ข้าวเพื่อสุขภาพ

คนท้องกินข้าวแบบไหนดี 6 ข้าวเพื่อสุขภาพ บำรุงครรภ์แม่ ดูแลลูกแข็งแรงตั้งแต่ในท้อง

ข้าวเพื่อสุขภาพ
ข้าวเพื่อสุขภาพ

“ข้าว” นับเป็นอาหารหลักในแต่ละมื้อที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะรับประทานควบคู่ไปกับเมนูอาหารต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนบำรุงสุขภาพตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งในปัจจุบันมีข้าวเพื่อสุขภาพ หลายพันธุ์ที่ถูกปลูกขึ้นมา ชนิดของข้าวแต่ละชนิดต่างก็มีคุณค่าทางโภชนาการ คนท้องกินข้าวแบบไหนดี ที่จะได้รับคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์หลากหลายต่อตัวเองและลูกในท้อง มาดูกันค่ะ

คนท้องกินข้าวแบบไหนดี 6 ข้าวเพื่อสุขภาพ
บำรุงครรภ์แม่ ดูแลลูกแข็งแรงตั้งแต่ในท้อง

ข้าวเพื่อสุขภาพ คือ ข้าวที่ไม่ได้ผ่านการขัดสี ส่วนใหญ่จะมีสีเข้ม สีแดงและสีดำบ้าง ที่ล้วนเป็นแหล่งสะสมสารอาหาร คงคุณค่าของวิตามินและกากใยไว้สูง ทั้งยังเป็นยาป้องกันรักษาโรคชั้นเยี่ยม และให้คุณค่าทางโภชนาการมากกว่าข้าวขาวราว 2-3 เท่า จึงเป็นที่นิยมรับประทานเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มากขึ้น

ข้าวกล้อง

1.ข้าวกล้อง (Brown Rice)

ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ถือเป็นหนึ่งในอาหารกลุ่มให้พลังงาน มีสีน้ำตาลอมแดง เป็นข้าวเพื่อสุขภาพที่ไม่ผ่านการขัดสีโดยที่สีเอาแค่เปลือกออก และยังมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวอยู่ ทำให้มีคุณค่าและสารอาหารที่มีประโยชน์มาก เนื่องจากข้าวกล้องมีใยอาหารเหลืออยู่มากกว่าข้าวที่ถูกขัดสีราว 3 เท่า การรับประทานข้าวกล้องจึงส่งผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์และสุขภาพคุณแม่มากมาย

ประโยชน์จากข้าวกล้อง

  • ป้องกันโรคเหน็บชาและอาการตะคริวในขณะตั้งครรภ์ ในข้าวกล้องมีวิตามินบี 1 และ บี 2 เมื่อรับประทานข้าวกล้องเป็นประจำ วิตามิน B 1 จะช่วยป้องกันโรคเหน็บชาและอาการตะคริวซึ่งเป็นอาการที่คุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 90% ต้องเผชิญ ทั้งยังป้องกันการเกิดปากนกกระจอก และป้องกันอาการอ่อนเพลีย อาการปวดกล้ามเนื้อต่าง ๆ  ได้อีกทางด้วย
  • ช่วยป้องกันท้องผูก การรับประทานข้าวกล้องทุกวันจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เนื่องจากในข้าวกล้องมีเส้นใยอาหารสูงมากกว่าข้าวขาวขัดสีถึง3 เท่า จึงช่วยในเรื่องของอาการท้องผูกของแม่ท้องได้เป็นอย่างดี
  • ป้องกันภาวะโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ ในข้าวกล้องมีธาตุเหล็กมากเป็น 2 เท่าและทองแดงที่ช่วยเสริมการสร้างเม็ดเลือด การรับประทานขาวกล้องเป็นประจำจึงมีส่วนช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้
  • ช่วยในการเจริญเติบโตของเหงือกและฟัน ในข้าวกล้อง 100 กรัม มีฟอสฟอรัสอยู่มากถึง 267 มิลลิกรัม จึงสามารถช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟันและเส้นผมได้ ทั้งยังมีแคลเซียมที่แม่ท้องควรได้รับ ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง
  • ช่วยควบคุมน้ำหนัก ในข้าวกล้องมีปริมาณแป้งน้อยกว่าขาวข้าว และมีไขมันที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เป็นไขมันดีที่ไม่มีคอเลสเตอรอล ถ้ากินในปริมาณที่พอดีก็จะอิ่มท้องได้นาน ช่วยคุณแม่ควบคุมน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วน และยังได้รับสารอาหารต่าง ๆ ในข้าวกล้อง มีผลทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์สุขภาพร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิตดี ไม่เครียด

