วิธีสอนลูกให้รับมือกับปัญหา ล้มได้ลุกไว (Resilience Skills)
การสร้างทักษะ Resilience Skills ให้กับลูก สามารถสร้างตั้งแต่อยู่ในท้อง เด็กๆรับรู้ได้ถึงความรัก ความปลอดภัย เสียงของแม่ ความรักของพ่อแม่ตั้งแต่อยู่ในตัวแม่ เมื่อลูกออกมาสู่ภายนอก เราสามารถสร้างสายสัมพันธ์นี้ให้แข็งแกร่งด้วยการฝึกฝนและทำซ้ำ ครูเม – เมริษา ยอดมณฑป ได้เปรียบเทียบไว้ว่า ทักษะนี้เหมือนตุ๊กตาล้มลุก เมื่อเด็กๆเผชิญแล้วต้องกลับขึ้นมาได้ แม้จะยากเย็นแต่จะมีวิธีและมุมมองใหม่ให้กลับมาเริ่มใหม่ได้ในแบบของตัวเอง ซึ่งการฝึกฝนทักษะนี้แบ่งเป็นตามช่วงวัยได้ ดังนี้
0-3 ปี ในวัยเด็กเล็ก เกิดการสร้างสายสัมพันธ์ (bonding) เกิดจากการได้รับรู้ตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อเด็กๆออกมาสู่โลก การอุ้มกอด การดูแลจากแม่และพ่อจึงสำคัญที่สุด ทั้งเวลาคุณภาพ การอ่านนิทาน การทำกิจกรรมร่วมกัน การสัมผัส การกอดแสดงความรัก ความมั่นใจเชื่อใจในตัวพ่อแม่ พ่อแม่พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น เป็นพ่อแม่ที่มีอยู่จริง
3 ปี สร้างการไว้วางใจและการยอมรับ (Trust & Acceptance) เป็นสิ่งสำคัญ การให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเอง ได้ทำกิจกรรมตามวัย โดยมีพ่อแม่สอนหรือทำให้ดูเพื่อเป็นแบบอย่าง ให้พวกเขาได้เจอปัญหาตามวัย รู้จักการแก้ปัญหาแม้ในเรื่องเล็กๆอย่าง การอยากกดชักโครกเอง หรือหยิบช้อนทานอาหารเอง ให้พวกเขาได้ภูมิใจที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง
3-5 ปี และเมื่อพวกเขามีความมั่นใจ ก็จะเกิดสร้างการรับรู้คุณค่าในตนเอง(self-value) ให้ลูกได้ลงมือทำและทำกิจกรรมนั้นไปด้วยกัน เพื่อให้เค้าได้มีประสบการณ์ใหม่ ได้ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นจนเกิดเป็นความมั่นใจในตนเอง และกล้าเผชิญในสิ่งที่ท้าทายมากขึ้น
5-6 ปี สร้างการควบคุมตนเอง (Self-Control) สอนให้เขาทำสิ่งสำคัญก่อนสิ่งที่อยากทำ ซึ่งจะทำให้เขาอดทนจนกว่าจะเกิดความสำเร็จ การสร้างคุณค่าในตัวเองอาจไม่ได้เกิดได้เอง เด็กๆต้องลงมือทำจนเกิดความความสำเร็จก่อน การมอบหมายงานตามวัยเป็นสิ่งจำเป็นเริ่มจากเรื่องเล็กๆให้พวกเขาช่วย เช่น เอาแก้วน้ำหรือจานไปเก็บ การเก็บของเข้าที่ การแปรงฟันเข้านอนเอง เป็นต้น และเมื่อพวกเขาดูแลตัวเองได้ ก็จะพัฒนาไปสู๋การทำงานบ้านและการทำงานส่วนรวม จนในวันที่เขาเติบโตเพียงพอก็จะช่วยเหลือสังคมในภาพใหญ่ต่อไป
7ปี ขึ้นไป เมื่อพวกเขารู้หน้าที่ และเกิดการฝึกฝนจนทำเปHนประจำ จะเกิดความั่นใจที่มากพอและสามารถทำสิ่งเหล่านั้นทำได้เองแม้ไม่มีพ่อแม่อยู่ใกล้
8 วิธี พ่อแม่ต้องรู้ เพื่อฝึกให้ลูกมีทักษะ Resilience Skills
- รับฟังและเข้าใจความรู้สึก ยอมรับความรู้สึกของลูก ไม่ว่าลูกจะเสียใจ โกรธ หรือผิดหวัง ให้เขารู้ว่าความรู้สึกเหล่านั้นเป็นเรื่องปกติ และสอนให้จัดการอารมณ์
- สอนแก้ปัญหาแทนการลงมือทำแทน: เมื่อลูกเจอปัญหา ให้ตั้งคำถาม เช่น “ลูกคิดว่าเราทำยังไงได้บ้าง” เพื่อให้เขาฝึกคิดหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่ใช่พ่อแม่ทำให้หมด
- ให้ความล้มเหลวเป็นบทเรียน: ฝึกให้ลูกมองว่าความผิดพลาดคือโอกาสในการเรียนรู้ใหม่ ไม่ใช่จุดจบ สอนให้เขาลุกขึ้นมาลองใหม่
- ส่งเสริมความมั่นใจ (Build Self-Confidence): ชมเชยที่ความพยายามมากกว่าผลลัพธ์ เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าเขามีความสามารถ
