ลูกไม่มีผนังหน้าท้อง กับความพิการแต่กำเนิด

การวินิจฉัยโรคถูกพัฒนาขึ้นหลังจากนั้น โดยการวินิจฉัยโรคลูกน้อยตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ของแม่ พร้อมกับความก้าวหน้าในการดูแลเด็กๆ ที่มีปัญหาเหล่านี้ ทั้งการดูแลระบบทางเดินหายใจ การให้อาหารทางหลอดเลือด ทำให้เด็กทารกมีชีวิตรอดสูงขึ้น

เด็กไม่มีผนังหน้าท้องวิธีการรักษา และดูแลเด็กที่ไม่มีผนังหน้าท้อง

การวินิจฉัยสามารถทำได้อย่างแม่นยำด้วยการอัลตร้าซาวด์ จะเห็นลักษณะของลำไส้ที่อยู่ด้านนอก ทำให้สามารถดูแลลูกน้อยได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา การแพทย์ในสมัยนี้มีศักยภาพมาก สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด และดูแลลูกน้อยแรกเกิด ทำให้สามารถผ่าตัดรักษาได้เร็วขึ้น ช่วยป้องกันอาการบวมของลำไส้จากการแช่ในน้ำคร่ำนานเกินไป เด็กที่ไม่มีผนังหน้าท้อง จะสูญเสียความร้อน จนเกิดภาวะสูญเสียน้ำ และเกลือแร่ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่รุนแรง จึงต้องได้รับการป้องกัน และดูแลอย่างถูกวิธี ดังนี้

banner300x2501.สวมถุงพลาสติกที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรค ตั้งแต่ปลายเท้า ถึงหน้าอก และรักแร้ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ และความร้อน ป้องกันการปนเปื้อน และลดอัตราการติดเชื้อ และสามารถประมาณน้ำที่เสียไปได้ เพื่อหาน้ำมาทดแทนอย่างเหมาะสม

2.ให้ความอบอุ่น เช่น ห่อตัวให้มิดชิด หรือเข้าตู้อบ เป็นต้น

3.ให้สารละลายเกลือแร่ทางหลอดเลือดดำ ปรับตามความต้องการของร่างกาย

4.ให้ยาปฏิชีวนะ และรีบส่งลูกน้อยไปยังโรงพยาบาลที่มีศูนย์เฉพาะทางโดยเร็วที่สุด

โดยทั่วไป เด็กๆ ที่ไม่มีผนังหน้าท้องจะสามารถได้รับการผ่าตัดปิดหน้าท้องได้สำเร็จในครั้งเดียวถึง 80-85% แต่ในกรณีที่ไม่สามารรถปิดหน้าท้องได้ เนื่องจากมีอาการลำไส้บวมมาก และผนังหน้าท้องเล็กเกินไป เด็กจะมีปัญหาหายใจไม่พอ จึงต้องรอเวลา 7-10 วัน หรือรอเวลา ค่อยๆ แก้ไขภายหลัง

เด็กไม่มีผนังหน้าท้องหลังจากผ่าตัด เด็กทารกส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับการช่วยหายใจจนกว่าความดันในช่องท้องจะลดลง และหายใจเองได้ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1-3 วัน การถอดท่อช่วยหายใจเร็วเกินไป จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะหายใจล้มเหลว ทำให้มีโอกาสสำลักจากทางเดินอาหารซึ่งถูกดันย้อนสู่หลอดอาหาร

เครดิต: http://dynamic.psu.ac.th/kidsurgery.psu.ac.th/Pediatric%20surgery/KID/LESSON7.HTM

Save

Save

keyboard_arrow_up