นอกจากนี้ในข้าวกล้องยังอุดมไปด้วยวิตามินรวมกว่า 20 ชนิดและแร่ธาตุต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งเกลือแร่ โปรตีนมากกว่า 20-30% ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยเสริมสร้างร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอ หากได้รับประทานเป็นประจำก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพ สำหรับคุณแม่ที่กำลังมองข้าวกล้องเป็นตัวช่วย ในมื้อแรกอาจจะกินแล้วรู้สึกกรุบ ๆ เล็กน้อย ไม่นุ่มเหมือนข้าวขาว เนื่องจากเยื้อหุ้มเมล็ดที่ยังคงอยู่ แนะนำให้หุงผสมกับข้าวขาวไปก่อนแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องล้วนดูค่ะ

2.ข้าวกล้องงอก (Germinated brown rice หรือ GABA-rice)

ข้าวกล้องงอก เป็นการนำข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือมาผ่านกระบวนการงอกด้วยการนำข้าวกล้องมาแช่น้ำจนมีรากงอกออกมา ซึ่งโดยปกติแล้ว ในตัวข้าวกล้องเองประกอบด้วยสารอาหารจำนวนมาก เช่น ใยอาหาร กรดไฟติก (Phytic acid) วิตามินซี วิตามินอี และ GABA (gamma aminobutyric acid) เมื่อนำข้าวกล้องมาแช่น้ำเพื่อทำให้งอก จะทำให้ข้าวกล้องมีสารอาหารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสารกาบาที่มีมากกว่าข้าวกล้องปกติ 15 เท่า การรับประทานข้าวกล้องงอกนอกจากจะทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ประโยชน์จากการที่มีจำนวนสารอาหารที่สูงขึ้นแล้ว คุณแม่ยังได้ทานข้าวหุงสุกที่นุ่ม สามารถหุงได้โดยไม่ต้องผสมกับข้าวขาว ทำให้รับประทานง่ายกว่าข้าวกล้องปกติ

ประโยชน์ของข้าวกล้องงอก

การงอกของจมูกข้าวเปรียบได้กับการสร้างสเต็มเซลล์ ข้าวกล้องงอกจึงได้สารอาหารเพิ่มขึ้น และสารสำคัญอย่าง Gaba หรือ Gamma aminobutyric acid ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อาทิเช่น ช่วยบำรุงสมองและประสาท ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ลดความดันโลหิต ปกป้องต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เป็นต้น ทำหน้าที่รักษาสมดุลในสมอง ช่วยทำให้สมองผ่อนคลาย ไม่เครียดและนอนหลับสบายได้ดี อีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นต่อมไร้ท่อซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ และทำให้ผิวพรรณดี ป้องกันการสะสมไขมันจึงช่วยสำหรับในการควบคุมน้ำหนักตัวในขณะตั้งครรภ์ได้

