แม่ครับมาดูหนังผีกัน สนุกดี

บางคนไม่ใช่ชอบดูชอบฟังเพียงอย่างเดียว แต่ยังชอบแกล้งด้วย ประเภทปิดไฟมืดๆ แล้วเอาไฟฉายส่องใต้คาง แลบลิ้นปลิ้นตา ส่งเสียงครางฮือๆ หลอกผู้ใหญ่และหลอกพวกเดียวกันเองให้เป็นที่สนุกสนาน

 
แพทย์หญิงโจแอน แคนเตอร์ ผู้แต่งเรื่อง Teddy s TV Troubles เล่าให้ฟังว่าเด็กบางคนชอบเรื่องราวสยองขวัญมากเห็นเมื่อไรเป็นต้องรี่เข้าไปดู บางทีดูไปเอามือปิดตาไป เรื่องแบบนี้นักจิตวิทยาเห็นว่าเป็นวิธีการระบายออกอย่างหนึ่งของเด็กว่ากันว่าเป็นวิธีการที่ปลอดภัย ซึ่งเด็กๆ ใช้รับมือกับภาวะอารมณ์ที่แย่จนสุดจะทนได้อย่างสบายใจ เพราะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กลับเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง

 
ถ้าลูกของคุณเป็นแบบนี้ เรามีเทคนิคแนะนำ

 
– อย่าปล่อยให้ลูกอ่านหนังสือหรือดูรายการสยองขวัญตามลำพัง เพราะเรื่องสยองขวัญบางประเภทน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็กวัยนี้แต่เราก็ไม่ควรห้ามอย่างเด็ดขาด ทางที่ดีคุณแม่ควรพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องนี้กับแม่คนอื่นๆ หรือไม่ก็ลองอ่านเรื่องย่อดูก่อนสักรอบแล้วค่อยตัดสินใจ หรือถ้าลูกอยากอ่านหนังสือแนวนี้ แต่คุณไม่แน่ใจในเนื้อหา แนะนำว่าคุณควรนั่งอ่านไปพร้อมกับลูก

 
– เปิดโลกให้ลูกได้ลองสำรวจดูบ้างด้วยความที่อยากจะให้แต่สิ่งดีๆ กับลูก คุณแม่อาจพยายามให้ลูกอ่านแต่หนังสือที่ดีๆ จรรโลงใจ และหลีกเลี่ยงเรื่องราวประเภทผีสยองขวัญ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่อยากเสนอให้คุณแม่ลองมองอีกมุมดูว่า ความจริงแล้วเรื่องผีอาจจะทำให้เด็กกลัว แต่ในที่สุดลูกก็จะก้าวผ่านความกลัวนี้ไปได้ เรื่องนี้นักจิตวิทยาบอกไว้อีกเหมือนกันว่า เด็กทุกคนต่างต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าพวกเขาสามารถก้าวข้ามความกลัวจากจินตนาการที่ภาพยนตร์หรือหนังสือสยองขวัญสร้างขึ้นถ้าผ่านไปได้ ลูกจะภูมิใจในตัวเองมาก

 
– แม่ต้องรู้ว่าเมื่อไรควรให้ลูกหยุดดู ถ้าลูกมีอาการหวาดกลัว ลุกลี้ลุกลน ไม่กล้าขึ้นข้างบนคนเดียว หลังจากดูหนังประเภทนี้คุณแม่ควรให้ลูกหยุดดูจะดีที่สุด ปกติภาพยนตร์ส่วนใหญ่ค่อนข้างน่ากลัวสำหรับเด็กวัยนี้มากกว่าหนังสือ ถ้าลูกตามติดคุณแจไม่กล้าเดินไปไหนคนเดียว หรือชอบฝันร้ายคุณควรปลอบใจลูกว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนที่ดูหนังผีที่อาจเกิดความกลัว ทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น อย่าให้ลูกดูหรืออ่านเรื่องประเภทนี้สักพัก เขาก็จะดีขึ้นเอง

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

keyboard_arrow_up