เสริมทักษะความจำเพื่อใช้งานกับนิทานเรื่อง คุณช้างอยู่ไหนนะ คุณดาวทะเลอยู่ไหนนะ กันเถอะ !

 คุณช้างอยู่ที่ไหนนะ , คุณดาวทะเลอยู่ที่ไหนนะ

เรื่องและภาพ บาร์โรซ์

แปล พี่ข้าวตู

เมื่อขึ้นชื่อว่า นิทาน หลายคนคงนึกถึงหนังสือที่มีภาพและคำ รวมถึงเรื่องสนุกๆ เมื่ออ่านแล้วเกิดจินตนาการและได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับตัวละคร แต่จริงๆ  แล้ว นิทาน อาจเป็นหนังสือที่มีคำไม่เยอะมาก แต่ใช้ภาพประกอบในการเล่าเรื่องเป็นหลักก็ได้ คล้ายกับคำที่ว่า ให้ภาพเล่าเรื่อง

นิทานเรื่อง คุณช้างอยู่ไหนนะ คุณดาวทะเลอยู่ไหนนะ ก็เป็นนิทานภาพสำหรับเด็กที่ไม่ได้มีคำในการเล่าเรื่องเยอะ แต่ใช้ภาพในการเล่าเรื่องเสียมากกว่า อีกทั้งยังเล่าเรื่องกึ่งเกมอีกด้วย เพราะนิทานเรื่องนี้มีประโยคสั้นๆ เล่มละ 3 ประโยคเท่านั้น คือ

คุณช้างอยู่ที่ไหนนะ คุณนกแก้วอยู่ที่ไหนนะ คุณงูอยู่ที่ไหนนะ

คุณดาวทะเลอยู่ที่ไหนนะ คุณแมงกะพรุนอยู่ที่ไหนนะ คุณปลาการ์ตูนอยู่ที่ไหนนะ

เปิดเรื่องด้วยตัวละครเด่น 3 ตัว พร้อมคำถามว่า สัตว์ทั้ง 3 ตัวนั้นอยู่ไหน แล้วก็ให้เด็กๆ ได้มองหา เมื่อเปิดหน้าถัดไป ภาพก็เริ่มเล่าเรื่องไปพร้อมกับการได้สังเกตภาพ

เด็กๆ จะได้สังเกตและเรียนรู้เรื่องผ่านภาพอย่างชัดเจนผ่านนิทานเล่มนี้ เพราะภาพแต่ละหน้ามีความเคลื่อนไหว และมีเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหน้าสุดท้าย ซึ่งการสังเกต มองหา เชื่อมโยงและหาช้าง งู นกแก้ว ดาวทะเล แมงกะพรุน ดาวทะเลให้เจอในแต่ละหน้า เป็นการฝึกให้เด็กๆ ได้ใช้ทักษะทางพัฒนาการทาง EF อีกด้วย นั่นคือ

ใช้ทักษะความจำเพื่อใช้งาน – สังเกตและจำรูปร่าง ลักษณะของ ช้าง งู นกแก้ว ดาวทะเล แมงกะพรุน ปลาการ์ตูนเพื่อนำไปมองหาในหน้าถัดไป

ใส่ใจจดจ่อเมื่อจดจำได้แล้วก็จดจ่อในการมองหา ท่ามกลางรายละเอียดต่างๆ ของภาพ เด็กๆ จะต้องจดจ่อและแยกแยะระหว่างสิ่งที่ใช่กับสิ่งที่ไม่ใช่ สิ่งที่มองหากับสิ่งที่ส่วนประกอบอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง

มุ่งเป้าหมาย – จดจำ จดจ่อในการมองหาแล้วก็จะเจอการมุ่งสู่เป้าหมายคือ มองหาสัตว์ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละหน้าให้เจอ การกำหนดเป้าหมายนี้จะทำให้เด็กๆ รู้สึกเกิดความสนุกและรู้สึกว่าการค้นหา การจดจ่อ และการจดจำของตัวเองมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ เมื่อมองหาสิ่งที่เหล่านั้นเจอ

การอ่านนิทานให้เด็กๆ ฟัง ไม่ว่านิทานเรื่องนั้นจะมีเนื้อหามาก หรืออาจไม่มีเนื้อหาเลย ล้วนเกิดประโยชน์กับเด็กๆ ทั้งสิ้น เริ่มตั้งแต่พ่อแม่ลูกได้ใช้เวลาร่วมกัน สร้างสายสัมพันธ์ของครอบครัวให้แข็งแรง ลูกๆ ได้ใกล้ชิดพ่อแม่ ได้รับความอบอุ่นอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมทางด้านการอ่าน การเรียนรู้ภาษา และส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ได้อีกด้วย

และความพิเศษอีกหนึ่งอย่างของนิทานสองเรื่องนี้ก็คือ เป็นนิทานที่ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติ เห็นความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้เขียนเองได้แรงบันดาลใจมาจากการได้เห็นปัญหาทางธรรมชาติ คือ การตัดป่าไม้เพื่อทำไร่ และขยะในท้องทะเล  แม้ว่าเรื่องธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงจะเป็นเรื่องที่ดูยากและใหญ่ แต่นิทานเรื่องนี้กลับทำให้เรื่องยากๆ เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ด้วยการให้ภาพเล่าเรื่องอย่างสนุกสนาน ขณะที่ได้มองหาก็ได้เห็นว่าทำไม ป่าและทะเลจึงเปลี่ยนไป

keyboard_arrow_up