แพทย์เตือน! เอา ทิชชู่ซับน้ำมัน ปลอดภัยแน่หรือ?

ทิชชู่ซับน้ำมัน
ทิชชู่ซับน้ำมัน

ทำถูกแล้วหรือ!? ที่ใช้ ทิชชู่ซับน้ำมัน กับอาหารประเภททอด!

 

 

หากพูดถึงการทำอาหารประเภททอด ด้วยความที่พวกเราทุกคนต่างกังวลกันถึงแต่ปริมาณของน้ำมัน ที่ปะปนอยู่ในอาหาร พวกเรากลับลืมฉุกคิดไปว่า แล้ว “ทิชชู่” ที่เราใช้ซับนั้น แท้จริงแล้ว ปลอดภัยจริงหรือไม่!?
กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกเตือนประชาชน ห้ามใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำมันจากอาหาร เสี่ยงรับโซดาไฟและสารไดออกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
หลาย ๆ ท่านอาจจะตั้งคำถามว่า อ้าว! แล้วเราจะเอาอะไรซับน้ำมันละ ดร. นพ. พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ได้ให้คำแนะนำว่า หากต้องการที่จะซับน้ำมันจากอาหาร ให้ใช้กระดาษซับที่เป็นกระดาษเฉพาะที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมกับเปิดเผย  ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เกี่ยวกับอันตรายจากการใช้กระดาษทิชชูซับอาหารทอด ว่า แม่บ้าน แม่ครัว หรือผู้ค้าอาหารไม่ควรใช้กระดาษทิชชู่มาซับน้ำมันจากอาหาร เพราะเนื้อเยื่อเล็ก ๆ ของกระดาษทิชชู่จะติดในอาหาร ทำให้เราได้รับสารเคมีต่าง ๆ ที่อยู่ในกระดาษทิชชู่ไปด้วย เนื่องจากกระดาษทิชชู่ผลิตมาจากเยื่อกระดาษบริสุทธิ์ โดยมีวัตถุดิบคือต้นไม้ เช่น ต้นไผ่หรือต้นไม้อื่น ๆ แต่ปัจจุบันสังคมให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงมีการนำกระดาษหมุนเวียนใหม่ เช่น กระดาษ A4 ที่ใช้แล้ว นำไปผลิตกระดาษทิชชู่ หรือแม้แต่กระดาษฟางที่ผลิตจากฟางข้าว ซึ่งในกระบวนการตีวัตถุดิบให้เป็นเนื้อเยื่อต้องใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟ และเพื่อความขาวน่าใช้จึงมีการใช้สารคลอรีนฟอกขาว และมีสารไดออกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งเป็นส่วนประกอบด้วยนั้น
ดร.นพ.พรเทพ กล่าวต่อไปว่า สารโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) หรือโซดาไฟ เมื่อทำปฏิกิริยากับโปรตีนและไขมัน จะมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อรุนแรง ทำให้บริเวณนั้นอ่อนนุ่มกลายเป็นวุ้นหรือเจลาตินและสบู่ เนื้อเยื่อถูกทำลายหรือถูกกัดลึกลงไป ซึ่งการทำลายอาจต่อเนื่องหลายวัน การหายใจเอาไอหรือละอองสารยังส่งผลให้ระคายเคืองต่อทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้จาม ปวดคอ น้ำมูกไหล ปอดอักเสบรุนแรง หายใจขัด การสัมผัสถูกผิวหนังจะระคายเคืองรุนแรง เป็นแผลไหม้และพุพองได้ การกลืนกินทำให้แสบไหม้บริเวณปาก คอ และกระเพาะอาหาร ส่วนสารไดออกซิน (dioxins) เป็นสารที่สถาบันวิจัยมะเร็งระหว่างชาติจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ เมื่อร่างกายได้รับเข้าไปจะไม่ทำให้เกิดอาการอย่างเฉียบพลัน แต่อาการจะค่อย ๆ เกิดและเพิ่มความรุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

keyboard_arrow_up