“ศิลปะ” ช่วยเสริมสร้างสมองเด็ก

ศิลปะสำหรับหลายคนคือความงามทุกประเภท ความงามด้านภาษา ความงามจากภาพที่เห็น ความงามของธรรมชาติ ความงามของชีวิต และอีกมากมาย แต่สำหรับ อาจารย์ปรีดา ปัญญาจันทร์ ครูและนักสร้างสรรค์เรื่องราวและภาพวาดสำหรับเด็กมือฉมังยังค้นพบว่า ศิลปะคือเครื่องมือชั้นเลิศที่ช่วยเสริมสร้างสมองเด็กๆ ให้เติบโตงดงามอีกด้วย

ศิลปะทำให้สมองทำงานอย่างไร

เมื่อเด็กลงมือทำงานศิลปะ จะได้ใช้มือทั้งสองข้าง เมื่อมือทำงาน สมองทั้งสองซีกก็ทำงานได้เต็มที่ สายตาและมือก็ถูกบังคับให้ทำงานร่วมกัน

ยกตัวอย่าง ขณะวาดรูป มือหนึ่งกดกระดาษ อีกมือหนึ่งวาดรูป มือหนึ่งนิ่ง มือหนึ่งทำงาน มือทั้งสองทำงานไม่พร้อมกันนี่แหละ ทำให้สมองถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะวาดด้วยมือเดียวหรือวาดด้วยสองมือ เมื่อเด็กเกิดความสนุกมากขึ้น ไม่ว่าจะวาดออกมาแบบไหน สวยหรือไม่สวยในสายตาใคร สิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กในขณะนั้นแน่ๆ คือ สมองได้ทำงานมากขึ้น ได้เกิดการเรียนรู้และจินตนาการไปพร้อมๆ กัน

การใช้มือทำงานศิลปะ นอกจากทำให้สมองทำงานเต็มที่ ยังเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมือเพื่อพร้อมสำหรับการหยิบจับหรือเขียนหนังสือต่อไป

เด็กทำงานศิลปะอะไรได้บ้าง

• วัยก่อนอนุบาล

ควรเน้นการใช้กล้ามเนื้อมือให้มากๆ เช่น ปั้นดิน ปั้นข้าว เล่นจับปูดำขยำปูนา รวมไปถึงการเริ่มจับ ขยำ และกำสิ่งของที่เป็นแท่ง เช่น สี ดินสอ ที่แท่งใหญ่หน่อย เพื่อให้จับได้ถนัดมือ

ให้ลากเส้น ขูดขีด หรือฉีกกระดาษ วัยนี้อาจดูเก้ๆ กังๆ ไปบ้าง อาจลากเส้นจนกระดาษขาดหรือขีดสีไม่ติด เพราะควบคุมน้ำหนักมือไม่ได้

การได้ใช้มือทำงานศิลปะดังกล่าวไปเรื่อยๆ จะทำให้เด็กได้ฝึกคิดและแก้ปัญหาจนทำผลงานได้เข้ารูปเข้ารอย เช่น อายุ 2 – 3 ขวบ เขาจะวาดเป็นรูปร่างได้ เริ่มจากวงกลมและก้างปลา แต่นั่นหมายถึงคุณพ่อคุณแม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ทำงานศิลปะพื้นฐานนี้อย่างสม่ำเสมอ ในบรรยากาศสนุกสนาน มีกำลังใจ ได้รับคำชม และรู้สึกสบายใจที่ไม่มีคำวิจารณ์ เปรียบเทียบ บอกถูกผิด

• วัยอนุบาล

กิจกรรมต่างๆ ยังคงจุดประสงค์เดิมคือ เปิดโอกาสให้ได้ฝึกกล้ามเนื้อมือ แต่เพิ่มการทำงานศิลปะแบบสามมิติมากขึ้น คือวาดภาพระบายสี และผสมผสานงานชนิดต่างๆ เข้ามาได้อย่างเต็มที่ เช่น

งานปั้น หลักสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนวัตถุดิบที่จะนำมาปั้น เมื่อมือทำงานปั้นแล้ว สมองยังได้โจทย์คิดว่าจะทำอย่างไรกับวัตถุดิบที่นำมาปั้น

