ลูกไม่สบายและมีไข้

ลูกไม่สบายและมีไข้ เปิดแอร์ เปิดพัดลมได้หรือไม่

ลูกไม่สบายและมีไข้
ลูกไม่สบายและมีไข้

ลูกไม่สบายและมีไข้ จะเป็นอะไรไหมหากให้นอนในห้องแอร์หรือเปิดพัดลมจ่อ? อยากรู้ต้องอ่าน!

 

ไม่มีอะไรจะทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกข์ทรมานใจได้มากไปกว่า การเห็นลูกรักไม่สบาย เพราะขึ้นชื่อว่าเด็ก เวลาไม่สบายทีไรก็จะเป็นเยอะทุกที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ทำเอาหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ร้อนรนยิ่งนัก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้น หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าเวลาที่ลูกไม่สบายนั้นควรดูแลอย่างไร จะเป็นอะไรหรือไม่หากให้ลูกอยู่ในห้องแอร์ หรือบ้านไหนไม่มีแอร์ เปิดพัดลมจ่อลูกหรือว่าจะเปิดส่ายดี วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะขอนำเสนอวิธีการดูแลลูกยามไม่สบาย พร้อมกับไขปัญหาข้อสงสัยที่ว่า ลูกไม่สบายและมีไข้ สามารถนอนในห้องแอร์หรือเปิดพัดลมจ่อได้หรือไม่ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านกันค่ะ

 

ลูกไม่สบาย

ดูแลอย่างไรเมื่อ ลูกไม่สบายและมีไข้

ไข้ หมายถึง ภาวะที่อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูงผิดปกติ โดยที่ค่าปกติของอุณหภูมิที่วัดทางทวารคือ 36.6-38 องศาเซลเซียส วัดทางปากคือ 35.5-37.5 องศาเซลเซียส วัดทางรักแร้คือ 34.7-37.3 องศาเซลเซียส และวัดทางหูคือ 35.8-38.0 องศาเซลเซียส

การเป็นไข้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อซึ่งอาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น จากอากาศที่ร้อนมากหรือสวมเสื้อหลายชั้นหรือห่อตัวมาก จากการแพ้ยา จากเนื้องอกสมองกดเบียดส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกายจนทำงานผิดปกติ จากโรคธัยรอยด์เป็นพิษ จากฟันขึ้น เป็นต้น

ไข้ต่ำหรือสูงไม่ได้บอกความรุนแรงของโรค แต่ไข้สูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะชักจากไข้สูง ยาลดไข้เป็นเพียงยาระงับอาการ จึงไม่ควรทานยาลดไข้ต่อเนื่องโดยไม่ทราบว่าสาเหตุของไข้เป็นจากอะไร

เมื่อลูกมีไข้ขึ้น ทุกครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พาน้องไปหาหมอ ๆ จะถามถึงอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำมูก ไอ อาเจียน ท้องเสีย ซึมลง ไม่เล่น กินอาหารน้อยลง ผื่นขึ้น ร่วมกับการตรวจร่างกายหรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อการ วินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง แต่การมีไข้ทุกครั้งไม่จำเป็นต้องพบคุณหมอทุกครั้งก็ได้นะคะ หากลูกมีไข้ไม่เกิน 3 วัน ยังกินได้เล่นได้เป็นปกติดี ไม่ซึม ไม่หอบ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนนะคะ หากเป็นเด็กเล็ก ๆ สังเกตอาการยาก แนะนำให้พาไปพบคุณหมอจะดีที่สุดเลยละค่ะ

อ่านต่อวิธีการดูแลลูก ได้ที่หน้าถัดไปค่ะ >>

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up