10-12 ปี เข้าครัวได้ เลือกอาหารเป็น

ในปัจจุบันนี้มีหลายรายการทางโทรทัศน์ที่จัดให้เด็กแข่งขันทำอาหารเรื่องอาหารเป็นพื้นฐานชีวิต ถ้าเด็กเลือกอาหารเป็น ก็จะทำให้ร่างกายได้พัฒนาเติบโตสมวัย นำไปสู่พัฒนาการด้านอื่นๆ อันเป็นทักษะต่อยอดการเรียนรู้อย่างเต็มที่

เลือกอาหารเป็น ร่างกายแข็งแรง

เราฝึกลูกเข้าครัวได้ตั้งแต่ยังเล็ก แต่วัยนี้เราสอนให้เขาเลือกซื้อวัตถุดิบ และปรุงรสเพิ่มเติมได้ด้วย เขาจะได้รู้ว่ากว่าอาหารจะมาถึงเรานั้นต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง ทักษะเหล่านี้ช่วยส่งเสริมให้เขาเลือกรับประทานอาหารเป็น และทำให้เด็กแยกลักษณะและรสชาติที่ผิดเพี้ยนไปของอาหารได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเขาเจอน้ำซุปที่หนืดข้นจนเกินไป ก็จะรู้ได้ว่ามันเริ่มบูด เสีย หรือเจอเนื้อสัตว์ที่มีสีคล้ำเกิดจากความไม่สด ซึ่งไม่ได้มาจากกรรมวิธีการปรุง อีกทั้งเมื่อเขาได้เลือกวัตถุดิบเอง ก็จะทราบว่าอะไรที่มันไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เด็กก็จะรู้จักปฏิเสธอาหารที่ไม่ปลอดภัยได้

การทำอาหาร – พัฒนาทักษะความฉลาดครบ 3 ด้าน

1. พัฒนาการทางร่างกาย

เด็กที่ได้กินอาหารดี ร่างกายย่อมมีประสิทธิภาพแข็งแรง พร้อมสำหรับการเล่นและการเรียน และการเก็บล้างก็สร้างความคล่องแคล่ว การทำอาหารจึงเป็นกิจกรรมที่สร้างความคล่องตัวได้อย่างดี

2. พัฒนาการทางสติปัญญา

ขณะทำอาหาร ย่อมเกิดคำศัพท์มากมาย ส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและถ้าพ่อแม่ชวนลูกพูดคุย เช่น “วันนี้ลูกทำเมนูอะไรจ๊ะ ทำไมถึงใช้ไฟอ่อนๆ ก่อนทอดล่ะ ถ้าไม่แน่ใจให้แม่ช่วยไหม?” เด็กจะเกิดทักษะการสื่อสาร รู้จักสังเกตและแก้ปัญหาตลอดเวลา เป็นกิจกรรมลับสมองที่สนุกไม่เบาเลยค่ะ

3. พัฒนาการทางสังคม

เพราะธรรมชาติของอาหารไม่ได้สุกทันทีที่ลงกระทะ เด็กต้องรู้จักอดทนรอคอย กว่าจะเป็นเมนูที่อร่อยก็ต้องผ่านการปรุงแต่ง ทั้งลองชิมและแก้รสไปด้วย แล้วถ้าคนชิมบอกว่ามันไม่อร่อย เด็กก็ต้องรู้จักวิธีแสดงออก เพื่อแก้ไขต่อไป เหล่านี้เป็นทักษะทางสังคมที่ต่อยอดได้ถึงวัยผู้ใหญ่

ว่าแล้วเรามาเตรียมครัวให้ลูกโตกันเถอะค่ะ

 

จากคอลัมน์ Ages 10-12 นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนกันยายน 2558

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นพ. พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ : Shutterstock

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up