ทุกสัมผัสห่วงใยจากแม่ สัมผัสปลอดภัยกับ “ฟอร์ด เอเวอเรสต์”

เพราะหน้าที่แม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่วันนี้ แต่ต้องทำทุกวันเพื่ออนาคตที่ดีของลูก และแน่นอนว่าความปลอดภัยในทุกย่างก้าวก็เป็นเรื่องสำคัญ ทุกสัมผัสของความห่วงใยที่แม่มีให้ลูกหนึ่งในนั้นคือความปลอดภัยในทุกการเดินทาง และปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้แม่คือคนขับรถที่รู้ใจลูก จึงไม่แปลกที่แม่จะเลือกรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูงสำหรับครอบครัว

ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะพาไปสัมผัสรถยนต์ครอบครัว ที่มีความปลอดภัยในการใช้งานไปกับทุกเส้นทางกันค่ะ ครั้งนี้เรามีคุณแม่ลูกสอง ที่ได้เปิดประสบการณ์ในการใช้งานจริงกับรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ที่ขอบอกว่าใช้งานง่าย คุณแม่ สามารถขับพาไปส่ง-ไปรับที่โรงเรียนแบบสบายๆ แถมวันหยุดคุณแม่ยังขับพาลูกๆ ออกไปเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ยัง สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก เอาเป็นว่าเราไปร่วมสัมผัสเปิดประสบการณ์ครั้งนี้กับคุณแม่กันค่ะ

สำหรับแม่ลูกอ่อนอย่างเราๆ หากจะเลือกขับรถสักหนึ่งคัน สิ่งที่คิดถึงเป็นอย่างแรกคือ ความปลอดภัยและความสะดวกสบายของลูก อย่างที่สองคือความคล่องตัวขับง่าย อย่างสุดท้ายคือความคุ้มค่า รถยนต์ฟอร์ดเอเวอเรสต์ตอบโจทย์แม่ๆ อย่างเราได้ครบทุกข้อเลยค่ะ ในชีวิตประจำวันของแม่ๆ เราใช้ชีวิตอยู่ในรถประมาณวันละ 4 ชั่วโมง อย่างแม่เพนทุกวันจันทร์-ศุกร์ จะต้องไปรับ-ส่งพรีมลูกสาวคนโตไปโรงเรียนโดยมีพีทลูกชายคนเล็กนั่งไปด้วย ซึ่งพีทเป็นเด็กที่ไม่ชอบที่แคบๆ และไม่ชอบอยู่เฉยๆ (หรือซนนั่นเองค่ะ)

เราจึงอยากได้รถยนต์ที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง เพื่อให้เด็กๆ ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไปเมื่อถึงเวลารถติด และเรายังต้องการความปลอดภัยตลอดการเดินทางด้วย รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์มีพื้นที่ที่กว้างพอที่จะใส่คาร์ซีทและบูสเตอร์ซีทได้อย่างสบายๆ  ซึ่งหากวันไหนให้คุณพ่อเป็นคนขับ ก็ยังมีพื้นที่ตรงกลางให้แม่เพนนั่งเพื่อคอยดูแลลูกทั้ง 2 คนได้อีกด้วย และที่สำคัญรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ยังรองรับการติดตั้งคาร์ซีทแบบ ISOFIX อีกด้วย แม่เพนอยากได้รถที่รองรับการติดตั้ง ISOFIX มานานมากแล้วค่ะ เพราะการติดตั้งแบบ ISOFIX เป็นระบบการติดตั้งคาร์ซีทที่ทันสมัย ปลอดภัย และ สะดวกกว่าการใช้ระบบเข็มขัดรถยนต์ รถยนต์คันเก่าของแม่เพนใช้ระบบเข็มขัดรถยนต์ในการติดตั้งคาร์ซีท ทำให้เมื่อเราเหยียบเบรคแรงกว่าปกติ คาร์ซีทจะไถลออกมานิดนึง แต่ระบบการติดตั้งคาร์ซีทแบบ ISOFIX ที่รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์รองรับนั้น ทำให้แม่เพนมั่นใจได้ว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ คาร์ซีทจะไม่หลุดออกจากเบาะอย่างแน่นอน

