เบบี๋แพ้นมวัว

เนื่องจากทารกมีข้อจำกัดของระบบการย่อย ระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้ยังไม่แข็งแรงระบบน้ำย่อยยังไม่สมบูรณ์ และเซลล์เยื่อบุทางเดินอาหารยังอยู่กันห่างๆ เมื่อได้รับนมวัวเข้าสู่ร่างกาย โปรตีนแปลกปลอมของนมวัวจึงมีโอกาสเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดไปกระตุ้นให้ร่างกายของทารกสร้างภูมิต่อต้านชนิดผิดปกติซึ่งจะไวต่อสารก่อภูมิแพ้ประเภทอื่นอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในอากาศ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น ซากแมลงสาบเกสรหญ้าหรือดอกไม้ รังแคหมา – แมว – นกหรือสารก่อแพ้จากการกิน เช่น นมวัว ถั่ว ไข่หรืออาหารทะเล ต่อมาหากมีการได้รับนมวัวหรือสารก่อภูมิแพ้เข้าไปอีก ภูมิต่อต้านจะทำปฏิกิริยาทันที เกิดเป็นอาการเจ็บป่วยได้หลายรูปแบบ เช่น

 
• ระบบผิวหนัง เป็นผื่นเม็ดเล็กคล้ายเม็ดทรายหยาบๆ บนตัวเด็ก มีอาการคัน หรือเป็นผื่นลมพิษ

 
• ระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ขยี้ตา ขยี้จมูกน้ำมูกไหล เลือดกำเดาไหล อ้าปากหายใจนอนกรน หายใจเสียงดังวี้ดหรือหอบหืดไอเรื้อรัง ไซนัสอักเสบทำให้เป็นหวัดบ่อยต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์อักเสบ

 
• ระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ อาเจียน (เช่นกรณีลูกของคุณแม่ที่เป็นเจ้าของคำถาม)ท้องเสีย อาจถ่ายบ่อยหรือเป็นมูกเลือดท้องผูก แหวะนม ท้องอืด ปวดท้องร้องกวนโคลิก นอนน้อย เลี้ยงไม่โตเพราะลำไส้ไม่ดูดซึมอาหาร ไม่ชอบกินนมหรือกินนมยาก

 
• ระบบอื่นๆ เช่น อาการช็อกรุนแรงปากบวม หน้าบวม ตัวเขียว หายใจลำบาก ความดันตก จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

 
• อาจสัมพันธ์กับโรคบางอย่าง เช่น โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือด คงต้องรอผลการศึกษาวิจัยถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวเพิ่มเติม

 
ผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว หากมีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว หรือมีประวัติว่ามารดาดื่มนมวัวขณะตั้งครรภ์ เมื่อได้รับคำแนะนำให้หยุดดื่มนมวัวและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวัวแล้ว พบว่าอาการดีขึ้นทุกคนมีคำถามว่า แล้วเมื่อไรจะกลับมาดื่มนมวัวได้อีก คำตอบคือ ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงต่อไป เพราะถึงแม้ว่าอาการอาเจียนอาจไม่กลับมาเป็นอีกเมื่อดื่มนมวัว แต่จะเปลี่ยนระบบไปเป็นปัญหาทางระบบทางเดินหายใจคือจะเป็นหวัดบ่อยๆ เมื่อเข้าโรงเรียน จึงควรหาอาหารที่มีแคลเซียมสูงจากปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้งป่น ผัก ถั่วเมล็ดแห้งธัญพืช และงาดำมาทดแทน

 
ส่วนความเชื่อที่ว่า การดื่มนมวัวทำให้ร่างกายของเด็กสูงใหญ่เหมือนฝรั่ง ก็ไม่เป็นความจริง เพราะความสูงนั้นมีกรรมพันธุ์เป็นตัวกำหนดหลัก ภาวะโภชนาการที่เหมาะสมคือ โปรตีนและแคลเซียมที่พอเพียง (แต่ไม่ต้องมากเกินไป เพราะอะไรที่มากเกินไปไม่ดีทั้งนั้น) การมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยบ่อย (เพราะการป่วยแต่ละครั้งจะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก) การออกกำลังกาย และการนอนหลับพักผ่อนที่มีคุณภาพ จะช่วยให้เด็กเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

 
แล้วก็ไม่ต้องกังวลว่า หากไม่ได้ดื่มนมวัวผงที่ทำมาสำหรับแม่ตั้งครรภ์แล้วจะไม่ได้รับสารจำเป็นบางอย่างที่โฆษณาว่าจำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ เพราะว่าสารสำคัญเหล่านั้นล้วนแต่เป็นของสังเคราะห์ ประโยชน์ไม่เท่ากับที่มีอยู่ในธรรมชาติ เช่น ดีเอชเอควรกินจากปลา เมล็ดธัญพืช สาหร่ายอะโวคาโด ส่วนสารโฟลิกควรกินจากผักนานาชนิด

 
ผู้หญิงตั้งครรภ์ รวมถึงพวกเราทุกคนควรกินอาหารที่ธรรมชาติกำหนดมา คำถามคือ นมวัวเป็นอาหารที่ธรรมชาติกำหนดให้มนุษย์กินหรือไม่

 
กล่าวโดยสรุปคือ การไม่ดื่มนมวัวไม่ได้ทำให้ร่างกายเสียประโยชน์แต่อย่างใด แต่ตรงกันข้าม คืออาจทำให้สุขภาพแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

keyboard_arrow_up