ปวดท้องบอกโรค

ปวดท้องบอกโรค กับ 7 ตำแหน่งทั่วท้องที่ต้องระวัง!

ปวดท้องบอกโรค
ปวดท้องบอกโรค

7 อาหารช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

คุณแม่ หรือสาวๆ คนไหนที่มีอาการปวดประจำเดือนแต่ไม่ได้รุนแรงมากจนทนไม่ไหว ปวดแบบปกติ ลองมาปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมในเรื่องการทานอาหารที่ช่วยลดและบรรเทาอาการปวดประจำเดือนลงได้ แนะนำให้ทานเป็นประจำโดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือนในแต่ละรอบเดือนค่ะ

1. ผักปวยเล้ง

อุดมไปด้วย วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี เหล็ก โฟเลต ฟอสฟอรัส และมีแมกนีเซียม ที่จะช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้เป็นอย่างดี

2. ผัก ผลไม้ที่มีไฟเบอร์

ใครไม่ชอบทานผัก ผลไม้ คงต้องเปลี่ยนใจแล้วค่ะ ยิ่งกับคนที่ชอบมีอาการปวดประจำเดือนยิ่งต้องทานผัก ผลไม้ให้มากขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะกับ ผัก ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงๆ  มีวิตามินซี แนะนำให้ทานเป็นประจำทุกวัน เพราะจะช่วยลดความเครียด และอาการปวดเกร็งต่างๆ ในช่วงที่มีประจำเดือนได้ดีมากๆ ค่ะ

3. ปลาทะเล

ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ฯลฯ  จะอุดมไปด้วยกรด EPA และ DHA ที่ช่วยลดอาการบวมน้ำ และลดอาการปวดเกร็งในช่องท้องจากมดลูกบีบตัว แนะนำให้ทานปลาทะเลทุกวันในช่วงที่มีประจำเดือนนะคะ

4. ตังกุย

ช่วงก่อนมีประจำเดือนให้ดื่มตังกุยสัก 1-2 สัปดาห์ ดื่มวันละแก้วเล็กๆ ก็พอค่ะ ตังกุยจะช่วยขยายหลอดเลือดป้องกันการบีบเกร็งของหลอดเลือด สามารถช่วยป้องกันอาการปวดประจำเดือนได้ค่ะ

5. น้ำขิง

สาวๆ ที่ชอบปวดประจำเดือนต้องมีขิงติดครัวไว้ค่ะ จะเป็นผงขิงแบบซองชงน้ำร้อนก็ได้สะดวกดี  ในขิงจะมีโพแทสเซียมสูง ที่ช่วยในเรื่องลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้ดี  ช่วงมีประจำเดือน 1-2 วันแรก ลองดื่มน้ำขิงอุ่นๆ กันค่ะช่วยได้

6. น้ำอุ่น

การดื่มน้ำอุ่นในวันที่มีประจำเดือนดีต่อร่างกายมากค่ะ  เพราะการดื่มน้ำอุ่นจะช่วยทำให้ระบบเลือดไหลเวียนภายในร่างกายได้ดี สามารถบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ดีมาก ฉะนั้นควรเปลี่ยนจากดื่มน้ำเย็นมาดื่มน้ำอุ่นในช่วงมีประจำเดือนกันนะคะ

7. ถั่วแระญี่ปุ่น

กินอร่อยเพลินดีค่ะ แต่รู้ไหมว่าในถั่วแระญี่ปุ่นนั้นอุดมด้วยแร่ธาตุแมกนีเซียม ที่ช่วยบรรเทาและลดอาการท้องอืด ปวดท้องจากการมีประจำเดือนได้ดีด้วยค่ะ

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ดังนั้นแนะนำว่าทุกคนในครอบครัวควรหมั่นตรวจเช็กสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง แต่ระหว่างนี้ให้ออกกำลังกายเป็นประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้ก็จะช่วยให้ทั้งเด็กๆ และทุกคนมีสุขภาพที่ดีได้แล้วค่ะ …ด้วยความใส่ใจและห่วงใย

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อบทความเรื่องอื่นที่น่าสนใจคลิก

ลูกปวดท้อง อย่านิ่งนอนใจ! 4 โรคร้ายที่อาจแอบแฝง
5 วิธีแก้ปัญหา ลูกท้องอืดท้องเฟ้อ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
1แพทย์หญิงสกุณี กระกูลสุขสถิตย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย. www.chulalongkornhospital.go.th

keyboard_arrow_up