ระวังให้ดี วัยนี้มักแอบเอาคำเม้าท์เราไปใช้ต่อ

ก่อนออกจากบ้านไปโรงเรียนตอนเช้าอย่าไปเร่งเธอมากล่ะ เพราะคุณอาจได้ยินประโยคเช่น เดี๋ยวๆ ขออีกสองนาทีŽ แบบรัวๆ อย่างที่ผู้ใหญ่พูดกันจากยายตัวดี

 
เด็กวัยนี้กำลังสนุกกับการหยิบเอาวลีหรือประโยคเล็กประโยคน้อยจากที่ฟังในทีวี หรือเวลาคุณ เมาท์Ž อย่างเมามันกับสามีหรือเพื่อนมาลองใช้ดูบ้าง ไม่จำเป็นต้องห้ามปรามเขาไปเสียทุกครั้ง ถ้าพฤติกรรมนั้นยังอยู่ในขอบเขตของกาลเทศะ วลี เช่น ช่างมันเถอะน่าŽ แม่พูดกับหนูอยู่นะ ! (เลียนแบบประโยค แม่พูดกับลูกอยู่นะ !) หรือ โอ๊ย ! ฉันละปวดหัว อาจเข้าแถวรอให้ลูกน้อยทดลองใช้อยู่นะ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ หาต้นแบบที่ดีให้

 
เอาละ ในเมื่อลูกอยากลองทำอย่างผู้ใหญ่ ฉวยโอกาสนี้จำลองบทสมมติว่าการเป็นผู้ใหญ่ที่ดีควรเป็นอย่างไร ลองหาการ์ตูนเรื่องสโนว์ไวท์และคนแคระทั้งเจ็ดให้ลูกดู ลูกคงอยากเป็นสโนว์ไวท์ผู้สดใสและโอบอ้อมอารีมากกว่าคนแคระผู้เหนียมอายเก็บตัว ขี้โมโห ชอบทำหน้าเง้างอ หรือ ดูซึมเซา ง่วงเหงาตลอดเวลาอย่างแน่นอน สักวันหนึ่งอาจจะได้ยินเขาบอกเพื่อนๆ ที่มาเที่ยวบ้านว่า เด็กน่ารักต้องไม่ทำหน้าบูดบึ้งเวลาพูดกับคนอื่นนะจ๊ะŽ

 
สอนให้รู้ขอบเขต ถ้าลูกแสดงท่าทีที่ไม่เหมาะสม เช่น กับคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย ให้พูดกับลูกทันที เช่น ลูกจะพูดห้วนๆ แบบนั้นกับคุณยายหรือผู้ใหญ่ไม่ได้รู้ไหมจ๊ะ ไปขอโทษซะ แล้วถ้าลูกอยากจะช่วยคุณยายก็ถามคุณยายดีๆ ว่า จะให้หนูช่วยไหมคะŽ

 
อดทนหน่อย อย่าเพิ่งเอือมระอากับการแก้ไขทัศนคติ วิธีคิด และวิธีปฏิบัติของลูกน้อยให้เหมาะสม ต้องอดทนและค่อยเป็นค่อยไป ของอย่างนี้ถึงต้องใช้เวลา 2 – 3 ปีก็ยังไม่นับว่ายาวนานไปหรอกนะ

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

keyboard_arrow_up