ลูกพร้อม ‘เรียนเสริม’ แล้วหรือยัง?

คุณพ่อคุณแม่ก็ชักมองเห็น ‘แวว’ ของลูกคนเก่งขึ้นมาเสียแล้ว แบบนี้ต้องสนับสนุนกันหน่อยใช่ไหม? แต่เอ..แบบนี้ถ้าจะส่งลูกไปเข้าคอร์สเรียนให้เป็นเรื่องเป็นราวจะเร็วไปไหมนะ?

 
เด็กวัยก่อนเรียนจะพร้อมสำหรับการเรียนรู้แบบจริงจังแล้วหรือยัง ลองมาเช็คดูให้แน่กันไปเลยดีกว่านะ

 
ใครอยากเรียนกันแน่หนอ?

 
ถามลูกก่อนว่า “หนูอยากเรียน….หรือเปล่าลูก?” ถ้าแกสนใจเองอยู่แล้วละก็ผ่านฉลุยค่ะ ลูกจะสนุกกับการเรียนแน่ๆ แต่ถ้าเรื่องเรียนเสริมนี่เป็นไอเดียเริ่มต้นของคุณพ่อคุณแม่ สงสัยต้องทำใจเผื่อไว้หน่อย เพราะด้วยวัยขนาดนี้ เขาคงให้ความร่วมมือได้ไม่เต็มที่นักหรอกนะ

 
ลูกฟังคำสั่งคนอื่นนอกจากคุณได้หรือเปล่า?

 
ถ้าลูกเคยมีพี่เลี้ยง หรือว่ามีผู้ใหญ่คนอื่นช่วยดูแลมาก่อนแล้ว ก็น่าจะไม่มีปัญหาในการเชื่อฟังคุณครู แต่ถ้าลูกเคยชินแต่การถูกพ่อแม่สอน ควรจะเลือกคอร์สแบบสบายๆ ไม่จริงจังเคร่งเครียด เรียนไปเล่นไป น่าจะเหมาะกว่า อย่าลืมบอกลูกไว้ตั้งแต่แรกว่า ถึงจะเล่นได้ แต่ก็ต้องตั้งใจเรียนด้วยนะจ๊ะลูก

 
ต้องรู้จักการแบ่งปัน

 
ในชั้นเรียน ความสนใจของคุณครูต้องถูกดึงไปทางโน้นทางนี้ ลูกจะยอมได้ไหม ถ้าต้องแบ่งความสนใจของผู้ใหญ่กับเด็กอื่นๆ อีกหลายคน? เขารู้จักเรียกร้องความสนใจและอดทนรอคอยไปพร้อมๆ กันได้หรือเปล่า? ถ้าลูกของคุณยังไม่คุ้นชินกับทักษะนี้ละก็ ในช่วงแรก ลองเลือกห้องเรียนเล็กๆ หรือให้เรียนแบบตัวต่อตัวกับคุณครูไปก่อนดีกว่า

 
ระยะความสนใจของลูกยาวนานแค่ไหน?

 
เด็กก่อนวัยเรียน เป็นวัยที่ยังไม่อาจจดจ่อกับอะไรได้นานๆ คุณครูผู้สอนเด็กเล็กที่เข้าใจเรื่องนี้จะวางแผนจัดเวลาไว้ให้เหมาะสม คือ ประมาณ 15 นาที ต่อกิจกรรมหนึ่งอย่าง หรือถ้าเรียนแบบตัวต่อตัว เวลาเรียนอาจมากกว่านั้นได้นิดหน่อย

 
วันๆ หนึ่งหนูก็ทำอะไรเยอะแยะเหมือนกันน๊า

 
บางทีลูกๆ อาจได้เรียนบทเรียนเดียวกันนี้มาจากโรงเรียนอนุบาล (อย่างเช่น วิชาว่ายน้ำ หรือ ชั่วโมงศิลปะ) ถ้าวันๆ หนึ่งเจ้าตัวน้อยมีตารางกิจกรรมแน่นเอี้ยดอยู่แล้ว การเรียนพิเศษก็อาจเลื่อนเป็นแผนการระยะยาวไปน่าจะดีกว่านะคะ

 

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

keyboard_arrow_up