- จัดการความเครียด: สอนวิธีผ่อนคลาย เช่น การหายใจเข้า-ออกลึกๆ การออกกำลังกาย หรือการหากิจกรรมที่ชอบทำเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ
- พุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือ ไม่ใช่ซ้ำเติม รับผิดชอบหรือชดเชยต่อการกระทำ แก้ปัญหาให้เหมาะกับตัวเรา สู้ในสนามที่เหมาะกับเรา เด็กสามารถร้องไห้และโกรธได้ หลายคนอาจคิดว่าเมื่อเจอปัญหาต้องสงบถึงจะสยบความวุ่นวายได้ แต่ไม่จริงเสมอไป เมื่อลูกร้องไห้ ให้พ่อแม่นั่งข้างๆแล้วบอกว่าไหวเมื่อไหร่ไปต่อ ไม่ได้เปลี่ยนคนธรรมดาเป็นยอดมนุษย์ แต่เข้าใจเติบโตไปในแบบมนุษย์ ประสบการณ์มากแก้ปัญหาได้ดีขึ้น
- ก่อนแก้ปัญหา ช่วยให้จัดการแบบเป็นระบบ เริ่มได้จากการให้เด็กๆรับผิดชอบในเรื่องชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อกลับมาบ้านต้องทำการบ้านก่อน แล้วจึงไปเล่น ฝึกสมองรับความพึงพอใจเต็มที่ ทำให้เมื่อกลับมาทำสิ่งที่จำเป็นจะความตั้งใจลดลง เด็กจะใช้สมองคนละระบบมีการหักห้ามใจก่อน เด็กที่หักห้ามใจได้อดทนรอคอยได้จะทำสิ่งอื่นได้อย่างดีตามมา
- ประเมินตัวเองตามความเป็นจริง ยอมรับที่จะยืดหยุ่น ไม่สู้ต่อนี้ ยอมรับว่าไม่ไหว และหาทางช่วยเหลือวิธีใหม่ รับรู้และทำต่อหากไม่ไหวให้หยุดพัก การขอความช่วยเหลือไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ
ทำไมการฝึกทักษะ Resilience Skills ให้ลูก จึงสำคัญ
ทักษะการล้มแล้วลุกได้ ทักษะจำเป็นสำหรับเด็กเพราะพ่อแม่ไม่สามารถดูแล้วพวกเขาไปตลอดแต่ทักษะนี้จะทำให้พวกเขาดูแลตัวเองได้ ทักษะนี้สามารถฝึกฝนได้ หรืออาจเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ซึ่งอาจมีการเชื่อมโยงกับพฤติกรรมตามวัย และต่อเนื่องให้เกิด resilience ความสามารถในการจัดการอารมณ์ได้ดีตามวัย เกิดการยึดหยุ่นและปรับตัว เพราะเราไม่สามารถกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ แม้บางครั้งเราจะตั้งใจแค่ไหน อาจเกิดการล้มหรือผิดพลาดได้ เมื่อเราเผชิญปัญหา ความยากลำบาก หรือประสบปัญหา จะทำให้เรามั่นคงไม่สั่นคลอน พร้อมสู้ใหม่ เห็นคุณค่าในตัวเอง สู้ไม่ถอย ไม่ใช่การดันทุรัง รู้จักตัวเอง ประเมินตัวเองตามความเป็นจริง พร้อมที่จะปรับตัวหาแนวมทางใหม่ในแบบของตัวเองได้
ทุกคนย่อมต้องเผชิญปัญหา ไม่มีเส้นทางไหนโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ เด็กๆในช่วงก่อนวัยที่ยังทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ พวกเขาอาจจะยังไม่รู้สึกว่าต้องทำให้ได้เพราะยังมีพ่อแม่คอยประครอง แต่ในเด็กปฐมวัย เช่น เมื่อพวกเขาต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ใส่รองเท้า แข่งขันกีฬากับเพื่อน เล่นของเล่นกับเพื่อน ทำให้พวกเขาเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด การรับมือกับความผิดหวัง พ่อแม่ควรจะสนับสนุนความรู้สึกลูกเป็นหลักมุ่งเป้าที่ภายในจิตใจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในใจ มั่นใจในความเป็นตัวเอง เพราะฉะนั้นทุกครอบครัวควรให้ความสำคัญของการสร้างทักษะในระยะยาว ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการไปตามแก้ปัญหาภายหลัง
ขอบคุณข้อมูล www.netpama.com โดย พญ. ทัตติยา วิษณุโยธิน และ ครูเม – เมริษา ยอดมณฑป
เรื่อง : อัจฉรา จีนคร้าม