แอดมินใจดี คุณแม่ผู้สวยที่สุดในบ้าน ความสุขของเธอคือการได้ดูแลลูกชายจอมซน สามี และคนรอบๆข้าง ใครมีปัญหาเรื่องการเลี้ยงดูลูก อยากได้กำลังใจ ถ้าแวะมาหาแม่บัว รับรองว่า จะได้รอยยิ้ม และความสบายใจกลับไปแน่นอน

ใช้อารมณ์ตีลูก ปวดใจยิ่งกว่า ใช้ไม้ตี!!

แม่เสียใจ… แผลที่แม่ตีไป… หนูเจ็บมากไหมลูก?? และแล้วผู้หญิงธรรมดาอย่างแม่ ก็พ่ายแพ้ให้กับปีศาจในใจตัวเอง ตอนโมโห คิดแต่เพียงว่า ต้องตีให้รู้สำนึก ต้องกำราบไว้บ้าง เพราะหนูเป็นลูก เพราะแม่เป็นแม่ กี่ครั้งแล้วนะที่แม่สัญญากับตัวเอง ว่าจะไม่ตีลูกด้วยอารมณ์ แต่แม่ก็ทำ กี่ครั้งแล้ว ที่ตีหนู แล้วมานั่งร้องไห้ฟูมฟาย เสียใจ เฝ้าโทษตัวเอง แม่อยากบอกหนูเหลือเกินว่า แม่เสียใจมากแค่ไหน แม่โมโห แล้วกระหน่ำตี ให้หนูหยุด ทำตามคำสั่ง คำบอกของแม่ คำสัญญาไม่รู้ต่อกี่ครั้ง กลายเป็นลมปากเป่า ที่ทำให้ลูกเสียใจ ถ้าแม่ มีสติสักนิด คงไม่ต้องทำให้ชีวิตของหนูมีจุดเล็กๆ มาสะกิดในใจ ตั้งแต่เกิด แม่เฝ้าถนอมเลี้ยงดู แต่สุดท้าย แม่นี่แหล่ะ ที่ทำร้ายหนูซะเอง ผิวบางๆ บนแขนน้อยๆ ถูกตีเป็นรอยยาว รอยแดงนูนที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะความดื้อของหนู เป็นเพราะความขาดสติของแม่ต่างหาก แม่เฝ้าโทษปีศาจในใจ แต่หารู้ไม่ ว่า ทั่งหมดที่ทำผิดพลาด มาจากตัวแม่เองทั้งนั้น แม่ขอโทษนะลูก ที่ให้อารมณ์อยู่เหนือตัวเอง แม่ขอโทษ ที่มักง่าย แก้ปัญหาง่ายๆ แก้ปัญหาผิดวิธี แม่ขอโทษ […]

จดหมายจากเมียธรรมดาคนหนึ่ง.. อย่าให้หัวใจยอมแพ้ต่อบุหรี่!

“ในฐานะเมีย และคนเป็นแม่ ฉันไม่เชื่อหรอกว่า สามีจะทำสิ่งดีๆ เพื่อลูกและครอบครัวไม่ได้” ถึงสามีที่รัก… จำได้ไหม คุณบอกว่าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายครอบครัวของเรา แต่คุณเองใช่ไหมที่เปิดประตูเรียกมัจจุราชให้เข้ามา รู้ไหม ทุกครั้งที่คุณหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด แล้วปล่อยใจไปกับควันสีเทาๆ ยังมีสายตาของเมียอย่างฉันเฝ้าเป็นห่วง และรอคอยอย่างมีความหวัง ฉันหวังว่าคุณจะหยุดสูบบุหรี่… เพราะมันทำให้คุณต้องเสียเงินเก็บถึงเดือนละพันบาท เพื่อทำให้อายุตัวเองสั้นลง ฉันหวังว่าคุณจะหยุดสูบบุหรี่… เพราะมันทำให้ลูกตกเป็นเหยื่อ บุหรี่มือสอง ในการสูดดมควันไปกับพ่อของเขา ฉันหวังว่าคุณจะหยุดสูบบุหรี่… เพราะถึงแม้คุณจะล้างมือ สักแค่ไหน แต่ควันที่ติดตามผิวหนัง เส้นผม ทำร้ายระบบทางเดินหายใจของลูกและคนในครอบครัว ฉันหวังว่าคุณจะหยุดสูบบุหรี่… เพราะมันทำให้ลูกในท้องอีกคนของเราเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวน้อย พัฒนาการทางสมองช้า และอาจมีความผิดปกติทางระบบประสาท ฉันหวังว่าคุณจะหยุดสูบบุหรี่… เพราะฉันอยากดูแลคุณไปจนแก่เฒ่า มองดูลูกแต่งงาน และได้เลี้ยงหลานตัวเล็กๆ อย่างที่เราเคยบอกกันไว้ ฉันหวังว่าคุณจะหยุดสูบบุหรี่… เพราะฉันไม่อยากเห็นผู้ชายที่ฉันรักและฝากชีวิต ต้องมาเจ็บป่วย และทรมานด้วยสิ่งที่เขาเสียเงินซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ฉันหวังว่าคุณจะหยุดสูบบุหรี่… เพราะจะมีความหมายอะไร ถ้าวันที่ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต แต่กลับมีแค่ฉันคนเดียวที่ยืนชื่นชม ฉันเข้าใจ และรู้ว่ามันยากลำบาก หากคุณจะต้องหยุดสูบบุหรี่ แต่ฉันและลูกยังไม่หมดศรัทธาในตัวคุณ แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เราแม่ลูกยังหวังว่า ฮีโร่ของพวกเราจะเอาชนะปีศาจควันสีเทาๆ ลงได้ และลุกขึ้นปกป้องตัวเอง คนในครอบครัว […]