ก่อนหน้าที่แม่เพนจะได้มาขับรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์เคยคิดว่าผู้หญิงอย่างเราไม่เหมาะที่จะขับรถยนต์คันใหญ่ๆ หรอก  ยิ่งแม่เพนจอดรถได้ไม่ค่อยคล่องอีกด้วย ในหลายๆ ครั้งที่เจอช่องจอดรถแต่กลับถอยจอดไม่ได้ ทำให้ต้องเสียที่จอดรถให้คันหลังไปอย่างน่าเจ็บใจ แต่รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ซึ่งเป็นรถที่มีขนาดใหญ่ แต่กลับทำให้ปัญหาใหญ่ของแม่เพนหมดไปด้วยระบบช่วยจอดอัจฉริยะ เพียงแค่กดปุ่มเปิดระบบช่วยจอดอัจฉริยะ รถจะหาช่องจอดที่สามารถจอดได้อัตโนมัติ เมื่อหาได้แล้ว รถจะถอยและหักพวงมาลัยเพื่อจอดรถให้เองเลยจ้า ที่แม่เพนต้องทำก็เพียงแค่คอยควบคุมเกียร์ คันเร่ง และเบรก เท่านั้น และในการไปรับ-ส่งพรีมที่โรงเรียนย่านที่ขึ้นชื่อว่ารถติดสุดๆ นั้น ทำให้แม่เพนต้องขับเข้าซอยลัดแคบๆ และน้ำท่วมบ่อยๆ เพื่อเลี่ยงรถติด  ในตอนแรกแม่เพนคิดว่าการขับรถคันใหญ่ๆ ทำให้ไม่คล่องตัวเมื่อต้องขับ  หรือกลับรถในซอยแคบๆ  เพราะรถคันใหญ่เกินไป   แต่รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์กลับรู้ใจแม่เพนด้วยระบบเซ็นเซอร์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่ามีระบบเซนเซอร์รอบคัน) และกล้องมองหลังขณะถอยจอด ทำให้การขับรถคันใหญ่ไม่น่ากลัวสำหรับผู้หญิงอีกต่อไป และด้วยรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ที่เป็นรถ 4WD ทำให้สามารถขับลุยผ่านถนนในกรุงเทพที่เต็มไปด้วยฝาท่อที่อยู่กลางซอย ถนนที่กำลังขุดเจาะท่อ และหลังเต่า ได้อย่างนุ่มนวล ซึ่งสิ่งนี้สำคัญสำหรับแม่ๆ อย่างเรามากเลยค่ะ และแม่เพนเชื่อว่าแม่ๆ ทุกคนต้องเคยเจอเหตุการณ์นี้ ที่เมื่อไรก็ตามที่ลูกเราหลับอยู่ในรถ เราจะทำทุกทางให้ลูกได้หลับอย่างสบายไม่ตื่นมางอแง ในตอนนี้แม่เพนสามารถขับรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ได้อย่างง่ายดายขณะที่มีพีทหลับอยู่บนรถได้เลยค่ะ

การพาลูกไปเที่ยวเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ครอบครัวแม่เพนทำกันเป็นประจำ ในครั้งนี้เราเลือกที่จะไปฉลองวันเกิดของพรีมกับพีทพร้อมกับหลานสาวอีกหนึ่งคนที่หัวหินกันค่ะ โดยเลือกที่จะขับรถผ่านถนนเลียบชายฝั่งทะเล คลองโคน-ชะอำ ซึ่งเป็นถนนสายชมวิวที่สวยที่สุดสายหนึ่ง ที่กรมทางหลวงได้พัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันตก จากคลองโคน สมุทรสงครามถึงชายหาดชะอำใช้ระยะทางประมาณ 82 กิโลเมตร ที่แม่เพนเลือกใช้เส้นทางนี้เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ได้แก่ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง ตามพระราชดำริ นอกจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เพื่อให้พรีมได้สัมผัสประสบการณ์ในป่าชายเลนและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแล้ว ถนนเส้นนี้ยังมีจุดชมวิวที่สวยงามอีกด้วย ตลอดสองข้างทางเราได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้าน และการทำนาเกลืออีกด้วย

เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะไปถึงคลองโคนประมาณ 9 โมง ที่คลองโคนมีร้านอาหารทะเลสดๆ ให้เลือกทานเยอะแยะเลยค่ะ เมื่อกินข้าวเช้ากันเสร็จแล้ว เราก็เริ่มมากินลมกับวิวสองข้างทางที่สวยงามมากๆ ทำให้พรีมและพีทตื่นเต้นไปกับวิวสวยๆ ตลอดทาง การนั่งในรถยนต์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ทำให้เด็กๆ ไม่รู้สึกอึดอัดที่ต้องนั่งอยู่ในรถนานๆ ด้วยความที่รถมีขนาดใหญ่และสูง ทำให้การมองเห็นวิวด้านนอกชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ยังมีหลังคาแบบ Panoramic Moon Roof แบบปรับไฟฟ้าที่เพียงกดปุ่มก็เปิดปิดได้ ทำให้เด็กๆ ชื่นชอบยิ่งขึ้นถึงขนาดที่พรีมบอกให้เปิด Moon Roof ไว้ตลอดทางเลยค่ะ

เมื่อถึงบ้านแหลม เราก็แวะไปที่โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง ตามพระราชดำริ เพื่อให้พรีมได้ศึกษาการเลี้ยงปลาทะเลในบ่อดิน การทำนาเกลือ พรีมและพีทตื่นเต้นที่ได้เห็นปลาทะเลและลูกปลาหมีกมาก เมื่อเต็มอิ่มกับการเรียนรู้ฟาร์มทะเลแล้ว เราก็ขับไปต่อกันที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้พรีมได้ศึกษาธรรมชาติของป่าโกงกางและนกนานาชนิด โดยระหว่างทาง เราตัดสินใจที่จะไม่แวะหาร้านอาหารกลางวันทานแถวๆนั้นค่ะ เพราะต้องการไปทานอาหารที่ชะอำเลย ดังนั้นเราจึงทานขนมปังและอาหารรองท้องกันง่ายๆ บนรถ การขับรถในขณะที่เด็กๆรวมตัวกันอยู่ 3 คนและทานอาหารกันไปด้วย ต้องใช้สมาธิอย่างสูงเลยค่ะ เพราะเด็กๆ จะเรียกร้องขอทานน้ำ เทขวดนม ทะเลาะกันเพื่อแย่งขนม  บางทีแม่เพนก็ต้องคอยหันไปดูเพื่อปรามเด็กๆ บ้าง ทำให้อาจจะต้องละสายตาจากรถคันหน้าและคันข้างๆ ไปบ้าง แต่รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์กลับเข้าใจในจุดนี้ ด้วยระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ที่รถเกิดเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว ระบบนี้จะช่วยหักพวงมาลัยเล็กน้อยเพื่อให้รถกลับเข้าเลน และหากทิศทางของรถยังคงเบี่ยงออกนอกเลน ระบบจะเตือนโดยการสั่นพวงมาลัย ซึ่งการหักพวงมาลัยและสั่นพวงมาลัยของระบบ Lane Keeping System เป็นการเตือนแบบเบาๆ เท่านั้น ไม่ได้ทำให้การขับรถเสียจังหวะเลยค่ะ และอีกหนึ่งระบบที่สำคัญมากคือระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ และระบบเตือนการชนด้านหน้าเมื่อกดปุ่ม ระบบจะควบคุมความเร็วตามที่เรากำหนด และจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้อัตโนมัติ โดยระบบจะช่วยเบรกและเร่งความเร็วให้ตามระยะห่างจากรถคันหน้า โดยที่คุณไม่ต้องคอยเหยียบเบรกและคันเร่ง หรือปิด-เปิดระบบควบคุมความเร็วใหม่ ในขณะที่กล้องเรดาร์หน้ารถจะคอยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถคันหน้า หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดการชน ไฟจะเตือนขึ้นบนกระจกหน้ารถ และถ้ารถเคลื่อนเข้าไปในระยะกระชั้นชิดกว่านั้น ไฟจะกระพริบพร้อมเสียงเตือนและระบบจะเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกให้พร้อม เพื่อให้รถหยุดได้เร็วขึ้นเมื่อแตะเบรก ด้วยความทีเรดาร์ทำงานสัมพันธ์กับเบรกและคันเร่ง ทำให้ระบบไม่ร้องเตือนทุกครั้งที่เราขับเข้าใกล้รถคันหน้าจนน่ารำคาญ ระบบจะร้องเตือนก็ต่อเมื่อรถขับเข้าใกล้คันหน้าแล้วเรายังไม่แตะเบรกเท่านั้น และระบบนี้ก็ได้ช่วยแม่เพนไว้จากอุบัติเหตุที่แม่เพนเผลอหันไปหยิบกระติกน้ำให้ลูกด้วยค่ะ