เริ่มจากปั้นดินน้ำมัน ปั้นแป้ง เพราะหาซื้อได้ง่าย ปั้นง่าย เก็บง่าย หรือจะปั้นดินเหนียว วัตถุดิบใกล้ตัว ลูกก็ได้เรียนรู้อีกว่าการทำศิลปะไม่ต้องซื้อหาก็ได้ แต่อาจต้องเตรียมนวดดินไว้ก่อน ลูกจะปั้นได้ง่ายขึ้น หรือการใช้ทราย ใช้ดินขาว เด็กจะได้คิดผสมสี หรือนำสีมาระบาย หรือปั้นเป็นชิ้นงานนำตากแห้งก่อน แล้วค่อยระบายสี เป็นต้น

งานประดิษฐ์ หลักอยู่ที่ใช้วัสดุใกล้ตัวเพื่อฝึกให้สมองได้คิด เช่น เด็กในเมืองมีกล่องกระดาษ ริบบิ้น ลวด ขณะที่เด็กต่างจังหวัดก็มีกิ่งไม้ ใบไม้ นำมาฉีก ปะ หรือแปะด้วยสก็อตเทป ทากาว พอประมาณ 3 ขวบเริ่มให้จับกรรไกรตัดได้ กรรไกรจะทำให้เด็กได้ใช้นิ้วและสายตาอย่างเต็มที่ และเพื่อความเพลิดเพลินของการทำงานของสมองอย่างปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย

จะให้ศิลปะสร้างสรรค์สมองลูก แต่โยนกระดาษกับสีให้อย่างเดียว ก็ไม่แปลกอะไรถ้าลูกจะรู้สึกว่าศิลปะคือการจัดชุดให้ทำ และจะไม่ทำในที่สุด

จะให้ลูกได้ใช้สมองอย่างสร้างสรรค์ พ่อแม่ต้องมีลูกล่อลูกชนสร้างสรรค์ไปด้วย ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องทำงานศิลปะได้เก่ง แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนให้เหมาะ เช่น ให้กระดาษสีน้ำตาลแทนสีขาว ให้กระดาษทรงวงกลมแทนสี่เหลี่ยม หรือเย็นปั้นดินไว้ เช้าค่อยมาระบายสีตอนที่แห้งแล้ว มีเรื่องให้ตื่นเต้นเป็นระยะๆ กันไป

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ศิลปะสำหรับหลายคนคือความงามทุกประเภท ความงามด้านภาษา ความงามจากภาพที่เห็น ความงามของธรรมชาติ ความงามของชีวิต และอีกมากมาย แต่สำหรับ อาจารย์ปรีดา ปัญญาจันทร์ ครูและนักสร้างสรรค์เรื่องราวและภาพวาดสำหรับเด็กมือฉมังยังค้นพบว่า ศิลปะคือเครื่องมือชั้นเลิศที่ช่วยเสริมสร้างสมองเด็กๆ ให้เติบโตงดงามอีกด้วย

ศิลปะทำให้สมองทำงานอย่างไร

เมื่อเด็กลงมือทำงานศิลปะ จะได้ใช้มือทั้งสองข้าง เมื่อมือทำงาน สมองทั้งสองซีกก็ทำงานได้เต็มที่ สายตาและมือก็ถูกบังคับให้ทำงานร่วมกัน

ยกตัวอย่าง ขณะวาดรูป มือหนึ่งกดกระดาษ อีกมือหนึ่งวาดรูป มือหนึ่งนิ่ง มือหนึ่งทำงาน มือทั้งสองทำงานไม่พร้อมกันนี่แหละ ทำให้สมองถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะวาดด้วยมือเดียวหรือวาดด้วยสองมือ เมื่อเด็กเกิดความสนุกมากขึ้น ไม่ว่าจะวาดออกมาแบบไหน สวยหรือไม่สวยในสายตาใคร สิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กในขณะนั้นแน่ๆ คือ สมองได้ทำงานมากขึ้น ได้เกิดการเรียนรู้และจินตนาการไปพร้อมๆ กัน

การใช้มือทำงานศิลปะ นอกจากทำให้สมองทำงานเต็มที่ ยังเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมือเพื่อพร้อมสำหรับการหยิบจับหรือเขียนหนังสือต่อไป

