดจอมากขึ้นเรื่อย ๆ การทุ่มเทเวลาให้กับการเลี้ยงลูกอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่ลูกเกิด จนถึงอายุ 12 ปี ถือเป็นระยะเวลาทองของการสร้างลูก ทำให้ลูกเติบโตตามวัย ดูแลตัวเองได้ สามารถหยัดยืนได้ตามอายุขัยของตนเอง หากคุณพ่อคุณแม่ไม่เอาใจใส่ดูแลลูกในช่วง 12 ขวบปีแรก จะทำให้ลูกไม่เติบโตสมวัย ลูกเกาะติดพ่อแม่ไปตลอดชีวิต ทำอะไรไม่เป็น ไม่มีความสามารถในการทำอะไรอย่างที่ควรจะเป็น
คำถามยอดฮิต 3 ข้อ ที่เกิดจากการเลี้ยงลูกด้วยจอ
- ทำไมลูกพูดไม่ฟัง ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เพราะลูกผูกพันธ์กับพ่อแม่ไม่พอ ไม่เหนียวแน่นกันมากพอ ในขณะที่นิสัยของลูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่พ่อแม่กลับมีการเปลี่ยนแปลงที่น้อยมาก เมื่อมีเรื่องร้ายหรือดี ลูกมักจะนึกถึงเพื่อน นึกถึงคนรัก หรือนึกถึงคนอื่น ไม่นึกถึงพ่อแม่เป็นคนแรก
- ทำไมไม่คิดถึงแม่ ว่าแม่จะรู้สึกอย่างไร เพราะสำหรับลูก ที่ผ่านมาแม่ไม่มีอยู่จริง ลูกจึงไม่นึกถึง หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการมีตัวตนในสายตาของลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องมีเวลาคุณภาพอยู่ด้วยกันกับลูกตั้งแต่เกิดจนถึงอายุประมาณ 12 ปี
- ทำไมออกจากบ้านแล้ว ลูกเปลี่ยนเป็นคนละคน พฤติกรรมนี้เกิดจาก Self esteem การมองเห็นคุณค่าในตัวเอง เกิดเองไม่ได้ เกิดจากการถูกคนรอบข้างรักมาก่อน ได้รับความรักจนเต็ม จนรู้สึกอิ่มตัว เกิดความรู้สึกรักตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นที่ต้องการ รู้สึกตัวเองมีคุณค่า self esteem พัฒนาต่อ ไม่ได้ถูกรักมากพอ ซึ่งเด็กแต่ละคนก็มีความต้องการความรักที่แตกต่างกัน
ใช้หน้าจออย่างไร ไม่กระทบพัฒนาการ
- เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ห้ามให้ใช้จอเด็ดขาด หากเป็นไปได้ ควรงดใช้จอจนกว่าจะลูกจบอนุบาลสาม (ประมาณ 5-6 ขวบ)
- เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่ควรใช้จอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน
- เด็กอายุ 6 ปี ขึ้นไป ไม่ควรใช้จอเกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน
คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับจำนวนชั่วโมงในการใช้จอได้ตามอายุของลูก ลดความกดดันของการพยายามเป็นพ่อแม่ที่ดี เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ดีที่สุด ระหว่างทางของการพัฒนาลูก ตัวพ่อแม่เองก็ต้องพยายามเป็นพ่อแม่ที่มีความสุขก่อน เป็นสารตั้งต้นที่ดี ที่ส่งต่อไปที่ลูก เริ่มต้นจากการมีความสุข ส่งเสริมตัวเราและลูกประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน การเลี้ยงลูกให้เก่ง ดี และมีความสุขก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินความสามารถของคุณพ่อคุณแม่
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก
ลูกไฮเปอร์ สมาธิสั้น ติดจอ รอไม่ได้ ต้องแก้ให้ถูกจุด พร้อมเทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไร โตไปไม่ติด Social