ข้าวมันปู
ข้าวมันปู

3.ข้าวมันปู 

ข้าวมันปู เป็นข้าวพันธุ์หนึ่งที่มีเยื่อหุ้มเปลือกข้าวเป็นสีแดงแบบสีมันปู มีการเทียบสารอาหารพบว่าให้คุณประโยชน์สูงกว่าข้าวขัดสีขาว มีไขมันในปริมาณเดียวกับข้าวกล้อง และมีสารเคโรทีนที่จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกายสูงกว่าข้าวขัดสี สารอาหารที่มีอยู่ในข้าวมันปูหรือข้าวแดงในปริมาณสูง ได้แก่ แป้ง ไขมัน โปรตีน ฟอสฟอรัส ทองแดง วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และบี 3 วิตามินซี และธาตุเหล็กในปริมาณที่สูงมาก เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีภาวะโลหิตจาง และยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย แต่เนื่องจากข้าวชนิดนี้ย่อยยาก คุณแม่ตั้งครรภ์อาจจะนำมาหุงเป็นข้าวต้มเพื่อให้ได้ความเหนียวนุ่มน่ารับประทาน หรือนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูอย่าง ข้าวผัดหรือข้าวอบต่าง ๆ ที่จะให้รสชาติความหวานมากกว่าข้าวขาวธรรมดา

ประโยชนของข้าวมันปู

สารอาหารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในข้าวมันปู มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันโรคแขนขาไม่มีกำลัง ป้องกันโรคเหน็บชา รักษาอาการมือเท้าบวม ป้องกันโรคนอนไม่หลับ รักษาระบบย่อยอาหารที่ไม่ปกติ มีลมในท้องและลำไส้ ช่วยบำรุงระบบประสาท ช่วยในการไหลเวียนของโลหิตภายในร่างกาย  ช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลในเลือด

4.ข้าวหอมนิล (Non-Glutinous Jasmine Black Rice)

ข้าวหอมนิลหรือข้าวสีนิล เป็นข้าวที่มีสีดำไม่ได้มีการย้อมสีใดๆ ทั้งสิ้น มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และให้คุณประโยชน์บางอย่างมากกว่าข้าวสีอื่น เมื่อเทียบกับข้าวทั่วไปแล้ว ข้าวหอมนิลมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากกว่าถึง 7 เท่าเลยทีเดียว จัดเป็นข้าวที่มีโปรตีนสูง และอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไว้อย่างครบถ้วน อาทิ รวมสารวิตามินบีครบ วิตามินอี โปรตีน เกลือแร่ แคลเซียม สังกะสี เส้นใยอาหาร กรดไขมันไม่อิ่มตัว โอเมก้า 3 ฟอสฟอรัส มีสารต้านอนุมูลอิสระ แอนโทไซยานิน และธาตุเหล็กที่มีอยู่ในข้าวหอมนิลมากกว่าข้าวกล้องทั่วไปถึง 30 เท่า

ประโยชน์ข้าวหอมนิล

  • ในข้าวหอมนิลมีธาตุเหล็กสูง ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ในการบำรุงโลหิตได้ทันที
  • ป้องกันอาการเหน็บชาและตะคริว
  • ป้องกันโรคปากนกกระจอก
  • ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการอ่อนเพลีย แขน ขาไม่มีแรง ปวดกล้ามเนื้อ ช่วยบำรุงสมองและทำให้เจริญอาหาร
  • ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน
  • ป้องกันภาวะโลหิตจาง ป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับคุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์
  • ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายไหลลื่น ช่วยป้องกันอาการท้องผูกระหว่างตั้งครรภ์และช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
  • ช่วยในการบำรุงสมองและกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท พร้อมเสริมสร้างความจำให้ดียิ่งขึ้น
  • ในข้าวหอมนิลมีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ดีกว่าผลไม้ตระกูลเบอรี่ถึง 3 เท่า
  • สารแอนโทไซยานิน และไบโอฟราโวนอย (Bioflavonoids ในเมล็ดข้าวมีส่วนช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด ช่วยซับไขมัน ลดระดับคลอเรสเตอรอล ป้องกันไขมันไปสะสมในเส้นเลือด
  • ป้องกันภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์
ข้าวไรซ์เบอร์รี่
ข้าวไรซ์เบอร์รี่

5.ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (Riceberry)

ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นข้าวที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลซึ่งเป็นสายพันธุ์พ่อกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นสายพันธุ์แม่ทำให้ได้ลักษณะที่ดีและอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ ข้าวไรส์เบอร์รี่มี ลักษณะของเมล็ดข้าวโดดเด่นจากข้าวชนิดอื่น ๆ อย่างชัดเจน มีความเรียวยาว ผิวมันวาว สีม่วงเข้ม เมื่อนำไปหุงสุกจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรสชาติหวานกลมกล่อมมากกว่าข้าวชนิดอื่น เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม อร่อย ทานง่ายมีเส้นใยค่อนข้างเยอะจึงทำให้อิ่มท้องได้นาน จัดว่าเป็นพันธุ์ข้าวเพื่อสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมที่สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากในข้าวไรซ์เบอรี่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญต่อร่างกายมากมาย เช่น โอเมก้า 3 ธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก วิตามินอี บี เบต้าแคโรทีน ลูทีน โพลิฟีนอล แทนนิน แกมมาโอไรซานอล ไฟเบอร์  ฯลฯ ที่ให้ประโยชน์มากมาย

ประโยชน์ของข้าวไรซ์เบอรี่

  • ป้องกันโรคปากแหว่งเพดานโหว่ในทารก ช่วยให้ทารกในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง เพราะในข้าวไรซ์เบอรี่มีสารโฟเลตที่มีหน้าที่สำคัญในการสร้างสารพันธุกรรมของมนุษย์หรือ DNA/RNA สามารถป้องกันโรคปากแหว่งเพดานโหว่ได้ และทำงานร่วมกับวิตามินบี 12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์ จึงช่วยป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์เป็นโรคหัวใจหรือแขนขาพิการแต่กำเนิด
  • เสริมสร้างกระดูกแข็งแรง ข้าวไรซ์เบอรี่มีแคลเซียมสูง ที่ช่วยบำรุงให้ลูกน้อยในครรภ์สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและเสริมสร้างความแข็งแรงของมวลกระดูกของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์
  • ลดภาวะโลหิตจาง ในข้าวไรซ์เบอรี่มีธาตุเหล็กสูง เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง และเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ออกซิเจนในร่างกายและสมอง หากรับประทานข้าวไรซ์เบอรี่เป็นประจำ จะช่วยในการบำรุงโลหิตและบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ลดภาวะโลหิตจางในขณะตั้งครรภ์
  • ไม่ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ เนื่องจากในข้าวไรซ์เบอรี่มีดัชนี้น้ำตาลที่ต่ำกว่าข้าวทั่วไป มีคุณสมบัติช่วยควบคุมน้ำตาลและน้ำหนักได้ จึงช่วยให้คุณแม่ควบคุมน้ำหนักที่ทำไม่ให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือภาวะเบาหวานและโรคอ้วนขณะตั้งครรภ์
  • ลดอาการท้องผูก ข้าวไรซ์เบอร์รี่มีเส้นใยอาหารที่จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือดไม่ให้สูงจนเกินไป และช่วยในการขับถ่ายได้ดีขึ้น ซึ่งสามารถช่วยลดอาการท้องผูกของแม่ท้องได้อีกด้วย
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง สีม่วงเข้มที่พบในข้าวไรซ์เบอรี่ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติคือสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารสีที่สามารถละลายน้ำได้ดี จัดอยู่ในกลุ่มของฟลาโวนอยด์หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ สารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ เบต้าแคโรทีน ลูทีน แกมมาโอไรซานอล วิตามินอี แทนนิน สังกะสี เหล่านี้จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ ทำให้ปอดทำงานดีขึ้น ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม บำรุงการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงตา ลดระดับคอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเป็นปกติ ลดอัตราเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สมองเสื่อม เป็นต้น
  • โอเมก้า 3 มีประโยชน์ต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง ตับและระบบประสาท ทั้งยังลดระดับคอเลสเตอรอล
  • วิตามินอี ช่วยบำรุงผิวพรรณคุณแม่ที่มีปัญหาหมองคล้ำลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอาร์โมนขณะตั้งครรภ์ให้ดูสดใส กระจ่างใสเปล่งปลั่งขึ้น