เด็กทำงานศิลปะอะไรได้บ้าง

• วัยก่อนอนุบาล

ควรเน้นการใช้กล้ามเนื้อมือให้มากๆ เช่น ปั้นดิน ปั้นข้าว เล่นจับปูดำขยำปูนา รวมไปถึงการเริ่มจับ ขยำ และกำสิ่งของที่เป็นแท่ง เช่น สี ดินสอ ที่แท่งใหญ่หน่อย เพื่อให้จับได้ถนัดมือ

ให้ลากเส้น ขูดขีด หรือฉีกกระดาษ วัยนี้อาจดูเก้ๆ กังๆ ไปบ้าง อาจลากเส้นจนกระดาษขาดหรือขีดสีไม่ติด เพราะควบคุมน้ำหนักมือไม่ได้

การได้ใช้มือทำงานศิลปะดังกล่าวไปเรื่อยๆ จะทำให้เด็กได้ฝึกคิดและแก้ปัญหาจนทำผลงานได้เข้ารูปเข้ารอย เช่น อายุ 2 – 3 ขวบ เขาจะวาดเป็นรูปร่างได้ เริ่มจากวงกลมและก้างปลา แต่นั่นหมายถึงคุณพ่อคุณแม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ทำงานศิลปะพื้นฐานนี้อย่างสม่ำเสมอ ในบรรยากาศสนุกสนาน มีกำลังใจ ได้รับคำชม และรู้สึกสบายใจที่ไม่มีคำวิจารณ์ เปรียบเทียบ บอกถูกผิด

• วัยอนุบาล

กิจกรรมต่างๆ ยังคงจุดประสงค์เดิมคือ เปิดโอกาสให้ได้ฝึกกล้ามเนื้อมือ แต่เพิ่มการทำงานศิลปะแบบสามมิติมากขึ้น คือวาดภาพระบายสี และผสมผสานงานชนิดต่างๆ เข้ามาได้อย่างเต็มที่ เช่น

งานปั้น หลักสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนวัตถุดิบที่จะนำมาปั้น เมื่อมือทำงานปั้นแล้ว สมองยังได้โจทย์คิดว่าจะทำอย่างไรกับวัตถุดิบที่นำมาปั้น

เริ่มจากปั้นดินน้ำมัน ปั้นแป้ง เพราะหาซื้อได้ง่าย ปั้นง่าย เก็บง่าย หรือจะปั้นดินเหนียว วัตถุดิบใกล้ตัว ลูกก็ได้เรียนรู้อีกว่าการทำศิลปะไม่ต้องซื้อหาก็ได้ แต่อาจต้องเตรียมนวดดินไว้ก่อน ลูกจะปั้นได้ง่ายขึ้น หรือการใช้ทราย ใช้ดินขาว เด็กจะได้คิดผสมสี หรือนำสีมาระบาย หรือปั้นเป็นชิ้นงานนำตากแห้งก่อน แล้วค่อยระบายสี เป็นต้น

งานประดิษฐ์ หลักอยู่ที่ใช้วัสดุใกล้ตัวเพื่อฝึกให้สมองได้คิด เช่น เด็กในเมืองมีกล่องกระดาษ ริบบิ้น ลวด ขณะที่เด็กต่างจังหวัดก็มีกิ่งไม้ ใบไม้ นำมาฉีก ปะ หรือแปะด้วยสก็อตเทป ทากาว พอประมาณ 3 ขวบเริ่มให้จับกรรไกรตัดได้ กรรไกรจะทำให้เด็กได้ใช้นิ้วและสายตาอย่างเต็มที่ และเพื่อความเพลิดเพลินของการทำงานของสมองอย่างปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย

จะให้ศิลปะสร้างสรรค์สมองลูก แต่โยนกระดาษกับสีให้อย่างเดียว ก็ไม่แปลกอะไรถ้าลูกจะรู้สึกว่าศิลปะคือการจัดชุดให้ทำ และจะไม่ทำในที่สุด

จะให้ลูกได้ใช้สมองอย่างสร้างสรรค์ พ่อแม่ต้องมีลูกล่อลูกชนสร้างสรรค์ไปด้วย ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องทำงานศิลปะได้เก่ง แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนให้เหมาะ เช่น ให้กระดาษสีน้ำตาลแทนสีขาว ให้กระดาษทรงวงกลมแทนสี่เหลี่ยม หรือเย็นปั้นดินไว้ เช้าค่อยมาระบายสีตอนที่แห้งแล้ว มีเรื่องให้ตื่นเต้นเป็นระยะๆ กันไป

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up