เครื่องดูดฝุ่น Dyson

ในช่วงที่ไวรัสโควิด 19 แพร่ระบาด หลายคนคงตระหนักถึงเรื่องความสะอาดกันขึ้นมา เราอาจจะเริ่มดูแลบ้านของเราเป็นอันดับแรกเพราะนี่คือที่ ๆ เราอาศัยอยู่และทำกิจกรรมทุกวัน ซึ่งความสะอาดในบ้านนั้นมีส่วนส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของเรา

หลายคนอาจกำลังมองหาเครื่องมือในการทำความสะอาดและดูดฝุ่นในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเครื่องดูดฝุ่นไร้สายของ Dyson เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพของเครื่องดูดฝุ่น Dyson

James Dyson เริ่มคิดค้นเทคโนโลยี Cyclone เพื่อใช้ในเครื่องดูดฝุ่นตั้งแต่ปี 1978 ต่อมา Dyson ได้พัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยี Cyclone และการกรองอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับสิทธิบัตรหลายพันรายการในส่วนของเทคโนโลยี Cyclone และการกรอง นอกจากนี้ วิศวกรของ Dyson ยังสามารถออกแบบเครื่องดูดฝุ่นที่ไม่ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปในอากาศอีกด้วย ซึ่งผู้ผลิตเจ้าอื่น ๆ อาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11 มีคุณสมบัติพิเศษทางด้านเทคโนโลยีที่สามารถทำความสาดได้อย่างมีประสิทธิภาพปราศจากสารก่อภูมิแพ้

  • หัวทำความสะอาดแบบแรงบิดสูง (High Torque)  มาพร้อมหัวแปรงไนลอนขนแข็ง ช่วยให้กำจัดฝุ่นได้อย่างล้ำลึก แม้ในพื้นที่ที่ทำความสะอาดได้ยากอย่าง เช่น พื้นพรม และมีเส้นใยคาร์บอนที่สามารถดักจับฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วได้อย่างดีเยี่ยม
  • ระบบการกรอง 6 ชั้น  สามารถดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กเพียง 0.3 ไมครอนได้ 99.97% กรองอากาศให้สะอาดมากขึ้น
  • มีระบบการกรองทั่วทั้งเครื่อง สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นให้อยู่แค่ภายในเครื่อง ไม่ฟุ้งกระจายไปในอากาศที่เราหายใจ

เราไม่สามารถมองเห็นสารก่อภูมิแพ้ในบ้านของเรา อย่างไรก็ตาม สารเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้ ดังนั้น ทางวิศวกรของ Dyson จึงมุ่งเน้นความพยายามในการออกแบบเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถดูดฝุ่นได้อย่างดี และใช้พลังเทคโนโลยี Cyclone ในการดูดฝุ่นเข้ามาในเครื่องและตัวกรองที่ปิดสนิท ทำให้เราแน่ใจว่าฝุ่นที่ดูดเข้าไปนั้นจะไม่กระกายฟุ้งกลับออกมา 

ระบบการกรอง

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11 มีระบบการกรองถึง 6 ชั้น สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ 

ขั้นแรก เศษฝุ่นขนาดใหญ่จะถูกดูดเข้ามาในถังฝุ่นหลักและระบบจะทำการแบ่งแยกฝุ่น โดยรูที่มีขนาดเล็กเพียง 400 ไมครอนจะทำการกรองเศษฝุ่นผ่านตัวกรองโลหะที่กัดด้วยเคมี จากนั้นเศษฝุ่นแบบละเอียดจะถูกปั่นด้วยเทคโนโลยี Cyclone 14 ตัว ซึ่งมีกำลังสูงสุดถึง 79,000G  ฝุ่นละอองที่เหลืออยู่จะถูกดักจับโดยกรองผ่านตัวมอเตอร์สองตัว สุดท้าย ตัวกรองหลังมอเตอร์จะดักจับฝุ่นละอองได้ถึง 99.97%  ที่มีขนาดเล็กเพียง 0.3 ไมครอน เช่น ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และอากาศที่ถูกขับออกจากเครื่องนั้นก็จะเป็นอากาศที่สะอาด

พลังการดูด

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11 มีพลังการดูดมากกว่ารุ่น Dyson Cyclone V10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

หลังจากที่วิศวกรของ Dyson ได้วิเคราะห์ทุกรายละเอียดของตัวดิจิตอลมอเตอร์ V10 แล้ว จึงได้พัฒนาดิจิตอลมอเตอร์ V11 ซึ่งมีประสิทธิภาพการหมุนถึง 125,000 รอบต่อนาที และมี diffuser ทั้งหมด 3 แบบ โดย 2 แบบแรกจะช่วยทำให้ระบบไหลผ่านของอากาศสะดวกมากขึ้น  และยังช่วยเพิ่มพลังการดูดเพิ่มขึ้น ส่วนตัว diffuser อีกตัวจะช่วยในการลดเสียงรบกวน

ใบพัด – เป็นส่วนหนึ่งของมอเตอร์ที่ทำงานโดยการขับเคลื่อนอากาศ – มีการออกแบบใบพัดส่วนนี้ขึ้นใหม่ ซึ่งมีความยาวและบางกว่า เพื่อเพิ่มพื้นที่ที่สัมผัสกับอากาศได้โดยที่ไม่ต้องเพิ่มมวลของใบพัด สามารถช่วยลดการโหลดของใบพัดต่อหน่วยพื้นที่ ลดการรั่วไหลของอากาศ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเคลื่อนที่ของอากาศได้

อุปกรณ์

เครื่องมือหลากหลายชิ้นที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง สามารถช่วยให้ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ตามผ้าม่าน ซอกมุมต่าง ๆ และรถยนต์

  • หัวทำความสะอาดแรงบิดสูง – หัวมอเตอร์ทรงพลัง มาพร้อมระบบเซนเซอร์โหลดแบบไดนามิก (DLS) สามารถปรับระบบการดูดฝุ่นได้อย่างชาญฉลาด เช่น การทำงานบนพื้นพรมที่สามารถดูดฝุ่นได้สะอาดล้ำลึก ซึ่งหัวนี้จะมีแค่ในรุ่น V11 Absolute เท่านั้น
  • หัวแปรงดูดแบบลูกกลิ้งนุ่ม – ออกแบบด้วยไนลอนทอแบบอ่อน และเส้นใยคาร์บอนป้องกันไฟฟ้าสถิตสำหรับทำความสะอาดบนพื้นแข็ง หัวนี้จะมีแค่ในรุ่น V11 Absolute เท่านั้น
  • หัวดูดแบบมีมอเตอร์ขนาดเล็กในตัว – เหมาะสำหรับการทำความสะอาดพื้นที่เล็ก ๆ เช่น ภายในรถยนต์ โซฟาและบันได
  • หัวแปรง Two in one  – มีสองแบบในหนึ่งเดียว รวมแปรงและหัวฉีดกว้าง สำหรับสลับการทำงาน
  • หัวแปรงปลายแหลม – ออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดบริเวณขอบมุมและช่องแคบ ๆ ได้อย่างดี
  • แปรงปัดฝุ่นขนาดเล็ก – ใช้งานง่าย ช่วยดูดฝุ่นด้วยขนแปรงไนลอนนุ่มเพื่อทำความสะอาดพื้น และเฟอร์นิเจอร์

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up