6.จมูกข้าว

โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะคุ้นเคยกับ “เมล็ดข้าว” แต่ส่วนสำคัญที่มีประโยชน์ของข้าวอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ในเมล็ดข้าวทุกพันธุ์นั่นก็คือ “จมูกข้าว” ซึ่งเป็นติ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ส่วนปลายของเมล็ดข้าวค่อนไปด้านข้าง เป็นส่วนที่จะงอกออกไปเป็นต้นใหม่ จมูกข้าวเป็นอีกส่วนหนึ่งของข้าวที่มีคุณค่างทางอาหารสูงและสารอาหารครบถ้วน โดยหากรับประทานข้าวที่ไม่มีจมูกข้าวปนอยู่ (ข้าวขาว) จะได้เพียงคาร์โบไฮเดรต ซึ่งถือว่าได้สารอาหารน้อยมากเมื่อเทียบกับข้าวกล้องที่ยังมีจมูกข้าวเหลืออยู่ สำหรับคนรักสุขภาพหรือคุณแม่ท้องที่เห็นความสำคัญของการรับประทานจมูกข้าว ก็จะรู้ว่าจมูกข้าวนั้นก็ให้ประโยชน์และสารอาหารสำคัญไม่น้อย

ประโยชน์ของจมูกข้าว

  • ลดคอเลสเตอรอลและไตรกรีเซอร์ไรด์ในร่างกายการรับประทานจมูกข้าวที่มีสาร Gamma Oryzanol ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และมีประสิทธิภาพในการเพิ่มระดับไขมันชนิดดี ให้กับร่างกาย ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลและไตรกลีเซอไรด์ มีผลโดยตรงในการป้องกันโรคหัวใจและโรคที่เป็นผลมาจากหลอดเลือดตีบตัน เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หัวใจวาย เป็นต้น
  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น รักษาสุขภาพลำไส้ใหญ่ ป้องกันมะเร็งลำไส้ เพราะอุดมด้วยเส้นใยอาหาร
  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านทานความเสื่อมของร่างกายได้เป็นอย่างดีทำให้ไม่เจ็บป่วยง่าย จมูกข้าวถือเป็นส่วนของข้าวที่มีสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไขมันชนิดดี วิตามินต่างๆ ทั้ง วิตามินA B E D นอกจากนั้นยังมีโอเมก้า 3-6-9 และแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย โดยสารอาหารเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยชั้นเยี่ยมในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ให้กับร่างกาย การรับประทานจมูกข้าวเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้
  • ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ทั้งโอเมกา 6 และวิตามินบีรวม ที่มีในจมูกข้าวเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยพัฒนาสมองและช่วยให้สมองปลอดโปร่ง แม่ท้องกินดีก็ส่งผลต่อพัฒนาการดี ๆ ของลูกในท้องด้วย
  • นอกจากนี้ในจมูกข้าวนั้นยังมีโปรตีนประมาณร้อยละ 7 ไขมันไม่อิ่มตัวร้อยละ 6 รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น วิตามินบี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินอี แคลเซียม แมกนีเซียม กากใยอาหาร เหล็ก ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายแม่ท้องเป็นอย่างมาก

จะเห็นได้ว่า “ข้าวเพื่อสุขภาพ” มีหลากหลายชนิดและมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายที่ในระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่สามารถหาซื้อมาหุงรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมควบคู่ไปกับเมนูอาหารคนท้องเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพแม่เองและพัฒนาการดี ๆ ต่อลูกน้อยในครรภ์นะคะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.wongnai.com2845goodriceswww.ricedee.com

อ่านบทความอื่นที่น่าสนใจ :

แจกสูตร 12 เมนูอาหารง่ายๆ สำหรับแม่ทำกับข้าวไม่เก่ง เข้าครัวเพื่อลูก!

15 คุณประโยชน์ของ น้ำซาวข้าว ที่แม่ ๆ ห้ามพลาด

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up