เรียนรู้ความแตกต่างแต่อยู่ร่วมกันได้ ผ่านนิทานเอลเมอร์กับโรส

เรียนรู้ความแตกต่างแต่อยู่ร่วมกันได้ ผ่านนิทานเอลเมอร์กับโรส

เรียนรู้ความแตกต่างแต่อยู่ร่วมกันได้ ผ่านนิทานเอลเมอร์กับโรส
เรียนรู้ความแตกต่างแต่อยู่ร่วมกันได้ ผ่านนิทานเอลเมอร์กับโรส

เชื่อไหมว่าเราทุกคนล้วนมีความน่ารักในแบบของตัวเองกันทั้งนั้น  ไม่ว่าเราจะเป็นแบบไหนก็ตาม

เอลเมอร์และวิลเบอร์ ได้เรียนรู้เรื่อง “ความน่ารัก” ของผู้อื่น ที่ “ไม่เหมือนกับตัวเอง”

และได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง

เอลเมอรกับโรส
เรื่องและภาพ เดวิด แมกคี
แปล พี่นานะ

 

เรื่องราวของ เอลเมอร์ ช้างลายตารางหลากสี กับเพื่อนของเขาที่ชื่อ วิลเบอร์ พวกเขาอาศัยอยู่ในโขลงช้าง ที่มี “สีแบบช้าง” อย่างสงบสุขและสนุกสนาน แต่แล้ววันหนึ่ง ช้างลายตารางหลากสีที่เราเห็นว่าเขา “ไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น” ก็ได้เจอเพื่อนใหม่ ที่มี “ความไม่เหมือน” และ “แตกต่าง” ไม่แพ้ตัวเขาเอง

เพื่อนใหม่ของเอลเมอร์ ชื่อ โรส  ช้างสีชมพูตัวเล็กที่มีชื่อเหมือนกับ สี ในตอนแรกเอลเมอร์รู้สึกตกใจและแปลกใจกับความ “แปลก” ของโรสอยู่ไม่น้อย (รวมถึงเพื่อนช้างตัวอื่นที่บังเอิญมาเจอโรสด้วย)

 

โรสพลัดหลงกับโขลงจนมาเจอกับคุณตาเอลโด คุณตาจึงให้เอลเมอร์และวิลเบอร์พาโรสกลับไปส่งที่โขลง  ระหว่างทางพวกเขาเล่นด้วยกัน จนกระทั่งส่งโรสถึงโขลงอย่างปลอดภัย เอลเมอร์กับวิลเบอร์จึงได้เข้าใจว่า  ที่พวกเขาบอกว่าโรส “แปลก” นั้น จริงๆ แล้วโรสไม่ได้แปลก เพราะช้างตัวอื่นๆ ในโขลงของโรสเป็น สีชมพู

เราแค่ไม่เหมือนกัน มีความแตกต่างกันไปในบางเรื่อง แต่ไม่ได้แปลว่าการที่แตกต่างกันนั้นเป็นเรื่องที่แย่

 

เอลเมอร์ทำให้เราตระหนักได้ว่า ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร  เหมือนหรือแตกต่างกับคนอื่นอย่างไร

เราทุกคนล้วนมีความน่ารัก มีความดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองกันทั้งนั้น และเราไม่ควรตัดสินคนอื่นเพียงเพราะเขาไม่เหมือนเรา เพราะจริงๆ แล้ว เราทุกคนไม่มีใครเหมือนกัน

เรื่องของเอลเมอร์กับโรส เป็นความสนุกแบบเด็กๆ เป็นความแฟนตาซีที่มีช้างลายตารางหลากสี รวมถึงมีช้างสีชมพู ให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจ เนื้อเรื่องสนุก สีสันสดใส แต่อีกนัยยะ เรื่องของเอลเมอร์และเรื่องของเอลเมอร์กับโรส สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในตนเอง ยอมรับในผู้อื่น เข้าใจในความแตกต่าง เคารพในความไม่เหมือนกันระหว่างตนเองและผู้อื่น ซึ่งความเข้าใจในเรื่องนี้นั้น อาจเป็นเรื่องที่อธิบายให้เด็กๆ เข้าใจได้ยาก รวมถึงต้องอาศัยเวลาให้เด็กๆ ได้เข้าใจสักหน่อย แต่เอลเมอร์ได้ทำให้เห็นผ่านเรื่องง่ายๆ และเห็นภาพชัดเจน นั่นคือ ระหว่างสังคมของช้างที่มีสีแบบช้างและสังคมของช้างที่เป็นสีชมพู รวมถึงช้างที่มีลวดลายอย่างเอลเมอร์ ต่างอยู่ร่วมกันได้ หากเราเคารพในตัวเองและผู้อื่นมากพอ

 

 

นอกจากนั้นเรื่อง เอลเมอร์กับโรส ยังสะท้อนให้เห็นภาพของการเติบโตอีกขั้น  จากที่เอลเมอร์อยู่ในสังคมเดิม คืออยู่กับช้างโขลงที่มีสีแบบช้าง มีเพื่อนสัตว์ตัวอื่นๆ แต่เมื่อได้เจอกับโรส เอลเมอร์กับวิลเบอร์จึงได้รู้ว่า โลกนี้ไม่ได้มีแค่ช้างที่เป็นสีช้าง หรือช้างลายตารางหลากสีเท่านั้น แต่ยังมีช้างสีชมพูอีกด้วย เป็นการบอกเด็กๆ ว่า ในสังคมนี้ ไม่ได้มีคนแบบที่เราเห็น ไม่ใช่มีแค่ตัวเรา แต่ยังมีสังคมแบบอื่นและคนอื่นๆ อยู่ด้วย

ซึ่งความไม่เหมือนของทุกคนนั้น ล้วนเป็นความแตกต่างและมีความดีงามกันไปคนละอย่าง การที่เขาไม่เหมือนเรา ไม่ได้แปลว่าเขาแปลก และไม่ได้แปลว่าเขาไม่น่ารัก เหมือนที่เอลเมอร์ได้บอกไว้ว่า

“พวกเขาน่ารักทุกตัว ไม่ว่าจะแปลกหรือไม่แปลก”

 

เอลเมอร์กับโรส
เขียน : เดวิด แมกคี
แปล : พี่นานะ
ราคา 245 บาท
สนใจสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ amarinbooks

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up