“ดัชนีของความสุข” ไม่ได้วัดกันที่เงินตรา แต่วัดกันที่รอยยิ้ม

ลูกรัก… หากลูกกำลังคิดว่า ตัวเองโชคไม่ดีที่พ่อแม่ไม่ร่ำรวย โชคไม่ดีที่ไม่มีรถคันใหญ่ โชคไม่ดีที่ไม่มีไอแพดรุ่นใหม่ไว้นั่งเล่น โชคไม่ดีที่ไม่มีชุดสวยแบรนด์ดัง โชคไม่ดีที่ไม่ได้กินไอศกรีม หรืออาหารอร่อยๆ ในโรงแรม แล้วละก็ … จงเงยหน้าน้อยๆ เศร้าๆ ของหนู แล้วโปรดฟังแม่!! แม่อยากบอกหนูเหลือเกินว่า ยังมีเด็กอีกหลายคนบนโลกใบนี้ที่โชคร้ายกว่าหนูมาก เด็กที่กินอาหารที่เลือกเมนูไม่ได้ กินเพื่อประทังชีวิตไปได้แต่ละมื้อ เด็กที่ใส่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เสื้อผ้าเก่าตัดปะ เด็กที่ไม่มีบ้าน ไม่มีหลังคาคุ้มแดด ฝน เด็กที่มีแต่พ่อไม่มีแม่ มีแต่แม่ขาดพ่อ หรือไม่มีทั้งพ่อแม่ ไว้คอยกอด คอยรัก หรือปลอบประโลมยามทุกข์ท้อ หนูคิดดูสิลูก หากหิว เด็กๆ เหล่านั้นจะไปหาอาหารจากไหน ฝนตกตัวคงเปียกหนาวสั่น เพราะไม่มีบ้านเป็นที่หลบฝน กลางคืนหนาวจะนอนอย่างไรหากขาดผ้าห่ม หรือแม้กระทั่งอ้อมกอดของพ่อแม่ หากนอนฝันร้าย นอนละเมอเด็กเหล่านั้นจะมองหาอ้อมกอดจากใคร? ใช่แล้วลูก… หนูโชคดีมากๆ ที่มีวันนี้ หนูโชคดีมากที่เกิดท่ามกลางความรักของพ่อแม่และคนรอบข้าง หนูโชคดีมากที่มีเสื้อผ้าของพี่สาว หรือรองเท้าของพี่ชาย หนูโชคดีมากที่มีผัก มีหมู มีไข่เจียวแสนอร่อยให้หม่ำ หนูโชคดีมากที่มีบ้านไว้คอยคุ้มครองป้องกันอาศัย หลบแดดหลบฝน หนูโชคดีเหลือเกินที่มีอ้อมแขนพ่อ อ้อมกอดแม่ กอดหนูแน่นเสมอ ไม่ว่าหนูจะต้องเจอกับอะไรบนโลกใบใหญ่ใบนี้ […]

แล้วฉันก็ได้รู้ ว่าตัวเองเป็น “แม่ที่รังแกลูก” แบบทางอ้อมมาโดยตลอด

บทเรียนของแม่ที่ป้อนข้าวลูก!! ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันแรกของการไปเรียนอนุบาล วันที่หนูต้องแยกจากอกแม่ ไปสู่บ้านหลังที่สอง เจอสังคมใหม่ เจอครู และเพื่อนๆ แม่รู้ว่ามันยากแค่ไหน กับการต้องอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า จากเด็กน้อยในอ้อมอก ที่มีพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ทำอะไรให้หมดทุกอย่าง หนูต้องปรับตัว ปรับใจอย่างมาก.. วันแรกในรั้วโรงเรียน คุณครูรับตัวหนูเข้าไปในห้อง และขอความร่วมมือให้พ่อแม่ ออกมารอด้านนอก เพียงแค่ยื่นมือหนูให้คุณครู เสียงร้องไห้ก็ดังขึ้นไม่หยุด ใจแม่จะขาดให้ได้ สายตาหนูที่มองแม่ เหมือนจะต่อว่า ว่าทิ้งหนูไว้กับคนแปลกหน้าทำไม??? หนูร้องไห้ดังมากเท่าไหร่ ใจแม่ร้องไห้มากเท่านั้น หนูร้องไห้เสียงดัง และเบา สลับกันไป พ่อกับแม่นั่งรอด้วยใจจดจ่อ……………………… พอถึงเวลาพักกลางวัน หนูรีบก้มหน้าก้มตาตักข้าวใส่ปาก โดยไม่มองหน้าใคร มือขวาจับช้อนแบบเก้ๆ กังๆ ความหิวคงทำให้หนูรู้จักแก้ปัญหา หนูวางช้อน และใช้มือหยิบอาหารเข้าปากทันที ยิ่งเห็นภาพนั้นยิ่งน้ำตาไหล… ฉันนี่แหล่ะ “พ่อแม่รังแกฉันของจริง” ฉันป้อนข้าวให้ลูกทุกมื้อ เพราะลูกกินช้า ฉันป้อนข้าวให้ลูกเพราะลูกชอบทำเลอะ ฉันป้อนข้าวให้ลูกเพราะอยากให้ลูกกินได้เยอะ…. ลูกกินข้าวไม่เก่ง ช่วยเหลือตัวเองไม่เป็น ไม่ใช่ลูกหรอกที่แพ้!! มันคือความพ่ายแพ้ของคนเป็นพ่อแม่ อย่างไม่น่าให้อภัย คนชนะที่แท้ กลับเป็นลูก!!! เด็กตัวเล็กๆ […]

keyboard_arrow_up