เสร็จจากโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยแล้ว เราก็แวะเข้าไปทานอาหารที่หาดชะอำ โดยระหว่างทางเราเจอกับถนนที่กำลังก่อสร้างค่ะ ครั้งนี้เราขับรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์มา ทำให้เราไม่กลัวที่จะลุยผ่านถนนที่ขรุขระและสมบุกสมบันขนาดนี้ ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ Terrain Management System ของรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่สามารถลุยผ่านทุกพื้นผิวถนน เพียงแค่หมุนปุ่มบังคับ ระบบ i4WD Terrain Management System จะทำคุณเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนได้แม้ในขณะที่รถเคลื่อนที่อยู่ เพื่อรักษาระดับของแรงฉุดและเสถียรภาพของรถยนต์ให้อยู่ในระดับสูงสุด และช่วยให้คุณควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ หลังจากทานข้าวกันเสร็จแล้ว เราก็มุ่งหน้าเข้าสู่หัวหินเพื่อเช็กอินโรงแรมและพาเด็กๆ ไปเล่นทะเลซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของทริปนี้ค่ะ เด็กๆ สนุกกันมากจนไม่อยากกลับบ้านกันเลยทีเดียว

หลังจากที่ได้ให้รถยนต์สำหรับครอบครัว ฟอร์ด เอเวอเรสต์มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแม่ลูกอ่อนอย่างแม่เพน แม่เพนก็ได้ค้นพบว่าการตัดสินใจซื้อรถสำหรับแม่ๆ อย่างเรา หากรถยนต์คันนั้นทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความปลอดภัย สะดวกสบาย และได้ใช้ประโยชน์จากการนั่งหรือขับรถคันนั้น แม่เพนจะไม่ลังเลที่จะซื้อรถคันนั้นเลยค่ะ รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ได้ให้สิ่งที่นอกเหนือจากคำว่ายานพาหนะกับครอบครัวแมเพนค่ะ รถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ยังได้ให้ประสบการณ์ที่มีค่า ความทรงจำที่มีความสุขในการเดินทาง อีกด้วยค่ะ   และแม่เพนเชื่อว่าถึงแม้พรีมและพีทจะยังเด็กเกินกว่าที่จดจำเรื่องราวระหว่างการเดินทางครั้งนี้่ได้ทั้งหมด แต่เด็กๆ จะไม่มีทางลืมประสบการณ์ในการเดินทางกับรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์อย่างแน่นอนค่ะ

คุณแม่ๆที่สนใจรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ดูข้อมูลได้ที่นี่เลยนะคะ https://www.ford.co.th/suvs/everest

รีวิวโดย : คุณแม่แพน และครอบครัว

ความเห็น